วงการไก่ชน น้อยคนจะไม่รู้จัก “ตี๋” พานทอง เจ้าของฟาร์มไก่ชนระดับเงินล้าน มีไก่ชนป้อนเข้าสังเวียนนับร้อยชีวิต แต่วันนี้สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ชีวิตเซียนไก่ชนอย่างเขาเปลี่ยนไปจากกูรูไก่ชนสู่วงการผลิตดินผสมปุ๋ยอินทรีย์ แม้จะได้เงินน้อยไปบ้าง แต่ก็มีความสุขกับธรรมชาติ ไม่ต้องซื้อขายชีวิต อันเสมือนการสร้างบาปให้ตัวเองอีกต่อไป“อยู่ในวงการไก่ชนมากว่า 30 ปี ญาติพี่น้องมาขอร้องให้เลิกหลายครั้ง เพราะมันเหมือนการซื้อขายชีวิต คิดอยู่นานรู้สึกว่าจริงของเขา ต้นปีที่แล้ว ช่วงโควิดระบาดรอบแรก มีการแพร่เชื้อจากสนามไก่ชน จนทางการสั่งระงับการตีไก่ จึงสบโอกาสวางมือทิ้งสังเวียน หันมาใช้ชีวิตจากธรรมชาติ ใช้วัตถุดิบที่หาได้เยอะในพื้นที่ มาผลิตดินผสมปุ๋ยอินทรีย์ตั้งแต่นั้นมา” ณัฐพงศ์ รอดพิรุณ หรือ ตี๋ พานทอง วัย 59 ปี ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี เล่าถึงสาเหตุที่ล้างมือจากสังเวียนไก่ชน...หลังจากตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เอาไก่ชนนับร้อยชีวิตไปแจกเพื่อนบ้านจนหมด ตอนแรกยังไม่รู้จะทำอะไร แต่ด้วยพื้นที่แถวบ้านมีแกลบ ขุยมะพร้าว ต้นก้ามปูค่อนข้างเยอะ ประกอบกับเคยทำเฟอร์นิเจอร์จากไม้ก้ามปูมาก่อน และโรงงานผลิตแถบนี้ก็มีหลายแห่ง“ที่สำคัญช่วงหลังหันมาปลูกต้นไม้อยู่กับธรรมชาติมากขึ้น เลยต้องใช้ดินปลูกและปุ๋ยเยอะ ไปซื้อดินมาปลูก 7 ถุง 100 บาท กลับได้แต่ดินกับแกลบเผา ต้นไม้ไม่ค่อยได้ธาตุอาหาร เลยคิดว่าน่าจะทำดินผสมปุ๋ยหมักอินทรีย์ให้ชาวบ้านได้ดินและปุ๋ยที่มีธาตุอาหารจริง จึงตัดสินใจรวบรวมเอาองค์ความรู้ที่จบมาจากวิทยาลัยเกษตรบ้านบึง รุ่น 1 มาผสมผสานกับการทำปุ๋ยอินทรีย์ ประยุกต์เป็นดินผสมปุ๋ยหมักสูตรของตัวเอง เริ่มแรกใช้ในต้นไม้ที่ปลูกเองก่อน เมื่อเห็นว่าต้นไม้โตดี จึงเริ่มทำขาย” ตี๋ พานทอง อธิบายถึงวิธีการทำ...เริ่มจากการหมักขี้วัวและขี้ไก่ทิ้งไว้ 6-10 เดือน จากนั้นนำปุ๋ยที่หมักไว้มาผสมกับดิน แกลบเผา ขุยมะพร้าว ใบและเศษกิ่งต้นก้ามปูหั่นละเอียด ในเครื่องผสมปุ๋ย เปิดเดินเครื่องให้วัตถุดิบทั้งหมดคลุกเคล้าผสมให้เข้ากัน ก่อนจะเติมน้ำหมักอีเอ็มของกรมพัฒนาที่ดิน จากนั้นตามด้วยการเติมเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อป้องกันโรครากเน่า และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ต้นไม้ ผสมลงไปในขั้นตอนสุดท้ายเมื่อคลุกเคล้าให้วัตถุดิบทั้งหมดเข้ากันแล้ว จะนำออกจากเครื่องมาบรรจุลงถุง ถุงละ 5 กก. แล้วออกวางจำหน่ายในท้องตลาดราคา 6 ถุง 100 บาท แม้กำไรไม่มากมายนัก แต่ชาวบ้าน ชาวสวน ชาวไร่ ได้ใช้ปุ๋ยคุณภาพดี ราคาไม่แพง “ก่อนที่จะออกมาวางขาย ได้ทดลองนำไปปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ พบว่าเจริญงอกงามดี และเมื่อนำไปทดสอบทางห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พบว่ามีคุณสมบัติช่วยให้ต้นไม้แข็งแรง โตดี เพราะมีเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า เป็นตัวช่วยให้ปมรากต้นไม้ทำงานได้ดีขึ้น แต่ก็ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการจัดเก็บ ที่ต้องเก็บในที่ไม่ถูกแสงแดดจัด และไม่โดนฝน เพราะเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าจะเสื่อมสภาพไปโดยง่าย อีกทั้งยังมีข้อจำกัด เก็บไว้ได้เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น”สนใจไปเยี่ยมชมโรงงาน หรือชมขั้นตอนการผลิตติดต่อไปได้ที่ 08-1781-8747 ไม่เว้นแม้วันหยุดราชการ. ไชยรัตน์ ส้มฉุน