ผจก.สาวร้านสะดวกซื้อร่ำไห้จูงลูกชายวัย 7 ขวบ ร้องเพจสายไหม สามีช่างแอร์ถูกหนุ่มป่วยจิตหลอนใช้มีดฟันหัวกระทืบซ้ำจนเสียชีวิตขณะไปซื้อกับข้าวในชุมชนย่านลำลูกกา แฉประวัติโหดก่อนหน้าฆ่าคนตายมาแล้ว 2 ศพ ทั้งฟันคอขาดติดคุกแค่ 5 ปี พ้นโทษออกมาฆ่าเด็กอีกศพเป็นหลานตัวเองแต่หลักฐานไม่พอเอาผิดอ้างป่วยจิตเวช วอนลากเข้าคุกประหารชีวิต หวั่นปล่อยกลับคืนชุมชนอาจมีเหยื่อรายต่อไปป่วยจิตหลอนยาฆ่าต่อเนื่อง-เมียเหยื่อรายที่ 3 ร้องเพจดังขอความเป็นธรรมเปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 พ.ค. ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กทม. น.ส.วันดี เสริมศาสตร์ อายุ 50 ปี ผู้จัดการร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ปั๊มน้ำมัน ปตท. ปากซอยสายไหม 56 แขวงและเขตสายไหม กทม. พร้อมลูกชายอายุ 7 ขวบ ร้องขอความช่วยเหลือนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ขอความเป็นธรรม กรณีนายธนโชค สาลี อายุ 50 ปี สามีทำงานเป็นช่างแอร์ถูกนายธีระพล กลัดกลีบ อายุ 40 ปี มีประวัติป่วยทางจิตเวชจากการเสพยาเสพติด ทำร้ายจนเสียชีวิตเมื่อค่ำวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะไปซื้อกับข้าวในชุมชนเคหะวัดประชุมราษฎร์ ซอยคลอง 6 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ครอบครัวขาดเสาหลัก และยังติดใจทำไมกฎหมายปล่อยคนป่วยจิตเวชมาอยู่ในสังคมแล้วก่อเหตุร้ายแรงไม่ถูกควบคุมตัวนำไปรักษา โดยสามีเป็นศพที่ 3 แล้วที่ถูกนายธีระพลคลั่งทำร้ายน.ส.วันดีกล่าวด้วยความเสียใจว่า ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างสั่งอาหาร สามีตนได้พูดคุยกับยายแม่ค้าขายข้าวแกงตามปกติ แต่ระหว่างนั้นมีนายธีระพล ผู้ก่อเหตุเป็นหลานชายคุณยายแม่ค้าขายกับข้าวที่พักอยู่ชั้นบนของร้านค้าเดินลงมาเอะอะโวยวายเหมือนหลอนยาเสพติด ด่าทอสามีตนทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ลักษณะเหมือนคนมีอาการทางประสาท ก่อนที่จะเข้ามาใช้มีดฟันศีรษะจากข้างหลัง และตามร่างกายอีกหลายครั้ง จนบาดแผลเต็มตัว สามีวิ่งหนีมาขอความช่วยเหลือล้มลงบนถนน แต่ผู้ก่อเหตุยังปรี่เข้ามาเตะ และกระทืบซ้ำจนซี่โครงหัก เลือดคั่งกระเพาะ ปอดแตก ช้ำหมดทั่วร่างกายท่ามกลางสายตาชาวบ้านที่ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วย เพราะผู้ก่อเหตุถือมีด ขู่ว่าหากใครเข้ามาช่วยจะฆ่าให้ตายให้หมดน.ส.วันดีเผยอีกว่า สุดท้ายมีคนพาสามีที่บาดเจ็บหนักไปส่งโรงพยาบาลแต่แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ผู้ก่อเหตุถูกพลเมืองดีควบคุมตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำลูกกา โดยรับว่าได้ลงมือก่อเหตุจริงอย่างไม่สะทกสะท้าน ขณะเดียวกันญาติของฝั่งผู้ก่อเหตุได้นำใบรับรองแพทย์ว่าผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิตเวชให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดู แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากว่าการสอบปากคำยังพูดจารู้เรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ขณะนี้อยู่ในระหว่างฝากขังในเรือนจำธัญบุรี สำหรับผู้ก่อเหตุเคยมีประวัติทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเสียชีวิตมาแล้ว 2 ครั้ง สามีตนเป็นศพที่ 3 ศพแรกเป็นคดีใช้มีดฟันคอขาดจนเสียชีวิตติดคุก 5 ปี อีกคดีเป็นเหตุเด็กอายุ 3 ขวบเสียชีวิตเป็นหลานผู้ก่อเหตุ แต่ในครั้งนั้นหลักฐานไม่เพียงพอเอาผิดภรรยาเหยื่อโหดกล่าวต่ออีกว่า อยากเรียกร้องความเป็นธรรมเนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักของครอบครัว ขณะนี้ทั้งครอบครัวก็ได้รับผลกระทบเรื่องค่าใช้จ่าย อีกทั้งมองว่าหากวันนี้ไม่ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม หากผู้ก่อเหตุได้กลับมาอยู่ในชุมชนอีก อาจมีผู้เสียชีวิตเป็นศพต่อไปเรื่อยๆ กังวลว่าหากผู้ก่อเหตุได้รับโทษแล้วออกมาทำร้ายผู้อื่นอีก เนื่องจากเป็นคนมีอาการป่วย ควรตัดสินประหารชีวิตไม่ให้คนต่อไปเดือดร้อนอีก ทั้งนี้ ญาติผู้ก่อเหตุไม่ได้รับผิดชอบหรือพูดคุยกับตนแต่อย่างใด มีเพียงนำเงินใส่ซองมาให้ที่งานศพเพื่อขอขมา แต่ตนไม่เคยเปิดซองเงินนั้นเลยด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า ฟังแล้วรู้สึกพูดไม่ออก เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ที่ภรรยาต้องสูญเสียเสาหลักของครอบครัว ลูกเสียพ่อ และแม่เสียลูกเพียงคนเดียว หากประหารชีวิตก็สมเหตุสมผล เพราะหากไปทำร้ายผู้อื่นก็ได้รับความเสียหายอีก หลังจากนี้จะไปที่กระทรวงยุติธรรมเพื่อติดตามเรื่องการเยียวยาให้กับผู้เสียหายต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่