ทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาล นโยบายเก่าๆย่อมหายไป และมีนโยบายใหม่ๆ โผล่ขึ้นมาทดแทน นโยบายกัญชาเสรีเคยเป็นนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทย จนผลักดัน “กัญชา” ออกจากบัญชียาเสพติด เมื่อปี 2565 ในช่วงที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็น รมว.สาธารณสุข ยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาแต่เมื่อเปลี่ยนเป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุขคนใหม่ ได้สั่งยกเลิกนโยบายกัญชาเสรีให้กัญชากลับมาเป็น “สมุนไพรควบคุม” เมื่อกลางปีที่ผ่านมาเนื่องจากนโยบายกัญชาเสรีทำให้มีร้านขายกัญชาเต็มบ้านเต็มเมือง ส่งผลกระทบต่อเยาวชนไทยและสังคมไทยอย่างรุนแรงโดยผ่อนผันให้ใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างเดียวร้านขายกัญชาจึงต้องมีแพทย์ประจำตลอดเวลาผู้ซื้อกัญชาต้องเป็นผู้ป่วยที่มีใบสั่งแพทย์เท่านั้นร้านขายกัญชาต้องมีใบอนุญาต และต้องมีระบบจัดข้อมูลเพื่อตรวจสอบทุกขั้นตอน“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าหลังหมดยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย มาเป็นรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยนโยบายกัญชาเสรีก็ไม่ได้ฟื้นคืนชีพกลับมาการส่งเสริมให้คนไทยปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้น ก็ปิดฉากลงและ “กัญชา” ยังเป็นสมุนไพรควบคุมต่อไปใบเสร็จยืนยันว่า รัฐบาลนายกฯอนุทิน จะไม่นำ “กัญชา” ออกจากสมุนไพรควบคุม และจะไม่มีนโยบายกัญชาเสรีรอบ 2 อย่างแน่นอน!!คือคำชี้แจงของ “นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข คนปัจจุบัน”ต่อที่ประชุมวุฒิสภา ยอมรับว่า กัญชาเข้าถึงได้ง่าย จำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมอย่างรัดกุมจะไม่ปล่อยให้สูบกัญชา หรือพี้กัญชาอย่างเสรีอีกต่อไปนายพัฒนา ยืนยันว่า รัฐบาลจะเร่งรัดร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฉบับใหม่ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วเพื่อให้ร้านขายกัญชาทุกแห่งต้องมีแพทย์ประจำตลอดเวลาสถานพยาบาลที่จ่ายกัญชาเพื่อการแพทย์ ต้องมีระบบบันทึกข้อมูลการจำหน่ายกัญชาอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้มีการจ่ายกัญชาให้บุคคลใดซ้ำๆหรือถี่ๆหรือไม่ใช่ผู้ป่วยตัวจริงเสียงจริงร้านกัญชา หรือสถานบันเทิงหากฝ่าฝืนขายกัญชาให้ผู้อื่นนำไปสูบจะมีความผิด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ทันที!!รมว.สาธารณสุข แถลงว่าปัจจุบันยังมีร้านขายกัญชาอยู่ราว 12,000 ร้านปีนี้ (2569) ใบอนุญาตจะหมดอายุไปกว่า 5,000 ร้านปีหน้า (2570) ใบอนุญาตจะหมดอายุอีกราว 5,000 ร้านและปี 2571 ใบอนุญาตจะหมดอายุอีกกว่า 1,000 ร้านหลังจากนั้น “ร้านขายกัญชา” จะต้องเปลี่ยนสภาพเป็น “สถานพยาบาล” ที่มีแพทย์ประจำตลอดเวลาสรุปว่าต้องรออีก 3 ปี ร้านขายกัญชาจะหายไปอย่างสิ้นเชิงปิดตำนานกัญชาเสรีร้อยเปอร์เซ็นต์เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แหละโยม.แม่ลูกจันทร์คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม