ปัญหาราคาข้าวตกต่ำเป็นวิบากกรรมของเกษตรกรอย่างแท้จริง ทำให้ชาวนาหลายคนเริ่มหันเหเปลี่ยนจากทำนาไปประกอบอาชีพอื่นๆ ด้วยเหตุผลไม่อยากจมปลักอยู่กับความยากจนอีกต่อไปเหมือนอย่าง นายเยี่ยม ตาเห็น อายุ 69 ปี ชาวนาใน ต.บ้านป่า อ.เมือง พิษณุโลก ที่รวมกลุ่มกับเพื่อนบ้านตัดใจทิ้งอาชีพปลูกข้าวที่ทำมาเกือบทั้งชีวิตไปเลี้ยงสัตว์แทน ทั้งเลี้ยงวัว เลี้ยงหมู และเลี้ยงไก่ที่โดดเด่นกว่าใครคือการเลี้ยงแพะ กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ดีกว่าทำนาปลูกข้าวหลายเท่าตัวนายเยี่ยม เจ้าของฟาร์มแพะ “นายเยี่ยม ตาเห็น” เล่าว่า ครอบครัวยึดอาชีพทำนามาตลอด แต่ยิ่งทำก็ยิ่งจน เดี๋ยวนี้ข้าวราคาถูกมาก แต่ละปีไม่พอกับค่าปุ๋ยค่ายา ต้องแบกรับกับภาวะขาดทุน หนี้สินท่วมหัวตัดสินใจพลิกผืนนามาทำฟาร์มเลี้ยงแพะ เพราะศึกษาลู่ทางดูแล้วโอกาสเสี่ยงขาดทุนแทบไม่มี เริ่มต้นจากลงทุนสร้างคอกโรงเรือน หาซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แพะสายพันธุ์บอร์กับลูกผสมมาเลี้ยงกว่า 10 ตัว เพราะเป็นพันธุ์ที่เลี้ยงง่าย โตเร็วลงทุนครั้งแรกประมาณ 150,000 บาท ตอนนี้มีแพะอยู่ในฟาร์มถึง 50 ตัว ไม่รวมลูกแพะที่จำหน่ายไปแต่ละรอบการเลี้ยงแพะไม่ได้ยุ่งยาก วันหนึ่งให้อาหารพวกหญ้าหวานที่ปลูกไว้ในแปลงนาเพื่อลดต้นทุน และใบกระถิน ตอนเที่ยงจะปล่อยแพะออกหากินตามท้องทุ่ง ตกเย็นกลับเข้าคอกจะให้รำอ่อนผสมหยวกกล้วย อาหารพวกนี้มีต้นทุนต่ำ แต่โภชนาการสูง แพะกินแล้วแข็งแรงปลอดโรคและให้ลูกดกแพะใช้เวลาตั้งท้องไม่กี่เดือนก็จะตกลูกครั้งละ 2–3 ตัว ลูกแพะเพศผู้อายุตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไปจะขายกิโลกรัมละ 120 บาท ตัวหนึ่งได้ 1,000–1,500 บาท โดยมีพ่อค้ามาซื้อทุกๆ 2 เดือนส่วนเพศเมียจะคัดรูปทรงดีสีสวยไว้เป็นแม่พันธุ์ต่อ เพื่อขยายฟาร์มให้ใหญ่ขึ้นแต่ละรอบจะขายลูกแพะได้ 10,000-20,000 บาท ยังไม่รวมมูลแพะขายได้กระสอบละ 30 บาท ที่สำคัญเป็นรายได้หมุนเวียนมั่นคงตลอดทั้งปีใครสนใจซื้อลูกแพะหรืออยากขอคำปรึกษาวิธีการเลี้ยงและดูแลแพะ สามารถไปเที่ยวชมได้ที่ฟาร์ม หรือติดต่อ 08–0116–4140 ลุงเยี่ยมยินดีให้คำแนะนำแบบไม่มีกั๊ก.ยุทธ์ ไกรโชค/รายงาน