หลังจากการสอบสวนนานหลายปีกับผู้ต้องหาหลายร้อยคน การพิจารณาคดีอาชญากรรมครั้งประวัติศาสตร์ของอิตาลีได้เริ่มเปิดฉากขึ้นเมื่อ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา และคาดว่าอาจจะใช้เวลานานกว่า 2 ปี เมื่อผู้ต้องสงสัย 355 คน สมาชิกของ “เอนดรังเกตา” เครือข่ายแก๊ง “มาเฟีย” ที่ใหญ่ ทรงอิทธิพลและประสิทธิภาพที่สุดของอิตาลี มีเครือข่ายดำเนินงานไปทั่วโลก ซึ่งรวมถึงนายลุยจิ มานกูโซ หัวหน้าแก๊งวัย 66 ปี ต้องเผชิญกับกระบวนการยุติธรรมในการพิจารณาคดีอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ หลังจากไม่มีคดีมาเฟียอิตาลีในระดับนี้มานับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980ปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งเอนดรังเกตาครั้งใหญ่ของตำรวจอิตาลีเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 19 ธ.ค. ปี 2562 สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 334 คน มีทั้งทนายความ นักบัญชี เจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง ตำรวจ และอดีต ส.ส. นอกจากนี้ยังมีการจับกุมผู้ต้องหาบางส่วนในเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และบัลแกเรียกิจกรรมของกลุ่มนี้รวมถึงกลุ่มอาชญากรรมทั่วไปอย่างการค้ายาเสพติด การขู่กรรโชก การฟอกเงิน ไปจนถึงฆาตกรรม แต่สิ่งที่ทำให้ “เอนดรังเกตา” แตกต่างจากกลุ่มมาเฟียอื่นๆก็คือโครงสร้างแบบครอบครัวซึ่งมีพื้นฐานมาจากความสัมพันธ์ทางสายเลือด ซึ่งทำให้มีระบบปกปิดป้องกันตัวเองที่เรียกว่าแน่นหนามิดชิดหลายชั้น และนี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ผลิตยาเสพติดจากโคลอมเบีย หรือเม็กซิโก เชื่อใจและใช้แก๊งนี้เป็นผู้ขายยาเสพติดในยุโรป เชื่อกันว่ากลุ่มนี้ยังสามารถควบคุมการจัดหาโคเคนจำนวนมหาศาลที่เข้าสู่ยุโรป ด้วยการหมุนเวียนของเงินมหาศาลที่มาจากค้ายาเสพติดทำให้ “เอนดรังเกตา” สามารถซื้อทุกอย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านอาหาร ไม่เพียงแต่ในอิตาลี แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆอีกมากมายในโลก มีการประเมินว่ากลุ่มนี้สร้างรายได้ต่อปีมากกว่า 50 พันล้านยูโร ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการค้าโคเคนการไต่สวนถูกจัดขึ้นในอาคารที่เดิมเคยเป็นศูนย์บริการทางโทรศัพท์ในเมืองลาเมเซีย แตร์เม ของแคว้นคาลาเบรีย เป็นฐานที่ตั้งของแก๊งเอนดรังเกตา ที่ได้รับการดัดแปลงเป็นพิเศษเพื่อรองรับหลายร้อยคน คาดว่าจะมีพยานมากกว่า 913 คน มาร่วมการไต่สวน โดยมีนิโคลา กราตเตรี ผู้เติบโตในคาลาเบรีย คุ้นเคยกับแก๊งเป็นอย่างดี เป็นหัวหน้าอัยการในคดีที่หนทางแห่งชัยชนะยังอีกยาวไกล แต่ไม่เกินความจริง.อมรดา พงศ์อุทัย