ผวาโควิด-19 ปิดไมค์ในสภา เป็นอันตกลงกันเรียบร้อยแล้วโดยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาประชุมวิป 3 ฝ่าย และตัวแทนพรรคการเมืองเห็นชอบให้งดการประชุม 2 สัปดาห์เหตุก็เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเพราะมีความเป็นเหตุเป็นผลรับฟังกันได้ไม่เกี่ยวกับการเมืองใดๆ แต่ก็ทำให้งานช้าไปบ้างอย่างเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาวาระ 2 ก็ยังพอมีเวลาพิจารณาไม่ใช่ว่าจะต้องตกไปแต่อย่างใดแต่เนื่องจาก “รัฐธรรมนูญ” เป็นปมปัญหาเกี่ยวข้องกับการเมืองโดยตรงทำให้เกิดความขัดแย้งในหลายมิติฝ่ายหนึ่งต้องการให้มีการแก้ไขเพราะเห็นว่าทำให้เกิดปัญหาการเมืองและเป็นปัญหาของประเทศฝ่ายไม่เห็นด้วยก็อ้างเหตุผลนานัปการกว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ถือว่าคืบหน้าไปมากแล้วจากที่ไม่เห็นโอกาสก็สู้กันมาหลายยกจนเข้าสู่กระบวนการได้นี่ว่ากันถึงเนื้อหาสาระปกติตามความต้องการของนักการเมืองเป็นหลักแต่พัฒนาการได้ยกระดับประเด็นในการแก้ไขให้เป็นวาระพิเศษโดยเฉพาะมุ่งไปที่หมวด 1 และหมวดที่ 2อันหมายถึงการก้าวลึกไปถึงเรื่อง “สถาบัน” สูงสุดของประเทศถือว่าการจุดชนวนการเมืองทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยอย่างชัดเจนในระดับหนึ่งอะไรที่ไม่คาดคิดก็ได้ฟังได้เห็นกันเต็มหูเต็มตาแต่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอยู่ในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะแปรความต้องการออกมาในรูป “กฎหมาย” เพื่อบังคับใช้แม้แต่การชุมนุมเรียกร้องที่ผ่านมานั้นก็เป็นทางหนึ่งเพื่อกดดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่ต้องการยิ่งข้อเรียกร้อง “สุดโต่ง” ก็ยิ่งลำบากและเป็นไปได้ยากการ “พักรบ” ชั่วคราวยุติการชุมนุมก่อนปีใหม่นั่นก็คือผลแห่งความจริงจากการเคลื่อนไหวบางครั้งก็ทำท่าจะ “จบที่รุ่นเรา”...แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่...ไปยังไม่สุดแม้จะออกมายืนยันว่ายังคงเคลื่อนไหวต่อไปจะหนักและเข้มข้นมากกว่าที่ผ่านมาซึ่งหลายครั้งก็ประกาศอย่างนี้แต่ก็ไม่มีอะไรก็ต้องคอยดูกันต่อไปต้องไม่ลืมด้วยว่าขณะนี้ประเทศเรากำลังเผชิญกับ “โควิด-19” รอบใหม่ที่หนักหน่วงและรุนแรง การจะนัดชุมนุมเคลื่อนไหวจึงเป็นอุปสรรคสำคัญแค่เอาชีวิตให้รอดจากไวรัสร้ายก็เต็มทนแล้วอย่าให้การเมืองมาซ้ำเติมให้หนักมากไปกว่านี้เลยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯที่เคยได้รับการยกย่องให้เป็น “มือปราบ” โควิด-19 มาแล้ว แต่วันนี้เป็นไงล่ะ...หวานอมขมกลืนแค่ไหนบนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี.“สายล่อฟ้า”