เวลามีข่าวคราวระบบการศึกษาของไทย มักจะเป็นข่าวด้านลบ ออกมาในทิศทางถอยหลังแทบทุกครั้ง มาตรฐานการเรียนการสอนระดับประถม มัธยม หรือการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลก ของไทยเราถดถอยทุกด้าน ทุกปีบัณฑิตจบใหม่ตกงานเป็นแถว อย่างข่าวล่าสุดธนาคารโลกประจำประเทศไทยประเมินตัวเลขค่าใช้จ่ายการศึกษาของนักเรียนไทยตั้งแต่ชั้น ป.1 ถึง ม.3 มีมูลค่าเฉลี่ยต่อหัว 27,271 เหรียญสหรัฐฯ ประมาณ 8 แสนบาท ถือว่าไทยใช้เงินลงทุนด้านการศึกษาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับจำนวนนักเรียน แต่ผลสัมฤทธิ์กลับสวนทางการลงทุนผมไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำเติมอีก ขอเอาเรื่องราวความก้าวหน้าระบบการศึกษาของจีนมาเล่าให้ฟังดีกว่า เป็นประสบการณ์ตรงของ คุณณัฐพร วุ่นกลิ่นหอม นายกสมาคมดิจิทัลไทย โปรแกรมเมอร์มือหนึ่งที่ได้ร่วมงานกับมูลนิธิแจ๊ค หม่า และกรมขจัดความยากจนของจีน ซึ่งเคยถ่ายทอดให้สื่อมวลชนที่เข้าร่วมอบรม “มองจีนยุคใหม่ ความท้าทายที่สื่อควรรู้ ปีที่ 3” ได้ฟัง เป็นเรื่องเกี่ยวกับหลักสูตรเรียนที่เมืองจีนเพื่อ เปลี่ยนจากคนธรรมดาที่ไม่มีวุฒิการศึกษาให้กลายเป็นเศรษฐี หัวใจของหลักสูตรนี้สั้นนิดเดียวคือ ทำอย่างไรก็ได้ให้สินค้ามีต้นทุนถูกลงครึ่งหนึ่ง และขายได้มูลค่ามากขึ้นสองเท่าคุณณัฐพรใช้เวลาเรียน 2 ปีครึ่ง จากปกติที่ต้องเรียน 5 ปี ได้ วุฒิปริญญาตรีวิชาชีพ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (มหาวิทยาลัยยอดเยี่ยมอันดับ 5 ของจีน และอันดับ 15 ของโลก) คุณณัฐพรเรียกปริญญาใบนี้ว่า ปริญญาบราวนี่ เพราะเนื้อหาที่เรียนเกี่ยวกับการทำและขายบราวนี่ล้วนๆ โดยไม่ต้องเรียนวิชาสังคม ภูมิศาสตร์ และวิชาบังคับทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพขายบราวนี่ให้เสียเวลาเริ่มต้นจากการเรียนทำบราวนี่ 180 ชั่วโมงทางออนไลน์ แล้วไปลงภาคสนามทำขายที่ร้าน (การขายบราวนี่ในเมืองจีนไม่ใช่ของง่าย คนจีนคุ้นชินการกินหมั่นโถวกับน้ำชา ไม่นิยมกินบราวนี่กับกาแฟ แถมราคาบราวนี่เฉลี่ยชิ้นละ 10 หยวน แพงกว่าหมั่นโถว 2 เท่า) ซึ่งต้องขายบราวนี่ให้ได้ 1 แสนหยวน คิดตัวเลขกลมๆเป็นเงินไทยประมาณ 5 แสนบาท ก็จะได้วุฒิระดับ ปวส.คุณณัฐพรไปเจรจาเกลี้ยกล่อมเจ้าของร้านเค้กเล็กๆที่อยู่ตรงข้ามออฟฟิศอาลีบาบา อาแป๊ะเจ้าของร้านได้ประโยชน์ตรงที่มีบราวนี่เป็นสินค้าไอเท็มใหม่มาวางขาย ได้คนรุ่นใหม่มาช่วยเฝ้าร้านและพีอาร์ทำการตลาดออนไลน์ ขณะที่คุณณัฐพรได้ร้านทำเวิร์กช็อป ได้จับอุปกรณ์เครื่องมือทำจริง ใช้เวลา 8 เดือนขายบราวนี่ได้ 1 แสนหยวน ถือว่าเรียนจบ ปวส. ขั้นต่อไปต้องขายให้ได้ 10 ล้านหยวน ถึงจะสำเร็จปริญญาตรีตามแผนที่คุณณัฐพรวางไว้คือการทำแบรนด์บราวนี่ของตัวเองแล้วเอาขึ้นขายบนแพลตฟอร์ม “เถาเป่า” ปีแรกขายได้ 3 ล้านหยวนนิดๆ ปีที่สองขายได้อีกกว่า 7 ล้านหยวน รวม 2 ปียอดขายทะลุ 10 ล้านหยวน ตรงตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้กับมหาวิทยาลัยจากข้าวบาร์เลย์ที่ขายกิโลกรัมละไม่กี่หยวน พอเอามาทำบราวนี่ แค่ก้อนเล็กๆก็ขายได้ 10 หยวน เพิ่มมูลค่าสินค้าไม่รู้กี่เท่า ส่วนเรื่องเงินทุนทำธุรกิจก็หาไม่ยาก ABC Bank ถ้าเปรียบกับบ้านเราคือ ธ.ก.ส. พร้อมสนับสนุนเต็มที่ จีนได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งข้อมูลอยู่แล้ว และมีโปรแกรมคาดคะเนมูลค่าการขายในอนาคต ซึ่งจากที่ขายมาแล้ว 2 ปี ทำให้รู้ว่าธุรกิจนี้จะโตแค่ไหน ปล่อยกู้ได้เท่าไหร่ ผลการประเมิน ABC Bank ปล่อยกู้ให้สูงสุดไม่เกิน 50% ของยอดขายปีสุดท้าย เท่ากับให้กู้ 3.5 ล้านหยวน ดอกเบี้ยถูกมากแค่ร้อยละ 1 ตลอดระยะเวลา 10 ปีใช้เวลาเรียนแค่ 2 ปีครึ่ง ได้ปริญญา 1 ใบ กับเงินทุนตั้งต้นธุรกิจ 3.5 ล้านหยวน หลักสูตรลักษณะนี้ไทยกำลังจะเริ่มมีเหมือนกัน แต่จีนใช้มา 3 ปีแล้ว นี่แหละครับความก้าวหน้าของระบบการศึกษาจีน วันพรุ่งนี้มาว่ากันต่อครับ.ลมกรด