ฝ่ายความมั่นคงไทยต่างพยายามควบคุมชายแดนไทย-เมียนมาอย่างเข้มแข็ง นับแต่พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ในประเทศ ที่เกิดการลักลอบ เดินทางจากจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ด้วยช่องทางธรรมชาติโดยไม่ตรวจคัดกรองกักตัว กลายเป็นต้นเหตุแพร่เชื้อระลอกใหม่นี้ทว่า...“คนไทย” ลักลอบข้ามชายแดนเข้าในไทยนี้มักเป็นกลุ่มไปทำงาน “สถานบันเทิงครบวงจร” สร้างรายได้จาก “ทิปนักเที่ยวกระเป๋าหนัก” วันละหลายพันบาท ทำให้เป็นที่นิยมของ “สาวไทย” แห่ไปทำกันมากมายด้วยเหตุที่...“ธุรกิจบ่อนกาสิโนพ่วงที่พัก สถานบันเทิงท่าขี้เหล็ก” เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่า “การพนันในเมียนมา” เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ในทางปฏิบัติยังมี “พื้นที่ยกเว้น” จากการต่อรองระหว่างรัฐบาลกับชนกลุ่มน้อยให้เป็นเขตปกครองตนเอง อีกทั้ง “ทางกฎหมาย” ก็ผลักดันแก้กฎหมายให้มีกาสิโนในโรงแรมได้ถูกต้องภายใต้นโยบายการท่องเที่ยว ทำให้ “บ่อนกาสิโนในท่าขี้เหล็ก” ต้องมีโรงแรมที่พักควบคู่กันแต่ใน “โรงแรม” มักถูกออกแบบให้เป็นแหล่งบันเทิงครบวงจร ที่มีกิจกรรมบันเทิง ผับ เธค บาร์ และห้องคาราโอเกะ มีการต้อนรับด้วยบรรดานักร้องสาวสวย พีอาร์ และเด็กเอนเตอร์เทน พริตตี้ โคโยตี้ คอยบริการปรนนิบัติอย่างดี ส่วนใหญ่มักเป็น “สาวไทย” ที่มาจากทุกภาคของไทยเดินสายวนเวียนกันไปมาแห่งนี้กันอยู่ตลอด สาเหตุเพราะ “มีนักลงทุนคนไทยไม่น้อย” หันไปร่วมลงทุน “บ่อนกาสิโน” ในพื้นที่ชายแดนท่าขี้เหล็กแห่งนี้ วิเศษ สุจินพรัหม นักวิจัยอิสระ ผู้ทำวิจัยการศึกษาการพนันในพื้นที่ชายแดนเมืองแม่สาย จ.เชียงราย ให้ข้อมูลว่า การเล่นพนันในเมียนมาถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่พื้นที่ “เมืองท่าขี้เหล็ก” ยกเว้นกฎหมายบางประเภททำให้เกิดบ่อนพนันขนาดใหญ่มากมาย ตั้งตรงข้าม จ.เชียงราย เรียกกันว่า “กาสิโนทางภาคเหนือไทย” เปิดบริการต้อนรับลูกค้า “คนไทยและคนจีน” เป็นหลักคราวลงพื้นที่สำรวจ “บ่อนกาสิโน” มักตั้งในโรงแรมมีกิจการอย่างชัดเจน และแฝงด้วยบ่อนกาสิโนพ่วงภัตตาคาร บาร์ เธค ในบางแห่งยังมีร้าน คาราโอเกะ เพื่อบริการความบันเทิงเป็นสัดส่วนให้คนไทย และคนจีนด้วยซ้ำ ตัวอย่างเช่น “กาสิโนโรงแรมอัลลัวร์ รีสอร์ต” ตั้งอยู่บ้านปงถุง จ.ท่าขี้เหล็ก ตรงข้ามท่าข้ามสายลมจอย อ.แม่สายลูกค้าหลักเป็น “คนไทย” ในหลายพื้นที่ที่มากันเป็นกรุ๊ปในวันหยุด ส่วน “คนเมียนมา หรือคนจีน” มาน้อย ในส่วน “โรงแรมว้าเก้าชั้น”...เปิดให้บริการริมถนนท่าขี้เหล็ก-เชียงตุง ห่างด่านศุลกากรแม่สาย 6 กม.ลักษณะเป็นสถานบันเทิงสำหรับวัยรุ่นเข้ามาเที่ยวหาความบันเทิงเพลิดเพลินใจ เจ้าของธุรกิจมักจ้างนักร้องนักแสดงจากประเทศไทย ทำให้เป็นจุดดึงดูดให้ผู้เข้ามาใช้บริการ ที่เรียกว่า “สถานบันเทิงครบวงจร” มีบริการ ที่พัก บ่อนกาสิโน และสถานบันเทิง รวมถึง “โรงแรม G1G” ตั้งอยู่ห่างจากสะพานแห่งที่ 1 ราว 2 กม.เน้นความบันเทิงครบวงจร พุ่งเป้ากลุ่มลูกค้าฐานะร่ำรวย ต้องการเสพความบันเทิงในทุกรูปแบบ คาราโอเกะ ผับบาร์ ร้านอาหาร บริการเด็กสาวนั่งดริงก์ และบ่อนกาสิโน ต่อด้วย “กาสิโนเรจิน่า แอนด์ กอล์ฟคลับ” ตั้งมาตั้งแต่ปี 2543 มีข่าวว่าเป็นของอดีตนักการเมืองภาคอีสาน พรรคการเมืองดัง ร่วมถือหุ้นด้วย สถานที่แห่งนี้มีสนามกอล์ฟอยู่ด้านหน้าที่พัก มีนักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนกันจำนวนมาก และ “กาสิโนโกลด์เด้นท์พาราไดซ์รีสอร์ท” ตั้งอยู่สามเหลี่ยมทองคำตรงข้ามสบรวก อ.เชียงแสน และขยายมาตั้งเครือข่ายเมืองท่าขี้เหล็กบริเวณตรงข้ามสถานีขนส่งท่าขี้เหล็ก ที่เปิดบริการ “เอนเตอร์เทนเนต์รูม” ถูกอ้างกันว่า มีนักลงทุน “คนไทย” ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองพรรคดัง เข้าร่วมด้วยเช่นกันย้ำว่า “ผู้เป็นเจ้าของหรือหุ้นส่วน” มักเปลี่ยนแปลงตลอดเป็นปกติ ในวงการบ่อนการพนันชายแดน และมีความเชื่อมโยงกับ “บ่อนกาสิโนหลายแห่งตามชายแดนไทย” สังเกตจากการติดตาม “ผู้จัดการบ่อนกาสิโนท่า-ขี้เหล็ก” บางคนถูกสลับเปลี่ยนไปดูแลบ่อนกาสิโนปอยเปต เกาะสอง เกาะสน และเมืองเมียวดีก็มีสถานการณ์ในช่วง 3 ปีมานี้ “กาสิโนท่าขี้เหล็ก” ได้รับความนิยมจากลูกค้ามากขึ้น ด้วยการทำโปรโมชัน สร้างแรงจูงใจให้เข้ามาเสี่ยงโชคเล่นกัน ทั้งนี้ บ่อนแห่งนี้ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรก...“สนามทราย” คือ ห้องโถง ใหญ่มีการพนันหลากหลายชนิด ที่รับลูกค้าขาจร หรือลูกค้ารายย่อย มีวงเงินเล่นจำกัดลงเล่นทีละร้อยบาท ส่วนที่สอง...ห้องวีไอพี มีอยู่ 2 ห้อง รองรับลูกค้าได้ 50 คนต่อห้อง ที่รับเฉพาะระดับเศรษฐีมีเงิน ที่เรียกว่าระดับ “ขาใหญ่” มักเป็น “คนจีน” ที่เอาเงินสดมาเล่น และ “คนไทย” จะมีบัญชีธนาคารยอดเงินมาเล่น 1 แสนบาทขึ้นไป ด้วยการแทงลงเงินไม่ต่ำกว่า 1 พันบาท ดังนั้น ก่อนเข้าบ่อนลูกค้าต้องเปิดการ์ด และแลกชิปประการต่อมา...“บ่อนกาสิโนท่าขี้เหล็กแข่งขันสูง” มักมีการ “เสนอโปรโมชัน” หรืออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าค่อนข้างมาก ในการดึง “นักเสี่ยงโชคกระเป๋าหนัก” เช่น “การลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์” หรือ “ติดต่อสำนักงานเครือข่ายบ่อนเปิดในแม่สาย” ในการทำเรื่องผ่านแดนและจัดบริการรถรับ-ส่งข้ามแดน ฯลฯการเดินทางไป “กาสิโน” ต้องผ่านด่านศุลกากรเปิดตั้งแต่ 06.00-20.00 น. กรณีไปกันเป็นกลุ่มมักฝากใบผ่านแดนกับคนขับรถตู้ เพื่อใกล้ถึงเวลาปิดด่านจะเข้าไปเรียก แต่บางคนขอกลับทีหลังด้วยการค้างคืน หรือ “กลับผ่านช่องทางพิเศษ” ตามคำบอกเล่าที่ว่า “ลูกค้ากลับตี 2 ตี 3” ในการข้ามน้ำเสียค่าข้ามคนละ 500 บาทด้วยการ “นั่งอ่าง” เหนี่ยวเชือกขึงดึงสาวข้ามมาฝั่งไทย ที่เรียกว่า “ด่านเถื่อน” ในช่องทางพิเศษนี้ บริเวณ “แม่น้ำสาย” มีอยู่หลายจุด เมื่อข้ามเสร็จก็เอาใบผ่านแดนให้เจ้าหน้าที่บางคน เพื่อเคลียร์ย้อนหลังแสดงการข้ามมาฝั่งไทยแล้วเรียบร้อย ทำให้ไม่เป็นการ “ตกค้างในเมียนมา” ที่เป็นอันเสร็จขั้นตอนทางด่วนพิเศษตอกย้ำ...“คนป่วยหนักในเมียนมา” ยังสามารถใส่เรือข้ามมารักษาในฝั่งไทย ในเวลาตอนเที่ยงคืน โดยไม่ต้องผ่านด่าน แต่ต้องจ่ายคนละ 500 บาท ที่มีทหารเมียนมาโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือในฝั่งไทยให้เอารถพยาบาลรับไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่งได้ และตื่นเช้าก็เอาบัตรรับรองแพทย์ เพื่อทำบัตรผ่านแดนย้อนหลังได้ด้วยซ้ำในเส้นทางนี้ “นักพนันต่างรับรู้ดี” มีการลักลอบกันมานาน จนโควิด-19 ระบาด “รัฐบาล” สั่งให้ปิดด่านเข้มงวดการลักลอบตามช่องทางธรรมชาติ ส่งผลให้ “ด่านเถื่อน” ที่เคยข้ามกันประจำหายไป... ประเด็น...“แหล่งบันเทิงท่าขี้เหล็ก” มักมีเจ้าของแยกจาก “บ่อนกาสิโน” ส่วนใหญ่เป็น “ธุรกิจคนไทย” เดิมประกอบกิจการสถานบันเทิงในพื้นที่กรุงเทพฯอยู่แล้ว เช่น ผู้ประกอบการบางคน ในย่านเพชรบุรี ย่านทองหล่อ พระราม 9 รัชดา ที่มีการเคลื่อนย้ายธุรกิจเข้าไปเปิดสาขาเชื่อมโยง บ่อนกาสิโนในท่าขี้เหล็กขึ้นนี้ทำให้มี “คอนแทกต์” สามารถจัดสรรคัดเลือก “สาวเอนเตอร์เทนหน้าตาดี” เข้าไปให้บริการดูแล “ลูกค้ากระเป๋าหนัก” สถานบันเทิงในท่า–ขี้เหล็ก เพราะ “ลูกค้าคนจีน” นิยมสาวไทยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสาวไทยอายุ 25 ปีขึ้นไป มักมีประสบการณ์ดูแลลูกค้าดีอยู่แล้ว ดังนั้น ราคาค่าบริการ ย่อมสูงกว่า “สาวลื้อ”...หญิงสาวคนท้องถิ่นพูดง่ายๆ...“โครงข่ายสาวเอนในบ่อนท่าขี้เหล็ก” เชื่อมโยงกันกับ “สถานบันเทิงบางแห่งใน กทม.” มีการเคลื่อนย้ายสลับเปลี่ยนหญิงสาวได้ตลอด ดังนั้น “ธุรกิจบ่อนกาสิโน และสถานบันเทิง” ย่อมมีความสัมพันธ์ของทั้งคู่เกื้อหนุนกัน ทำให้ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ด้วยซ้ำ เพื่อดึงนักเที่ยวเข้ามาหลงติดกับดักเข้าบ่อนได้ง่ายที่สุดเท่าที่ติดตามจาก “เครือข่ายท่าขี้เหล็ก” ในช่วงระบาดโควิด-19 “ทางการท้องถิ่นเมียนมา” มีมาตรการปิดเมืองตามระบบข้อปฏิบัติของสากลเช่นกัน แต่ภาย “ในโรงแรม” ก็ยังมีกิจกรรมบันเทิง หรือเปิดเล่นการพนันเสมือนปกติ ยกเว้นไม่ให้ลูกค้าออกไปเพ่นพ่านภายนอกเท่านั้นกระทั่งมี “การลักลอบเข้าเมือง” เป็นกระแสกดดัน “เจ้าหน้าที่ไทย และเมียนมา” ในการเข้มงวดตามมาตรการป้องกัน อีกทั้ง “ชาวบ้านท่า-ขี้เหล็ก” ปิดหมู่บ้านคัดกรองคนแปลกหน้าเข้าพื้นที่ ทำให้บ่อนกาสิโน และสถานบันเทิงบางแห่งต้องถูกปิดโดยปริยายชั่วคราว ส่งผลให้ “คนไทย” พยายามกลับเข้ามาในไทยนี้อยู่ตลอดนี่คือ...“โครงข่ายบ่อนกาสิโนท่าขี้เหล็ก” ทับซ้อนสัมพันธ์เชิงอำนาจ และผลประโยชน์มหาศาลและยังสะท้อนถึงปัญหาการปล่อยปละละเลยให้ลักลอบข้ามพรมแดน “ทำกันจนเคยชิน” แม้เจ้าหน้าที่บางคนรับรู้กันมาตลอด แต่ก็ยังนิ่งเฉยมาจนถึงทุกวันนี้...?