ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กๆ สำหรับโรคบางโรค ที่กลายมาเป็นเทรนด์ใหม่สำหรับคนในยุคนี้ นั่นก็คือ โรค Gastroesophageal Reflux Disease : GERD หรือชื่อภาษาไทยว่า โรคกรดไหลย้อน เห็นได้จากตลาดของยาลดกรดในกระเพาะที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีการแตกแบรนด์ของยาประเภทนี้ออกไปอีกหลายแบรนด์กรดไหลย้อน เป็นโรคที่ไม่เลือกเพศและวัย เพราะเกิดได้ทั้งกับเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้ชาย ผู้หญิง รวมทั้งผู้สูงอายุ มีโอกาสที่จะเป็นกรดไหลย้อนได้ทั้งสิ้นอาการของโรคนี้ที่สังเกตได้ง่าย คือ อาการแสบร้อนบริเวณหน้าอก เรอเปรี้ยวบ่อยๆ ซึ่งเกิดจากการที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหารแม้จะไม่ทำให้เป็นโรครุนแรงจนถึงขั้นอันตราย แต่ต้องยอมรับว่า กรดไหลย้อน เป็นโรคที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตได้ไม่น้อยสาเหตุของการเกิดกรดไหลย้อน จริงๆ แล้วไม่ได้มีปัจจัยซับซ้อน เช่น พันธุกรรม หรือโรคติดต่อใดๆเลย แต่เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องในการกินอาหาร เช่น กินอาหารเสร็จแล้วนอนทันที กินอาหารมันๆมากเกินไป จนทำให้เกิดความผิดปกติของหูรูดส่วนปลายหลอดอาหาร และการกินอาหารที่ไม่ถูกต้องจนทำให้เกิดความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ส่งผลให้กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาสู่หลอดอาหารได้ มากขึ้นแสบร้อนกลางอกเป็นอาการที่เด่นชัดที่สุดของโรคกรดไหลย้อน แต่ก็มีหลายอาการแสดงทั้งแบบเด่นชัดและแบบซ่อนเร้น อาการที่ชัดเจนของโรคนี้ คือ อาการแสบร้อนกลางอก มีอาการเรอเปรี้ยวบ่อยๆ แต่ก็มีไม่น้อยที่ไปพบแพทย์ด้วยอาการที่ไม่ชัดเจน หลายๆ อาการ เช่น เจ็บหน้าอก ไอเรื้อรัง ไซนัสอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ หรือหูอักเสบ ซึ่งอาจทำให้แพทย์ตรวจไม่พบสาเหตุที่ชัดเจนของโรค อาจต้องทำการตรวจโดยแพทย์จากหลายสาขา จนพบสาเหตุที่แท้จริงใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเป็นกรดไหลย้อน ปัจจัยหลักๆ ที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคนี้ มีตั้งแต่ ภาวะน้ำหนักเกิน หรือ อ้วน พฤติกรรมการกินและการนอน เช่น กินแล้วนอนทันที กินผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว อย่างส้ม มะนาวบ่อยๆ และที่นึกไม่ถึงคือ การกินช็อกโกแลต หรืออาหารที่มีส่วนผสมของมิ้นท์พฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้หลอดอาหารส่วนปลายคลายตัวได้บ่อยขึ้นนำไปสู่การเกิดกรดไหลย้อนได้ นอกจากนี้ ยังพบว่า ความอ้วน การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการดื่มน้ำอัดลมบ่อยๆก็เป็นปัจจัยเสริมที่มีส่วนทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้เช่นกัน สาเหตุอีกอย่างที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อน ก็คือ ความเครียด มีงานวิจัยทางการแพทย์พบว่า ความเครียดมีส่วนสัมพันธ์กับเรื่องกรดไหลย้อนโดยตรง เพราะความเครียดส่งผลในด้านลบต่อการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย ในทางการแพทย์เรามักจะพบว่าคนที่มีความเครียดมักจะมีภาวะที่เรียกว่า ภาวะหลอดอาหารมีความไวเกินต่อสิ่งกระตุ้น (Esophageal hyper-sensitivity) หลอดอาหารจึงอ่อนไหวต่อกรด เมื่อมีกรดไหลย้อนขึ้นมาเพียงเล็กน้อย คนกลุ่มนี้ก็จะมีอาการแสดงให้เห็นทันที คือรู้สึกได้ไวมากกว่าคนปกติทั่วไปกรดไหลย้อนสามารถรักษาได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ร่วมกับการให้ยาลดกรด การปรับพฤติกรรมที่แพทย์มักแนะนำ คือ การปรับเรื่องของปริมาณของอาหารที่รับประทานและชนิดของอาหาร การงดรับประทานอาหารก่อนเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง พยายามลดการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยลดอาการได้เป็นอย่างดีแม้ตัวโรคกรดไหลย้อนเอง จะไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่หากปล่อยให้เป็นโรคนี้เนิ่นนานจนเรื้อรัง อาจส่งผลให้เกิดแผลในหลอดอาหาร หรือหลอดอาหารตีบ ทำให้กลืนติด กลืนลำบาก หรือ ถ้าร้ายแรงอาจถึงขั้นเป็นมะเร็งที่หลอดอาหาร เลยก็ได้ เพราะหลอดอาหารส่วนปลายมีการสัมผัสกับกรดมากเกินไป ทำให้เซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นมะเร็งในที่สุดทางที่ดีเมื่อรู้สึกว่าเริ่มมีอาการใกล้เคียงหรือสงสัยว่าจะเป็นกรดไหลย้อน ต้องหันกลับมาดูพฤติกรรมการกินและปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม โรคนี้เริ่มต้นสามารถซื้อยาในกลุ่มยาลดกรดในกระเพาะอาหารมาทานเองได้ ถ้าไม่เป็นมาก ปรับพฤติกรรม กับกินยาไประยะหนึ่ง อาการของโรคก็จะดีขึ้น แต่ถ้าทำทุกอย่างแล้ว ยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้พบแพทย์ เพราะอาจจะต้องทำการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารส่วนบนเพื่อดูว่ามีโรคอื่นซ่อนอยู่หรือไม่ เพื่อวางแผนการรักษาในขั้นตอนถัดไป และอาจต้องทำการตรวจวัดกรดในหลอดอาหาร 24 ชั่วโมง เพื่อหาสาเหตุ ก่อนทำการรักษาต่อไปด้วย.