นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า จากการประชุมเรื่องการยึดมั่นศาสนาตามพระบรมราโชบายในหลวง ร.10 ด้านการศึกษา ได้แก่ 1.มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 2.มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง-มีคุณธรรม 3.มีงานทำ-มีอาชีพ 4.เป็นพลเมืองดี เพื่อขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ โดย วธ.ได้รับมอบหมายภารกิจส่งเสริมให้ศาสนิกทุกศาสนาเข้าใจและยอมรับบริบทกันและกัน ซึ่งการยึดมั่นศาสนาตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาต้องได้รับการยอมรับในสังคมที่มีความเป็นพหุวัฒนธรรม มีคุณธรรมจริยธรรม และมีเสรีภาพแต่งกายตามความเชื่อศาสนานายอิทธิพลกล่าวต่อว่า ในการประชุมผู้แทนศาสนาร้องเรียนกรณีสถานศึกษาบางแห่งไม่เปิดโอกาสให้นักเรียนที่นับถือศาสนาต่างกัน แต่งกายตามวัฒนธรรมประเพณี ทั้งที่มีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้ปฏิบัติได้ ตนจึงจะนำไปประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศธ. และกระทรวงมหาดไทย เพื่อร่วมสร้างความเข้าใจให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่ในพื้นที่บ้านบางเทา อ.ถลาง ภูเก็ต ได้นำเสนอโครงการผสมผสานการเรียนรู้ร่วมกันระดับนักเรียน ซึ่งแม้มีพิธีทางศาสนาต่างกัน แต่ก็มีความเคารพซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ ผู้แทนองค์กรศาสนาในพื้นที่เสนอให้ วธ.ผลักดันโครงการการศึกษาพหุวัฒนธรรมในสถานศึกษาเข้าสู่แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติในรูปแบบการจับคู่ระดับครอบครัวที่นับถือต่างศาสนา เช่นพุทธกับอิสลาม คริสต์กับอิสลาม หรือพุทธกับคริสต์ ซึ่งในภูเก็ตทำโมเดลนี้แล้ว เกิดผลสำเร็จของผู้นับถือศาสนาต่างกันแต่ก็ให้เกียรติกันมาหาสู่กันสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน เข้าใจวัฒนธรรมเชิงลึกมากขึ้น และมีความสามัคคี ทั้งนี้ ตนได้รับมาพิจารณาเพื่อบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งย้ำให้ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนาร่วมสร้างความเข้าใจความสามัคคีของคนในชุมชนเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง.