นายพงศ์ศักดิ์ ณ ศร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานชัยภูมิ เผยถึงการบริหารจัดการน้ำในจังหวัดชัยภูมิว่า มีความสำคัญมากเพราะเป็นพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำชี จึงมีศักยภาพในการพัฒนาแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำผิวดิน แหล่งน้ำใต้ดิน และระบบส่งน้ำชลประทาน จากแต่เดิมมีอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน ขนาดความจุ 46.9 ล้าน ลบ.ม. เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับพื้นที่ชลประทาน 40,000 ไร่ ทำให้บริเวณที่ลุ่มชาวบ้านก็ทำนา หากเป็นที่ดอนจะปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง ส่วนตอนล่างของอ่างฯจะปลูกพืชไร่ เพราะไม่ต้องการน้ำมากนัก“แต่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้มักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ทำให้ขาดน้ำอุปโภค บริโภค และการเกษตร โดยเฉพาะเขตอำเภอหนองบัวแดง มักมีปัญหาเรื่องน้ำประปาตลอดหลายปีที่ผ่านมา และเมื่อฤดูน้ำหลาก เขตอำเภอเมืองมักประสบปัญหาอุทกภัย ขณะที่พื้นที่ท้ายอ่างฯ มีน้ำใช้อย่างจำกัดกว่าพื้นที่เหนืออ่างฯ ทำให้เกษตรกรปลูกพืชได้ไม่หลากหลาย เพราะไม่สามารถปลูกพืชต้องการน้ำมากอย่างพืชสวน หรือไม้ผลเศรษฐกิจได้” ผู้อำนวยการโครงการชลประทานชัยภูมิเผยอีกว่า ปี 2562 กรมชลประทานจึงได้รับอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หลังจากในหลวงรัชกาล ที่ 9 มีแนวพระราชดำริมาตั้งแต่ปี 2526 สร้างเป็นอ่างเก็บน้ำมีขนาดความจุ 70.21 ล้าน ลบ.ม. ให้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับพื้นที่การเกษตรตามลำน้ำชีบริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำ ประมาณ 75,000 ไร่ คาดว่าการก่อสร้างเสร็จพร้อมใช้งานในอีก 3 ปีข้างหน้าเมื่อสร้างเสร็จแล้วจะทำให้ต้นน้ำชี มีอ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง จะช่วยให้ราษฎรในพื้นที่สามารถ มีน้ำทำการเพาะปลูกได้ทั้งในระยะฤดูฝน ฤดูแล้ง และมีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคตลอดปี เพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำ และบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตรในพื้นที่ ขณะที่เกษตรกรก็มีตัวเลือกในการปลูกพืชหรือไม้ผลเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ตลอดจนเป็นแหล่งทำการประมง และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมถึงเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนในพื้นที่ และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตนอกจากนั้น อ่างเก็บน้ำทั้งสองแห่งอยู่ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวยังจะมีส่วนช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้ป่าไม้ เป็นแหล่งน้ำให้สัตว์ป่าได้อีกด้วย.