หนังสือ “สามก๊กฉบับวณิพก” สองเล่มหนา ยาขอบ ใช้เนื้อหาฝรั่ง ปริวิต์ เทเลอร์ แปลจากนิยายฉบับจีน ที่ล่อ-กวนตงแต่ง ตามสูตรจริงเจ็ดเท็จสามนี่คืองานที่แวดวงวรรณกรรม เชื่อกันว่า ยาขอบเขียนผู้ชนะ สิบทิศไม่จบลองอ่านตอนโจสิด ลูกสุดท้องของโจโฉ ร่ายโศลกเอา ชวิตรอด ผมก็อยากรู้ ล่อกวนตงทั้งแต่งทั้งเติม ยาขอบเอามา “เสริมสีสัน” ได้แค่ไหนยาขอบปูพื้นฐานให้ผู้อ่านเข้าใจ โจโฉผู้สำเร็จราชการก๊กเว่ยตาย โจผี ลูกคนโตรับตำแหน่งแทนพ่อโจโฉใจเย็น เล่นบทเผด็จการการเมือง โดยมีจักรพรรดิเหี้ยนเต้เป็นธง แต่โจผีใจร้อน ทนเล่นบท “กราบไปด่าไป” ไม่ไหว หักธงเนรเทศเหี้ยนเต้ ตั้งตัวเป็นองค์จักรพรรดิเสียเองแต่เสี้ยนหนามการเมืองยังมี คือน้องชายอีกสามคน ที่ครองสามเมืองหน้าด่านสำคัญ ในวันบรมราชาภิเษกจักรพรรดิองค์ใหม่ น้องทั้งสามตามธรรมเนียมก็ต้องเข้ามาร่วมงานพิธีน้องคนที่สองที่สาม เสร็จโรงเรียนโจผี ถูกสั่งประหาร ปัญหาสะดุดใจ ทำไมโจสิดน้องคนที่สี่ไม่มายาขอบเล่า เมื่อคราวโจโฉสร้างประสาทโอ่อ่าสง่างาม สำหรับหญิงงาม ริมแม่น้ำเจียงโห โจสิดถูกเรียกมาเขียน “มหากาพย์” ประดับประสาท ฮือฮากันทั้งอาณาจักร มหากาพย์นั้น ไพเราะ ประทับใจนักหนาคนประทับใจมากกว่าใคร ก็คือผู้เป็นพ่อเรื่องที่รู้ๆกันทั้งอาณาจักรอีก นอกจากโจสิดมีพรสวรรค์การประพันธ์ เขายังเป็นเลิศในด้านการเมาเหตุผลในการไม่มางานบรมราชาภิเษกพี่ชาย จะเป็นเพราะโจสิดฉลาดรู้ชะตากรรม ยาขอบไม่พูดถึง ยาขอบเขียนว่า โจสิดช้า เพราะมัวแต่เมากับการแต่งโคลงเล่นละครประกาศิตจักรพรรดิ โจสิดถูกจับมายืนหน้าพระที่นั่ง โจผีชี้ให้น้องชายดูผนังที่มีภาพกระทิงสองตัวสู้กัน“พ่อเชื่อว่า เจ้ามีฝีมือในการประพันธ์ แต่ข้าไม่เชื่อ” โจผีว่า “จะให้เชื่อ เจ้าต้องพิสูจน์ แต่งโคลงบรรยายให้จบในช่วงเวลาเดินเจ็ดก้าว”โจสิดยิ้มให้หมาป่าพี่ชาย เขาเริ่มก้าวที่หนึ่ง รำพันถึงโคเปลี่ยวสองตัว ที่กำลังซุนหัวส่ายคุมเชิงแก่กัน แต่ละฝ่าย มีเขาเรียวโง้ง ร่างพ่วงพีทรงพลัง โรมรันต่อสู้กันในที่สุด ตัวหนึ่งก็เสียเชิงล้มจมกองเลือด ที่ล้มไม่ใช่เพราะแรงไม่พอ แต่เป็นเพราะฝืนใจสู้บทประพันธ์นี้ ไพเราะสะเทือนใจ ไม่เพียงโจผีจะอึ้ง ขุนนางทั้งราชสำนักก็อึ้ง โจผียังไม่ลดละ เขาบอกให้โจสิดเขียนบทประพันธ์ ถึงพี่น้องที่ไม่ควรฆ่ากัน โดยไม่ใช้คำว่าพี่น้องโจสิดยืนนิ่ง เขาไม่มีก้าวต่อไป ร่ายโศลกทันที คำประพันธ์บทนี้ แปลเป็นไทยด้วยสำนวนวณิพกยาขอบว่าชาวบ้านต้มถั่วด้วยเพลิงที่เกิดจากเถาถั่ว ฉะนั้นจึงมีเสียงครวญจากหม้อต้มถั่วว่า ไฉนเล่า เราเกิดจากรากเหง้าเดียวกัน ควรหรือมาทำลายข้าฯด้วยโทสะร้อนพลานุภาพของโศลกบทนี้ โจผีสำนึกถึงความเมตตา ความร้อนจากโทสะ ดังไฟป่าต้องฝน โจผีซาบซึ้งถึงขั้นซบหน้าร้องไห้ ต่อหน้าขุนนางทั้งปวงโจสิดรอดชีวิตได้ด้วยโศลกเถาถั่วต้มต้นถั่ว บทโศลกที่คนทั้งโลกจดจำเป็นแบบอย่างเตือนเพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลาย ที่กำลังชิงอำนาจกันวุ่นวาย ท่ามกลางความวินาศฉิบหายของบ้านเมือง.กิเลน ประลองเชิง