ศาลตัดสินคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร สั่งจำคุก “วัฒนา เมืองสุข” มีเจตนาใช้อำนาจในตำแหน่งเรียกรับทรัพย์สินโดยทุจริต และกระทำผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ รวม 11 กระทง กระทงละ 9 ปี รวมจำคุก 99 ปี เมื่อรวมโทษตามกฎหมายแล้วคงจำคุก 50 ปี จำคุก “เสี่ยเปี๋ยง” 6 กระทง กระทงละ 11 ปี รวมจำคุก 66 ปี เมื่อรวมโทษตามกฎหมายแล้วคงจำคุก 50 ปี ส่วน “อริสมันต์” โดน 4 ปี แต่ไม่ได้มาฟังคำพิพากษาหนีไปแล้ว พร้อมให้ “วัฒนา เสี่ยเปี๋ยง” และจำเลยอีก 2 คน ร่วมกันชดใช้เงินกว่า 1.3 พันล้านภายใน 30 วัน แต่ยังมีโอกาสอุทธรณ์ “วัฒนา” ประกันตัวออกไปวงเงิน 10 ล้านบาทที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ก.ย. ศาล นัดฟังคำพิพากษาคดีที่ อม.42/61 หรือคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง 1.นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พม. 2.นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตบอร์ดการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการระหว่างวันที่ 9 ก.ย.2548-19 ก.ย.2549 3.นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีต ผอ.ฝ่ายการเงิน บริษัทปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้าง 4.นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าว 5.น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง 6.น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ 7.น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ 8.บริษัทเพรซิเดนท์อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน9.บริษัทซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (เดิมชื่อบริษัทไทย เฉน หยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) โดยนางพิมพ์วรา รัชต์ธนโรจน์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน 10.นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย 11.บริษัทพาสทิญ่าไทย จำกัด 12.บริษัทนามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย 13.บริษัทพรินซิพเทคไทย จำกัด ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง และ 14.น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัทไทยเฉนหยูฯ ทั้งนี้จำเลยที่ 6-7 และ10-12 หลบหนีศาลออกหมายจับปรับนายประกัน ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน ตาม ป.อาญามาตรา 148 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตมาตรา 157 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 และ 11 ฐานะเป็นตัวการและผู้สนับสนุนบรรยากาศศาลก่อนฟังคำพิพากษา มีตำรวจ สน.ชนะสงคราม มาอารักขาบริเวณด้านนอกอาคาร ในอาคารมีการตรวจสอบการเข้าออกศาลอย่างเข้มงวด คัดกรองตรวจสอบสื่อมวลชนและมีม่านกั้นไม่ให้ถ่ายภาพจำเลยที่ถูกควบคุมในอาคาร มีตำรวจศาลอารักขา จำเลยทยอยเดินทางมาฟังคำพิพากษา นายวัฒนา เมืองสุข เดินทางมาพร้อม น.ส.วีรดา เมืองสุข ลูกสาวต่อมาศาลโดยองค์คณะ 9 คน ร่วมกันมีคำพิพากษาว่า ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว พิพากษาว่า นายวัฒนาจำเลยที่ 1 มีเจตนาใช้อำนาจในตำแหน่งเรียกรับทรัพย์สินโดยทุจริต กระทำผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯรวม 11 กระทง กระทงละ 9 ปี รวมจำคุก 99 ปี แต่เมื่อรวมโทษตามกฎหมายแล้วคงจำคุก 50 ปี จำคุกนายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 4 รวม 6 กระทง กระทงละ 11 ปี รวมจำคุก 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษตามกฎหมายแล้วคงจำคุก 50 ปี จำคุกจำเลยที่ 5 น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง 4 กระทง กระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 20 ปี จำคุกจำเลยที่ 6 น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว 11 กระทง กระทงละ 4 ปี รวมจำคุก 44 ปี จำคุกจำเลยที่ 7 น.ส.รุ่งเรือง คุณปัญญา 8 กระทง กระทงละ 4 ปี รวมจำคุก 32 ปี จำคุกจำเลยที่ 10 นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง 1 กระทง 4 ปี ส่วนจำเลยที่ 8 บริษัท เพรซิเดนท์อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด มีนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน ให้ปรับเงินกว่า 275,000 บาทนอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้นายวัฒนา จำเลยที่ 1 เสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 4 น.ส.กรองทอง จำเลยที่ 6 และบริษัทเพรซิเดนท์ฯ จำเลยที่ 8 ร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 1,323,006,750 บาท น.ส.รัตนา จำเลยที่ 5 ชดใช้เงินจำนวน 763 ล้านบาทเศษ น.ส.รุ่งเรือง จำเลยที่ 7 ชดใช้เงินจำนวน 1,056 ล้านบาท และนายอริสมันต์ จำเลยที่ 10 ชดใช้เงินจำนวน 40 ล้านบาท ทั้งนี้ โทษปรับให้ดำเนินการชำระเงินภายใน 30 วัน หากไม่ดำเนินการจะยึดทรัพย์ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 3 9 11 และ 14 หากจำเลยมีอุทธรณ์ใน 30 วัน ศาลจะเลือกองค์คณะพิจารณาต่อไปหลังฟังคำพิพากษา นายวัฒนายื่นหลักทรัพย์ 10 ล้านบาท ในบัญชีธนาคารขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลวางเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นได้รับอนุญาต จากนั้นนายวัฒนาออกมานั่งหารือกับทนายความ อยู่ในอาคารหลังศาลอนุญาตให้ประกันตัว นายวัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า ตนจะใช้สิทธิอุทธรณ์ไปตามกฎหมาย ดีใจที่ตนเป็นเคสแรกที่โทษสูงขนาดนี้แต่ศาลให้ประกันตัว เพราะกราบเรียนท่านว่า ตนเป็นคนว่าความทำคดีเอง เอกสารมีเป็นหมื่นหน้าอยู่ในไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ถ้าไม่อนุญาตให้ประกันตัว ตนไม่สามารถอุทธรณ์ได้เพราะในเรือนจำไม่อนุญาตให้นำเครื่องมือสื่อสารเข้าไป ศาลอนุญาตประกันตัวด้วยเหตุผล เชื่อว่าตนไม่มีพฤติการณ์หลบหนีและมาศาลทุกนัด ส่วนการอุทธรณ์ต้องมีพยานใหม่เป็นการคัดค้านดุลพินิจของศาล เป็นเรื่องความเห็นที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะมีความเห็นอย่างไร ตนมั่นใจตั้งแต่วันแรกแล้ว ดูภาษากายตนก็รู้ เชื่อว่าสิ่งที่ทำมาถูกต้อง เมื่อถามว่ายืนยันว่าจะไม่หลบหนีแน่นอนใช่หรือไม่ นายวัฒนากล่าวว่า หนีทำไม ตอนนี้ จะหนีไปสภา อยากลุ้นรัฐธรรมนูญมากกว่า ตนรู้ดี ทุกอย่างว่าทำอะไร จากภาษากายทุกคนรู้ว่า ตนไม่หนี องค์คณะ 9 ท่านยังเชื่อว่าตนไม่หนี นี่เป็นคดีแรกที่โทษ 50 ปีแล้วศาลให้ประกัน