ตร.ร่วมทฤษฎีสมคบคิดชงแก้กม.หยุดอายุความถ้าคนทำผิดหลบหนีคดี “บิ๊กตู่” ควง “วิชา มหาคุณ” เปิดแถลงใหญ่ ผลตรวจสอบของกรรมการตรวจสอบคดี “บอส อยู่วิทยา” รับเป็นคดีที่สังคมคาใจ มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากทั้งตำรวจ อัยการ ทนาย และฝ่ายการเมือง สลับซับซ้อน พิกล รับ 5 ข้อเสนอแนะ ส่ง ป.ป.ท.เป็นหน่วยงานหลัก รับไม้ดำเนินการต่อ สั่งตำรวจลุยคดีบอสที่ยังไม่หมด อายุความภายใน 30 วัน พร้อมสอยเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่โปร่งใส “วิชา” เปิดฉากแถลงคดีนี้เป็นเรื่องน่าอับอายของบุคคลและองค์กรในกระบวนการยุติธรรม รายงานละเอียดเห็นทั้งกระบวนการ แต่ตัวละครขอใช้ ชื่อย่อเพราะเกรงว่าจะได้รับผลกระทบ อสส.-รอง อสส. หลายคนปฏิเสธรับคำร้องขอความเป็นธรรมไปแล้ว จนครั้งสุดท้ายรอง อสส.หยิบพยานหลักฐานที่ถูกปฏิเสธแล้วเอามาเป็นหลักฐานใหม่ ปูดมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันวันสอบปากคำพยานความเร็วรถใหม่ ไม่ตรงกับที่ระบุในสำนวนคดี เสนอเอาผิดผู้เกี่ยวข้องกว่า 10 คน รวมทั้งอัยการ “น.” ดำเนินคดีอาญาไม่ได้ ให้ดำเนินการด้านวินัย หรือจริยธรรม ชงรื้อทำคดีใหม่ทั้งหมด ให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ พร้อมเสนอแก้กฎหมายแช่แข็งอายุความถ้าผู้ต้องหาหลบหนี “วิษณุ เครืองาม” รับลูกแก้กฎหมายแช่แข็ง อายุความคดี ส่งผู้รับผิดชอบดำเนินการต่อกรณีสำนักข่าวต่างประเทศตีแผ่ข่าวอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา อายุ 31 ปี ทายาทกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง กรณีขับรถสปอร์ตเฟอร์รารี่ชนรถ จยย. ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิตบนถนนสุขุมวิท เหตุเกิดเมื่อเช้ามืดวันที่ 3 ก.ย.2555 แล้วหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศจนถูกออกหมายจับ รวมทั้งออกหมายแดงตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) หลังการสั่งคดียืดเยื้อมากว่า 7 ปี ความผิดบางข้อหาหมดอายุความไปแล้ว เหลือแต่คดีหลักขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต่อมาอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องโดยตำรวจไม่มีความเห็นแย้งอย่างเงียบๆ ทำให้นายวรยุทธกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ หลังความแตกสร้างกระแสความไม่พอใจให้คนในสังคมอย่างรุนแรง จนหน่วยงานอัยการ ตำรวจ รวมไปถึงรัฐบาล ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคดีที่เกิดขึ้น เพื่อแก้ไขคดีที่เกิดขึ้น ต่อมาคณะทำงานของตำรวจและอัยการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว เหลือผลการตรวจสอบของคณะทำงานที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธานเท่านั้น “บิ๊กตู่” เปิดแถลงสรุปคดีบอสความคืบหน้าจากตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 1 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นายวิชา มหาคุณ และคณะกรรมการตรวจสอบคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา เปิดแถลงข่าวหลังประชุม ครม.ว่า ยอมรับว่าวันนี้เป็นคดีที่คาใจประชาชนและสังคม ตนไม่อยากให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่นในระบบและกระบวนการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมของไทยมีการดำเนินคดีมากมาย โดยเฉพาะคดีลักษณะดังกล่าว มีเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนคดีช่วงที่ผ่านมา และมีบางกรณีที่เกิดประเด็นเหล่านี้ขึ้นมา จึงเชิญนายวิชาและคณะกรรมการเข้ามาดำเนินการกำหนดเวลา 30 วัน คณะกรรมการทำงานอย่างน่าชมเชย ประชุมเกือบทุกวัน ขอชมเชยมา ณ ที่นี้ มีการส่งรายงานมาทุกรอบ 10 วันและพูดคุยทางโทรศัพท์กับตน ปรึกษาหารือกันตลอดเวลา ยืนยันว่าตนจะไม่ไปก้าวล่วงใคร เพราะถือว่าตนอยู่ตรงกลาง ไปก้าวล่วงอัยการก็ไม่ได้เพราะเป็นองค์กรอิสระ ส่วนตำรวจตนสั่งการไปตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการยอมรับคดีสลับซับซ้อนพิกลพล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า คณะกรรมการชุดของนายวิชาลงมติเห็นว่า เรื่องนี้ใช้เวลานานถึง 8ปีดำเนินการ และเกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมากทั้งตำรวจ อัยการ ทนายความ ฝ่ายการเมือง ดูแล้วสลับซับซ้อนพิกลอยู่ สังคมไม่ไว้วางใจตรงนี้ มีการร้องเรียนขอความเป็นธรรมซ้ำซากถึง 14 ครั้ง คณะกรรมการตรวจสอบใช้คำว่า อาจจะทำเป็นขบวนการต้องตรวจสอบกันต่อไปให้เกิดความชัดเจนขึ้น ต้องมาดูว่า เราจะทำอย่างไรได้ต่อไป ตรงนี้อย่าเพิ่งไปดูว่าเป็นใครบ้าง เพราะมันยังต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอีก ตนยังไม่อยากระบุรายชื่อตรงนี้ แม้หลายคนอยากจะรู้ แต่รู้ไปก็เท่านั้น ความขัดแย้งจะสูงขึ้นเรื่อยๆ เดี๋ยวถึงเวลาจะปรากฏเองมอบ “ป.ป.ท.” ขยายผลต่อพล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ข้อเสนอแนะ 5 ข้อ ของคณะกรรมการที่เสนอมา ประกอบด้วย 1.ยกคดีขึ้น เพื่อดำเนินการใหม่โดยเฉพาะคดีที่ยังไม่ขาดอายุความ เรื่องนี้ดำเนินการได้อย่างแน่นอน 2-3 คดี 2.ดำเนินคดีและดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย 3. บางเรื่องมีความชัดเจนว่า มีความผิดหรือไม่ แต่ต้อง ตรวจสอบพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องในเชิงจริยธรรม 4. ซักซ้อมเกี่ยวกับความเข้าใจการมอบอำนาจของผู้บังคับ บัญชาว่าจะทำอย่างไร เมื่อรับมอบแล้วจะรับผิดชอบอย่างไร ต้องไปดูและแก้ไขกฎระเบียบอีกหลายเรื่อง วิธีปฏิบัติการมอบอำนาจสิ่งต่างๆเหล่านี้จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ทันที ถ้าเป็นตำรวจตนกำกับดูแลอยู่แล้ว ส่วนอัยการเป็นอิสระ ส่วนทนายความมีสภาทนายความดูแลว่า มีบุคคลเกี่ยวข้องหรือเปล่า รัฐบาลจะมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นศูนย์กลาง ตามดูแล ประสานงานดำเนินการความก้าวหน้า พร้อมรายงานให้ประชาชนทราบเป็นระยะ และ 5.คณะกรรมการขอทำงานต่ออีก 30 วัน เพื่อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเชิงปฏิรูปให้เกิดความชัดเจน พูดคุยกัน แล้วว่า เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง ต้องช่วยกันผลักดัน ต่อไป เพราะฉะนั้นถ้าใครมีเบาะแสหรือข้อเสนอแนะ ขอให้ส่งกับคณะกรรมการฯขอบคุณ “วิชา” พร้อมทีมงาน“หลายท่านให้เกียรติร่วมเป็นคณะกรรมการชุดนี้โดยไม่หวังผลอะไรตอบแทน เพราะทุกคนต้อง การทำให้เกิดความชัดเจนเรื่องกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมหลักของประเทศชาติ ถ้าเราอยู่กันแบบไร้กฎหมายมันไม่ได้ บ้านเมืองจะกลายเป็นอนาธิปไตยทันที ไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้ว ถ้าไม่มีกฎหมายเหล่านี้มันอยู่ไม่ได้ หลายอย่างทำให้เกิดความเสียหาย ต่อประเทศ ความเชื่อมั่นจากต่างประเทศเสียไป เศรษฐกิจ ก็ไม่มั่นคง การลงทุนก็ลดลง ผมถามว่าเราจะได้อะไร ชัยชนะท่ามกลางซากปรักหักพัง ใครจะได้อะไรขอถาม หน่อย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว แล้วหันไปยกมือไหว้ขอบคุณนายวิชาและคณะกรรมการที่มานั่งฟังการแถลงข่าวของนายกฯ“วิชา” เปิดฉากเป็นเรื่องน่าอับอายต่อมา นายวิชา มหาคุณ แถลงรายละเอียดต่อสื่อมวลชนว่า คดีนี้เป็นเรื่องที่น่าอับอายสำหรับบุคคลและองค์กรที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม แม้แต่คนไทยเองที่ต้องรู้เรื่องจากฝรั่งว่า คดีนายวรยุทธขับรถชนตำรวจเสียชีวิต จนเกิดผลจากสั่งฟ้องกลายเป็น สั่งไม่ฟ้องคณะกรรมการฯ ทำงานมาตั้งแต่ 1-30 ส.ค. จนสามารถส่งข้อเสนอแนะได้ตามกำหนดเวลา ข้อมูลที่เราได้มาขอเรียนว่า ยังเป็นข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ นายกฯ เป็นกังวลว่า หากเผยแพร่ หรือเปิดเผย ออกไปจะกระทบถึงเขาหรือไม่ อย่างไร ฉะนั้นในสรุป รายงานที่ให้สื่อมวลชนครบเหมือนที่บอกไว้ บอกหมดว่า มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร เข้ามาในกระบวนการได้อย่างไร มีพฤติกรรมอย่างไร บอกโดยละเอียดทั้งหมดและ เป็นสิทธิ์ของนายกรัฐมนตรีต้องไปดำเนินการต่อและ สิทธิ์ของท่านที่จะพิจารณาเผยแพร่ต่อไป สำหรับเอกสาร ที่สรุปให้สื่อมวลชนจะทำให้เห็นกระบวนการทั้งหมด แต่ตัวละครต่างๆจะขอใช้อักษรย่อ พร้อมระบุตำแหน่งให้ แต่เป็นบุคคลที่คุณก็รู้ว่าใครเหมือนแฮร์รี่พอตเตอร์ ท่านสามารถไปสืบหาต่อได้เลยว่าเป็นใครแจ้งข้อหาคนตายไม่เป็นธรรมนายวิชากล่าวต่อว่า เราเห็นพฤติกรรมที่เริ่มตั้งแต่ทำสำนวนบกพร่อง เพราะการตั้งข้อหาคนตาย โดยเฉพาะ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ ที่ถูกนายวรยุทธขับรถชนจนเสียชีวิต ถือว่าไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะไม่มีสิทธิ์ต่อสู้คดี แม้ว่าเขาจะได้รับเงินเยียวยา แต่ทำให้รูปคดีเสียหายอย่างหนัก ผู้เชี่ยวชาญสอนกันมาตั้งแต่อดีตว่า หากตำรวจตั้งรูปคดีแบบนี้แสดงว่าไม่ได้จริงจังหรือจริงใจทำสำนวน กระบวนการเหล่านี้เราเห็นภาพว่า พนักงานสอบสวนไม่ได้ทำอย่างมืออาชีพ เพราะบางข้อกล่าวหาไม่ได้ใส่ไว้ในสำนวน สอบไว้เพียงแค่ให้รู้ว่าสอบ แต่ไม่ได้จริงจัง และสั่งไม่ฟ้องสำหรับข้อกล่าวหานั้น เช่น เรื่องเมาแล้วขับ ประเด็นนี้ นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาแล้วขับต่อสู้เรื่องนี้มานาน ท่านเสียใจมากว่าจะกลายเป็นเรื่องที่ขับแล้วเมา เป็นตัวอย่างการต่อสู้คดีในอนาคตและทำให้หลุดคดีทั้งหมดอสส.-รอง อสส.หลายคนสู้คดีนี้“สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญคือ การใช้ระยะเวลายาวนานมากในการสอบสวนคือ กินเวลากว่า 6 เดือน และไม่ได้นำตัวมาส่งฟ้องศาล ตามที่อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องตั้งแต่แรก อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องขอบคุณอัยการหลายท่านที่เป็นคนดีขององค์กร ต่อสู้เรื่องนี้มาโดยตลอดไม่ว่าจะถูกกดดันเพียงใด กรณีนี้มีอยู่ท่านหนึ่งเป็นอัยการระดับที่ไม่ใหญ่นัก แต่เขายืนหยัดต่อสู้ตรงนี้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องขอบคุณ อย่าเห็นว่าองค์กรจะมีแต่คนเลว คดีนี้มีการร้องขอความเป็นธรรม 14 ครั้ง ไม่ประสบความสำเร็จ 13 ครั้ง ส่วนการร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ 14 มีการยื่นพยานหลักฐานที่ก่อนหน้านี้ปฏิเสธไปแล้ว ร.ต.พงศ์นิวัติ ยุทธภัณฑ์บริการ อดีตอัยการสูงสุด (อสส.) ปฏิเสธพยานหลักฐานที่นำมาร้องขอความเป็นธรรมไปแล้ว นอกจากนั้น น.ส.นิภาพร รุจนรงศ์ รองอัยการสูงสุด ปฏิเสธการร้องขอความเป็นธรรมไปแล้ว 2 ครั้ง และครั้งสุดท้ายอย่างที่เรารู้กันว่า ท่านรองอัยการสูงสุดที่รับผิดชอบเรื่องนี้หยิบยกพยานหลักฐานที่ถูกปฏิเสธไปแล้วมา ถือว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ที่มั่นคง นอกจากนั้นยังมีอดีต อสส.อีก 4 คนให้ข้อมูลว่า การร้องขอความเป็นธรรมจะต้องใช้พยานหลักฐานใหม่เท่านั้น” นายวิชากล่าวมีหลักฐานยันวันสอบปากคำนายวิชากล่าวอีกว่า เรายังพบว่าการร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ 8 วันที่ 16 มิ.ย.58 เป็นครั้งที่เราถือได้ว่าเป็นการร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันจนผิดปกติที่สุดในกระบวนการทำสำนวน ลักษณะของการสมยอมการสอบสวน และยังพบว่าวันที่ก็ผิด ไม่ได้เป็นวันที่จริง เพราะเรารู้กันอยู่ว่า วันที่สอบพยานผู้เชี่ยวชาญทางด้านความเร็ว ซึ่ง พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานในคดี และนายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์ประจำและหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่ทำให้กลับความเห็นเรื่องความเร็ว พ.ต.อ.ธนสิทธิยืนยันว่า มันมีการกระทำลักษณะถูกกดดันด้วย ต้องขอบคุณ พ.ต.อ.ธนสิทธิ และนายสายประสิทธิ์ที่ให้ข้อมูล เพราะวันที่สอบปากคำทั้งวันที่ 26 ก.พ.59 และ 2 มี.ค.59 ถือเป็นวันเท็จ เพราะวันที่สอบปากคำจริงๆคือ วันที่ 29 ก.พ.59 เรามีหลักฐานยืนยันชัดเจน เป็นหลักฐานที่ทำให้เราเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัย และทั้ง 2 คนก็เข้าอยู่กระบวนการคุ้มครองพยานทันทีเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เมื่อถามว่า พยานหลักฐานอะไรที่ยืนยันว่า มีการแก้เปลี่ยนแปลงวันสอบปากคำ นายวิชาตอบว่า เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อถามย้ำว่า หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์พิสูจน์อย่างชัดเจนใช่หรือไม่ว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นวันที่ 29 ก.พ.59 นายวิชาตอบว่า เอาเป็นว่า เป็นหลักฐานที่เราส่งพิสูจน์ตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์แล้ว และได้รับการยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวันที่ 29 ก.พ.59คำนวณความเร็วไม่เคยดูที่เกิดเหตุนายวิชากล่าวต่อว่า แม้ว่านายสายประสิทธิ์จะเป็นผู้ให้ข้อมูลจนทำให้ความเร็วบิดผัน แต่ท่านยืนยันว่าเป็นการคำนวณตามหลักวิศวกรรม อย่างไร ก็ตามยอมรับว่า ไม่ได้ไปดูที่เกิดเหตุ ไม่ได้คำนวณที่ถนน และไม่ได้ทดสอบอะไร เพียงแต่คำนวณความเร็วทั้งหมดจากกระดาษบนโต๊ะทำงานเท่านั้น ฉะนั้นไม่ใช่ข้อมูลความเร็วที่เป็นจริงเหมือน พ.ต.อ.ธนสิทธิคำนวณไว้ว่า ความเร็วรถนายวรยุทธอยู่ที่ 177 กม.ต่อ ชม. คนให้ข้อมูลที่แท้จริงเรื่องนี้คือ นายสธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พนักงานสอบสวนไม่ได้นำเอกสารที่ท่านทดสอบใส่ไว้ในสำนวน เห็นได้ว่า เป็นข้อพิรุธในสำนวน กระบวนการเหล่านี้เราเห็นว่า มีการหยิบยกพยานหลักฐานที่สร้างขึ้นมาอันเป็นเท็จ ด้วยความร่วมไม้ร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ ทนายความ มีอัยการท่านหนึ่งอยู่ในกระบวนการนี้ด้วย นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ รู้ดีว่าเป็นใคร ขอให้ไปถามนายประสงค์ได้เลย ไม่มีข้อสงสัยในข้อนี้ เพราะอยู่ในพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เราต้องตรวจสอบต่อไป ชงรื้อคดีนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด“เรื่องนี้เป็นต้นไม้พิษ สร้างผลไม้อันเป็นพิษ บริโภคไม่ได้ ต้องเสียไปทั้งหมด ในกระบวนการเราเห็นว่า ให้สอบสวนใหม่ ไม่ใช่ว่าสอบสวนพยานหลักฐานใหม่ตาม ป.วิอาญา มาตรา 147 แต่เราเห็นยิ่งกว่านั้นคือ ต้องนับหนึ่งใหม่ แต่เนื่องจากบางข้อหาขาดอายุความไปแล้ว คงช่วยไม่ได้ในส่วนนี้ เราจึงเสนอด้วยว่า หลังจากนี้จะต้องปรับปรุงแก้ไขเกี่ยวกับเรื่องอายุความ ที่เราเสนอว่าต้องแก้โดยเร่งด่วน ให้อายุความหยุดลงเมื่อผู้ต้องหาหลบหนี แบบเดียวกับคดีทุจริตที่อายุความหยุดลงตราบใดที่ยังหลบหนีอยู่” นายวิชากล่าวชงสอบจริยธรรมผู้เกี่ยวข้องนายวิชากล่าวอีกว่า มีเรื่องที่ต้องดำเนินการสำหรับบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งสูง และเป็นผู้นำองค์กร เราอาจจะไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริงเรื่องทางอาญาหรือทางวินัย แต่ว่าเราสามารถดำเนินการได้ในแง่ของจริยธรรม เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 พูดถึงเรื่องจริยธรรมอย่างร้ายแรง ป.ป.ช.เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบและอาจให้พ้นจากตำแหน่งโดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ประมาณ 10 คนขึ้นไป สำหรับข้อเสนอของคณะกรรมการ ประกอบด้วย 1.ต้องเริ่มกระบวนการสอบสวนใหม่ให้ถูกต้องในข้อหาที่ยังไม่ขาดอายุความ โดยเฉพาะข้อหายาเสพติดให้โทษ ข้อหาขับขี่รถชนในขณะเมาสุราและเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ต้องดำเนินการทางวินัยและทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ และบุคคลอื่นที่ร่วมขบวนการมีทั้งหมด 8 กลุ่ม ดังนี้ 1.พนักงานสอบสวนซึ่งเกี่ยวข้องกับสำนวน 2.พนักงานอัยการซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 3.ผู้บังคับบัญชาซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 4.สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 5.ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 6.ทนายความซึ่งกระทำผิดกฎหมาย 7.พยานซึ่งให้การเป็นเท็จ 8.ตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุนในการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าวพยานปากเอกที่ตายเกี่ยวพัน “บอส”ผู้สื่อข่าวถามว่า การดำเนินการกับบุคคลระดับผู้บังคับบัญชาจะรวมถึงบุคคลที่อยู่ในระดับผู้นำองค์กรด้วยหรือไม่ นายวิชาตอบว่า ถ้าเผื่อเขาสอบไปว่า ถ้ามายุ่งเกี่ยวด้วย ต้องเข้าด้วย แล้วแต่ว่ากระบวนการสอบสวนหรือไต่สวนดำเนินการเพื่อให้ได้ความจริง เมื่อถามย้ำว่า การค้นหาความจริงของคณะกรรมการ ยืนยันว่ามีผู้นำองค์กรเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยใช่หรือไม่ นายวิชาตอบว่า “มี” ผู้สื่อข่าวถามถึงการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง จากการสวบสวนมีความเชื่อมโยงกับนายวรยุทธหรือไม่ นายวิชากล่าวว่า จากที่เราได้มามีความเชื่อมโยงพอสมควร เป็นที่รู้กันอยู่ เหมือนในโซเชียลมีเดียยังรู้ล่วงหน้าว่า ใครเป็นผู้อุปถัมภ์นายจารุชาติ มีทั้งบุคคลที่มีความเกี่ยวพันกับนายวรยุทธและผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองทางภาคเหนือ เรารู้กันอยู่ดังนั้นตำรวจภาค 5 กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ว่าทำไมถึงทำลายมือถือของนายจารุชาติ เพราะมันไม่น่าจะต้องทำลายถึงขนาดนั้น กำลังตรวจสอบอยู่เสนอดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษผู้สื่อข่าวถามว่า มีหลักฐานใดทำให้คณะกรรมการเชื่อมั่นว่า วันที่สอบปากคำเป็นเพียงวันเดียว ทั้งที่สำนวนระบุว่า สอบปากคำ 2 วัน นายวิชากล่าวว่า เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อถามย้ำว่า หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ที่เป็นตัวบ่งชี้ให้เกิดความชัดเจนจนคณะกรรมการเชื่อมั่นแบบนั้น นายวิชา กล่าวว่า หลักฐานดังกล่าวคณะกรรมการฯ ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการแล้ว เมื่อถามต่อว่า จะปฏิรูปเรื่องการพิจารณาคดีลับหลังจำเลยหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นข้อเสนอของคณะกรรมการฯ ที่จะเสนอให้ ป.ป.ท.เป็นผู้ประสานงาน หรือดำเนินการส่งต่อให้หน่วยงานต่างๆไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ดีเอสไอ คณะกรรมการฯเสนอว่า ขอให้รับเป็นคดีพิเศษสำหรับดีเอสไอ รวมไปถึงหน่วยงานอื่นๆเสนอให้ผู้บังคับบัญชาไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องความเร็วชัดเจนตั้งแต่สอบครั้งแรกผู้สื่อข่าวถามว่า ขอความชัดเจนเรื่องความเร็วรถของนายวรยุทธ และจุดเกิดเหตุของมอเตอร์ไซต์ของดาบตำรวจ นายวิชากล่าวว่า ในสำนวนเขียนไว้ชัดเจน ขอให้อ่านในรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะเขียนไว้ชัดเจนเรื่องความเร็ว จากการที่นักวิชาการคำนวณไว้แต่แรก 177 กม.ต่อ ชม. ที่มีนายสธน วิจารณ์วรรณลักษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ช่วยพิจารณาด้วย เป็นกระบวนการที่น่าเชื่อถือ เพราะการที่นายจารุชาติมาให้ถ้อยคำว่า ชนไม่แรง และเป็นการใช้ความเร็ว 50-60 กม.ต่อ ชม.คือ การกลับคำให้การเดิม เขาเคยให้ถ้อยคำไว้ไม่ใช่แบบนี้ ส่วนจุดเกิดเหตุระหว่างรถกับมอเตอร์ไซต์ ภาพมันฟ้องอยู่ตั้งแต่แรกแล้วคือ การชนซ้อนเข้าไปด้านหลัง ไม่ได้เบี่ยงมาจากด้านข้าง แต่เป็นการชนตรงๆ ผู้ตายกระเด็นเข้าไปหน้ากระจกรถและยังถูกลากพาไป 60 กว่าเมตร รถเฟอร์รารี่หยุดไม่ได้ 90 กว่าเมตร เมื่อบวกกันแล้วเกินกว่า 100 เมตรตรงนี้สรุปเขียนไว้ชัดเจนว่า มันแสดงให้เห็นว่ามีความผิดปกติ มีการให้ข้อมูลว่าการที่หยุดรถไม่ได้ในทันที แล้วครูดไป ลากไป แล้วผู้ตายกระเด็นไปขนาดนี้ มันน่าจะทำให้คนตายโดยเจตนาด้วยซ้ำไปเกี่ยวข้อง 10 คนรวมทั้งอัยการ “น.”ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการสอบสวนของคณะกรรมการฯสามารถระบุได้ชัดเจนหรือไม่ว่า มีผู้กระทำผิดกี่คน นายวิชากล่าวว่า จำนวนประมาณ 10 คนขึ้นไป ถามว่าในรายละเอียดเอ่ยถึงชื่ออักษรย่อ น. นายวิชาตอบว่า เราบอกไปแล้ว ในเอกสารก็มี จะเห็นว่ารอง อสส. อักษรชื่อ น. เมื่อถามย้ำอีกว่า จะเอาผิดทางวินัยได้หรือไม่ เพราะทราบว่ายื่นหนังสือลาออกจากราชการไปแล้ว นายวิชาตอบว่า การลาออกยังไม่ได้รับการอนุมัติ ตนไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับระบบของอัยการว่าจะรั้งตัวไว้ได้หรือไม่ ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการสอบสวนพบความเชื่อมโยงของทนายความกับครอบครัวนายวรยุทธอย่างไรหรือไม่ นายวิชากล่าวว่า ต้องให้สภาทนายความไปสอบต่อ เพื่อให้เห็นภาพเชื่อมโยงว่าเจ้าตัวเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ทนาย ธ.คนนี้เลย ยังไม่ปรากฏตัว ตามตัวไม่พบ เพราะฉะนั้นยังหาข้อมูลเชื่อมโยงไม่ได้เด้งอดีต ผบก.ตท.เพราะหมายจับผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการฯพิจารณาไปถึงความพยายามของตำรวจในการติดตามตัวนายวรยุทธมาดำเนินการหรือไม่ นายวิชากล่าวว่า นั่นเป็นเรื่องที่มีปัญหาที่ว่า อัยการดำเนินการเพื่อขอให้ออกหมายจับโดยศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับไปแล้ว แต่ปรากฏว่า เมื่อผู้บังคับการกองการต่างประเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดต่อองค์การตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล และทางอินเตอร์โพลออกหมายแดงให้ แต่หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันผู้บังคับการกองการต่างประเทศฯ ถูกย้าย เรื่องนี้คณะกรรมการฯระบุไว้ในสำนวนแล้ว เราชี้ให้เห็นว่า นั่นคือสิ่งผิดปกติรอดูตำรวจตามตัว “บอส” หรือเปล่าส่วนการติดตามตัวนายวรยุทธ ตม.ยืนยันแล้วว่า เขาจะไม่ลบชื่อออกและจะดำเนินการต่อไปอย่างจริงจัง คณะกรรมการฯ จะรอฟังต่อไปว่า จะมีความชัดเจนอย่างไร ส่วนเรื่องการนำตัวนายวรยุทธมาลงโทษต้องไปถามอัยการและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่มีกฎหมายว่า ตำรวจต้องไปหาว่าตัวเขาอยู่ที่ใด อัยการประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศช่วยดำเนินการประสานสถานทูตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายตามกฎหมาย ที่ผ่านมามีการประสานไปแบบไม่ประสาน ประสานแบบไม่ค่อยเต็มใจจะประสาน แต่ในรอบใหม่นี้ยังไม่เห็นว่า เขาจะไม่เต็มใจหรือเปล่า ขณะนี้บอกว่า ไม่ปรากฏชื่อ ไม่ปรากฏข้อมูลใน ตม. ขณะนี้ปรากฏแล้ว เพียงแต่ยังไม่เห็นเรื่องของหมายแดง ดังนั้นต้องติดตามอินเตอร์โพล รวมไปถึงการส่งผู้ร้ายข้ามแดนปูดอดีต สนช.เกี่ยวข้องด้วยผู้สื่อข่าวถามว่า จากการสอบสวนพบหรือไม่ว่า กมธ.ของ สนช.รายใดมีความเกี่ยวโยงด้วยหรือไม่ นายวิชากล่าวว่า รายละเอียดมีอยู่ในรายงาน แต่เป็น กมธ.บางคน ไม่ใช่ทุกคน นายวิชากล่าวในช่วงท้ายว่า ขอบคุณสื่อที่ติดมาตลอด 30 วัน ของการทำงาน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นไว้วางใจ ทางคณะกรรมการจะทำสิ่งที่ดีที่สุดให้เกิดประโยชน์กับประเทศของเราบอกได้แค่ “สมยศ” มาให้ข้อมูลนายวิชาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมทางโทรศัพท์ ผู้สื่อข่าวถามว่า อักษรย่อ “น” คือ นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุดหรือไม่ นายวิชาไม่ยอมตอบคำถามดังกล่าวเพียงแต่กล่าวว่า “เรื่องของอัยการต้องส่งให้อัยการตรวจสอบกันต่อไป” เมื่อถามอีกว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร.เป็นหนึ่งใน 10 คนที่จะตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่ นายวิชา ตอบว่า พล.ต.อ.สมยศมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสอบพยานเพิ่มว่า มีขึ้นวันที่ 26 ก.พ.59 เมื่อมีข้อมูลยืนยันว่า การสอบพยานเพิ่มมีขึ้นวันที่ 29 ก.พ.59 ถือว่ายังมีข้อสงสัยต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบต่อ “วิษณุ” รับลูกแช่แข็งอายุความด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายวิชา มหาคุณ เสนอแนวทางปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้อายุความทุกคดีหยุดลง เมื่อผู้ต้องหาหลบหนี และให้นับต่อเมื่อได้ตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีว่า ตอนนี้เรากำลังพูดถึงคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 แต่ข้อเสนอของนายวิชาให้ครอบคลุมทุกคดี ตอนนี้คดีที่แก้ไปแล้วคือ คดีทุจริต ส่วนคดีอื่นๆต้องไปรับฟัง ความคิดเห็นเพิ่มเติม ตนจะรับข้อเสนอนี้ แล้วให้ผู้ที่รับผิดชอบดำเนินการต่อ ให้คณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่มีนายเข็มชัย ชุติวงศ์ เป็น ประธานดำเนินการต่อ“บิ๊กตู่” สั่งลุยคดีบอสใน 30 วันต่อมาเวลา 17.10 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยแพร่เอกสารข้อความ จากนายกฯถึงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา โดยคณะของนายวิชาให้กับสื่อมวลชน มีเนื้อหาว่า ตนอ่าน รายงานตรวจสอบทุกหน้า รู้สึกว่าสิ่งที่ได้อ่านเป็นสิ่งที่น่าเศร้ามากสำหรับประเทศไทย แต่ไม่ใช่คนที่จะตัดสินได้ว่า นายวรยุทธมีความผิดหรือไม่ นั่นเป็นสิ่งที่ศาลและผู้พิพากษาจะเป็นผู้ตัดสิน ตามหลักกฎหมายและหลักฐานต่างๆที่นำมาประกอบคดีอย่างถูกต้อง แต่สิ่งที่สามารถทำได้และจะทำคือ คดีนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการเร่งด่วน และให้ตำรวจดำเนินคดีต่อ “บอส” ในคดีที่ยังไม่หมดอายุความภายใน 30 วัน เราต้องไม่ปล่อยให้คนหลุดพ้นจากกระบวนการยุติธรรมโดยใช้วิธีถ่วงเวลาให้หมดอายุความ และตนถือว่าการปล่อยให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องที่เลวร้ายเอาแน่สอย จนท.รัฐไม่โปร่งใสเอกสารระบุอีกว่า ขอพูดกับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการทำคดีว่า ให้ทำหน้าที่อย่างถูกต้อง ใช้จริยธรรมศีลธรรมนำทาง คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นได้ เพราะไม่อย่างนั้นคุณเองอาจจะเดือดร้อน และตามรายงานที่ได้รับเห็นชัดเจนว่า อาจมีบางคนที่ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างโปร่งใส หรือใช้จริยธรรมและศีลธรรมนำทางเท่าใดนัก ฉะนั้นตนจะสั่งการให้เริ่มสอบสวนเจ้าหน้าที่หรือบุคคล ที่อาจจะเกี่ยวข้องทำให้เกิดความไม่ถูกต้องในกระบวนการทางกฏหมาย ทั้งจากปฏิบัติหน้าที่ หรือการไม่ปฏิบัติหน้าที่จำหายนะต่อระบบยุติธรรมไทยในเอกสารระบุด้วยว่า ขอให้ทุกคนจำกรณีนี้ มี 2 ผู้เสียหายคือ ตำรวจดีๆท่านหนึ่ง ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในช่วงเช้ามืดของวันนั้น และอีกหนึ่งผู้เสียหายคือ ประเทศไทยของเราทั้งหมด เพราะวิธีการดำเนินคดีกรณีนี้ ส่งผลกระทบในทางลบอย่างรุนแรงกับพื้นฐานที่สำคัญของสังคม 2 อย่าง นั่นคือ ความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อระบบยุติธรรม และความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อการบังคับใช้กฎหมาย เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาของยุคสมัยใหม่ เป็นยุคสมัยที่คนรุ่นใหม่ต้องการความโปร่งใสมากขึ้น และความรับผิดชอบอย่างเต็มที่มากขึ้นจากผู้นำ ตนขอขอบคุณคุณวิชา ที่เสียสละรับภารกิจที่ยากมากนี้ ขอบคุณผู้เชี่ยวชาญและผู้อาวุโสทุกท่านในคณะที่เสียสละทำภารกิจนี้เพื่อประเทศ สิ่งที่ทำให้ประเทศครั้งนี้จะส่งผลที่ยิ่งใหญ่มากกว่ากรณีนี้กรณีเดียว