ผู้ช่วย ผบ.ตร.เผยเหตุการสอบสวนวินัย “สุทิพย์” กับพวก ล่าช้าเพราะผู้เข้าข่ายกระทำความผิด 3 คน ต้องสอบเพิ่มเพื่อความชัดเจน ทำให้ช้าไปทั้งยวง ต้องสั่งให้แยกสำนวนเพื่อให้ลงโทษเป็นรายๆไป ส่วนคณะกรรมการสอบสวนวินัยต้องโดนตั้งกรรมการด้วยเพื่อหาข้อเท็จจริง ยันผลการสอบไม่เปลี่ยนแน่เพราะตำรวจชั้นประทวนเดือดร้อนเยอะ ขณะที่ตำรวจเหยื่อโกงช็อกตายไปอีกหนึ่งนาย หลังทราบคำสั่งให้ “สุทิพย์” กับพวกกลับเข้ารับราชการตามเดิม ญาติเชื่อสาเหตุเพราะเครียดเรื่องหนี้ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกรงเป็น “มวยล้มต้มคนดู” กรณี พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตรอง ผบช.สพฐ.ตร. กับพวกรวม 5 นาย ถูกให้ออกจากราชการเนื่องจากตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน สืบเนื่องจากตำรวจ บก.ภ.จ.เลย 196 นาย ร้องเรียนถูก พล.ต.ต.สุทิพย์ชักชวนให้เข้าร่วมโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย กู้เงินให้ พล.ต.ต.สุทิพย์นำไปทำประโยชน์หวังได้ผลตอบแทน แต่กลับไม่ได้รับเงินตอบแทนแถมยังต้องแบกหนี้เงินกู้สหกรณ์ฯ ค่าเสียหายประมาณ 240 ล้านบาท จนมีการสอบสวนขยายผลลามไปถึงเครือข่ายแชร์ลูกโซ่รายใหญ่ แต่แล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์กับพวกกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิม เพราะผลการสอบสวนวินัยไม่แล้วเสร็จในกำหนดความคืบหน้าบ่ายวันที่ 19 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า ตนจะเรียกประชุมคณะกรรมการที่ดำเนินการกรณี พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สพฐ. และพวกอีก 4 คน ว่ามีเหตุอะไรทำให้การสอบสวนล่าช้า จากการตรวจสอบเบื้องต้นคดีนี้มีผู้เข้าข่ายกระทำความผิด 5 คน โดย 3 คนที่ต้องสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อให้ความชัดเจนเกิดขึ้น ทำให้เกิดการเสียเวลาส่งผลถึงการสอบคนอื่นๆ ทำให้เสียเวลาทั้งพวง จึงจะสั่งแยกสำนวนเป็นรายบุคคล ถ้าพบว่าบุคคลใดมีความผิดชัดเจนก็ให้ดำเนินการไปก่อน จะได้ปลดออก ไล่ออกเป็นรายบุคคล เรื่องนี้มีผลออกความชัดเจนอยู่แล้วผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ส่วนคณะกรรมการที่ดำเนินการตรวจสอบล่าช้า จะโดนตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทางวินัยตรวจสอบว่าสาเหตุใดดำเนินการล่าช้า กรณีนี้เกิดจากการรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ผลที่จะออกมาไม่มีเปลี่ยนแปลงไปจากคำสั่งแรก กรณีนี้เป็นเพียงเทคนิคทางกฎหมาย เมื่อเลยกำหนดระยะเวลาก็ต้องให้เขากลับไปทำงานตามเดิม ที่กฎหมายเขียนไว้อย่างนั้นก็เพื่อบีบให้เจ้าหน้าที่ทำงานให้เร็วขึ้น แต่สุดท้ายผลเหมือนเดิมคอยดูก็แล้วกัน คดีนี้ตำรวจชั้นประทวนได้รับความเสียหายเยอะมาก ยอมไม่ได้แน่นอนพล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 ขอนแก่น กล่าวว่า คดีนี้การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงและเปิดศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ที่ภาค 4 สตช.ก็ตั้งคณะกรรมการมาร่วมตรวจสอบ ทางคดีมีการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวนหลายราย ในส่วนของ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช กับพวกรวม 5 นาย ก็ถูกแจ้งข้อกล่าวหา มีการส่งสำนวนให้อัยการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในส่วนของคณะกรรมการสอบสวนคดีก็ยังคงอยู่เพราะคดียังไม่สิ้นสุด อีกทั้งไม่ทราบว่าอัยการดูสำนวนแล้วจะสั่งการให้มีการสืบสวนและสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ขณะเดียวกันตำรวจที่ตกเป็นเหยื่อโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ได้เสียชีวิตอีกรายหลังทราบคำสั่งที่ให้ พล.ต.ต.สุทิพย์กับพวกกลับเข้ารับราชการ คือ ด.ต.เกรียงศักดิ์ กาศเกษม ผบ.หมู่ ป.สภ.เชียงคาน จ.เลย โดยเมื่อเช้าวันที่ 14 ส.ค. เพื่อนร่วมงานไม่เห็น ด.ต.เกรียงศักดิ์ไปเข้าเวรที่โรงพัก ไปตามที่บ้านพักด้านหลังโรงพัก พบ ด.ต.เกรียงศักดิ์นอนคว่ำหน้ากับพื้นห้องเสียชีวิตไปแล้วไม่เกิน 6 ชั่วโมง แจ้ง ร.ต.อ.วิทยา วิไลรัตน์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.เชียงคาน ไปชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นแพทย์คาดเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจวาย ก่อนแจ้งนายพยุง กาศเกษม อายุ 47 ปี น้องชาย และ น.ส.เพ็ญนภา สพกลาง น้องสะใภ้ บ้านอยู่ จ.ระยอง นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดศรีพนมมาศ และได้ฌาปนกิจศพไปแล้วเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมาน.ส.เพ็ญนภา สพกลาง น้องสะใภ้ ด.ต.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ด.ต.เกรียงศักดิ์เลิกรากับภรรยา ไปเมื่อ 5 ปีก่อน ภรรยาได้พาลูกวัย 18 ปี ไปอยู่ต่างประเทศ ส่วน ด.ต.เกรียงศักดิ์อยู่คนเดียวมาตลอด ส่วนสาเหตุการตายทราบจากเพื่อนร่วมงาน น่าจะเกิดความเครียดเรื่องหนี้สินที่เข้าร่วมโครงการสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย สูญเงินไปประมาณ 1,900,000 บาท และเพื่อนตำรวจที่ร่วมค้ำประกันต้องเดือดร้อนไปด้วย ขณะนี้สามีไปติดต่อเรื่องเงินประกันชีวิต และเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ของ ด.ต.เกรียงศักดิ์ ยังไม่รู้ว่าจะเพียงพอชำระหนี้หรือไม่เพื่อนตำรวจนายหนึ่งเปิดเผยว่า คำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์กับพวกกลับเข้ารับราชการ ถูกเผยแพร่ในกลุ่มไลน์ตำรวจที่ตกเป็นผู้เสียหายจากคดีดังกล่าว จนมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าผู้ต้องหาจะพ้นผิด ผู้เสียหายจะไม่ได้รับการเยียวยาหรือค่าเสียหาย คาดว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ด.ต.เกรียงศักดิ์เครียดจนเสียชีวิตก็เป็นได้