ผวจ.นครราชสีมา จัดเตรียมพร้อมสถานที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี-วัดศาลาลอยให้ทีมงานรายการ “ช่องส่องผี” ทำพิธีขอขมาลาโทษย่าโม-ย่าบุญเหลือ ขอให้ดวงวิญญาณคุณย่าทั้งสองให้อภัยที่ได้พูดจาจาบจ้วง จัดคณะพราหมณ์เจ้าประจำนำผู้ขอขมาทำพิธีตามขั้นตอนประเพณี พิธีกรรายการมากันครบทั้ง 3 คน ให้อาจารย์เรนนี่เป็นคนกล่าวนำขอขมาผ่านเครื่องขยายเสียงให้ได้ยินทั่วบริเวณ ตำรวจจัดกำลัง 150 นายประจำทั้ง 2 จุดวางมาตรการป้องกันโควิดเข้มงวด ไม่ให้ชาวบ้านร่วมพิธีด้วย มีเพียงตัวแทนส่วนราชการและตัวแทนภาคประชาชนมาเป็นสักขีพยานเท่านั้นกรณีทีมงานรายการ “ช่องส่องผี” เตรียมเข้าขอขมาท้าวสุรนารี หรือย่าโม และย่าบุญเหลือ ที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 19 ก.ค. หลังพิธีกรรายการพูดจาลบหลู่ย่าโมและย่าบุญเหลือ ลูกบุญธรรมของย่าโม จนถูกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มสตรีโคราช และกลุ่มข้าราชการบำนาญหลานย่าโม เข้าแจ้งความเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 18 ก.ค. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมกันถวายพานเครื่องสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี พร้อมทั้งตรวจความพร้อมของสถานที่ที่ผู้ดำเนินรายการช่องส่องผีจะมาขอขมาลาโทษในวันที่ 19 ก.ค. เวลา 14.00 น. มีการตั้งเต็นท์ไว้ข้างลานอนุสาวรีย์สำหรับสักขีพยานตัวแทนส่วนราชการและตัวแทนกลุ่มประชาชนชาวโคราช จากนั้นทั้งหมดเดินทางต่อไปยังวัดศาลาลอย เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ถวายพานเครื่องสักการะท้าวสุรนารีและรูปปั้นคุณย่าบุญ–เหลือที่อยู่ใกล้กัน ก่อนไปกราบไหว้รูปปั้นปลัดทองคำ สามีย่าโม จุดที่ช่องส่องผีมาถ่ายทำรายการ ตรวจสถานที่ความพร้อมให้เข้า-ออกทางเดียว และตั้งเต็นท์ให้สักขีพยานบริเวณหน้าเจดีย์บรรจุอัฐิคุณย่าโม-คุณย่าบุญเหลือ โดยทั้ง 2 จุด พิธีการขอขมาลาโทษจะเป็นแบบเดียวกันตามวัฒนธรรมประเพณีของชาวโคราช ได้จัดวางกำลังตำรวจรวม 150 นาย และมีมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัดนายวิเชียรกล่าวว่า ตนพร้อมส่วนราชการมาบอกกล่าวคุณย่าโม-คุณย่าบุญเหลือว่าทีมงานช่องส่องผีที่กระทำผิดพลาดไป กล่าวถึงประวัติของคุณย่าทั้งสองทำให้ลูกหลานไม่สบายใจ จะมาทำพิธีขอขมาลาโทษในวันพรุ่งนี้ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีและที่วัดศาลาลอย ขอให้ดวงวิญญาณของคุณย่าทั้งสองและบรรพบุรุษดวงวิญญาณของวีรชนทุ่งสัมฤทธิ์ให้อภัย และขอให้ชาว จ.นครราชสีมา และคนไทยมีความรักสมัครสมานสามัคคีกันเหมือนเดิมและมีแต่ความเป็นสิริมงคล อยากให้การขอขมาลาโทษเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จะมีคณะพราหมณ์ 4-5 คนที่ประกอบพิธีบวงสรวงท้าวสุรนารีเป็นประจำนำคณะของผู้มาขอขมาลาโทษทำพิธีสักการะก่อน จากนั้นจะอ่านคำขอขมาลาโทษผ่านเครื่องขยายเสียงให้ประชาชนตัวแทนทุกกลุ่มได้ยินทั่วบริเวณ ด้านบนลานอนุสาวรีย์จะไม่ให้ประชาชนขึ้นไปยกเว้นคณะพราหมณ์กับทีมผู้มาขอขมาลาโทษเท่านั้นผวจ.นครราชสีมาเผยถึงรายละเอียดในคำกล่าวขอขมาลาโทษว่า ทางรายการร่างมาให้จังหวัดตรวจสอบแก้ไขแล้ว ใจความเนื้อหาสาระประมาณว่าทางคณะได้จัดรายการไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พูดออกไปก่อให้เกิดการจาบจ้วงหรือกระทบกระทั่งเกียรติภูมิของท่านท้าวสุรนารีและคุณย่าบุญเหลือ ทางคณะมา กราบขออภัยต่อดวงวิญญาณท่านทั้งสอง ยืนยันว่าพิธีกรทั้ง 3 คนจะมากันครบทั้งบ๊วย-เชษฐวุฒิ วัชรคุณ อาจารย์เรนนี่-น.ส.สุระประภา คำขจร และเจมส์-ศราวุฒิ วรพัทธ์ทวีโชติ จังหวัดขอให้เรนนี่เป็นคนกล่าวนำการขอขมาลาโทษ ทั้งนี้การขอขมาลาโทษแบบนี้ที่ จ.นครราชสีมา เกิดขึ้นไม่บ่อยหรือแทบจะไม่มี เพราะไม่เคยมีคนที่ไปพูดจาจาบจ้วงคุณย่าโม หรือคุณย่าบุญเหลือ เนื่องจากทุกคนรักเคารพศรัทธาและเชื่อในพลังบารมีคุณย่าทั้งสองด้าน พล.ต.ต.สุจินต์กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยว่า ตำรวจใช้กำลังเต็มที่ ต้องการ์ดสูงไว้ก่อน สื่อมวลชนก็ให้ความสนใจมีการถ่ายทอดอยู่แล้ว ฉะนั้นขอให้ประชาชนชาวโคราชรอดูอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องมาร่วมพิธีเพื่อให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยความราบรื่น ส่วนที่มีกลุ่มต่างๆร้องทุกข์กล่าวโทษต่อทีมงานช่องส่องผี ทาง กสทช.มีมติลงโทษทางช่อง 8 ไปแล้ว พนักงานสอบสวนจะนำมาประกอบสำนวนในการดำเนินคดี รวมทั้งการขอขมาลาโทษของผู้ดำเนินรายการทั้ง 3 คนก็จะเอามาประกอบด้วย ตอนนี้ตำรวจสอบปากคำไปได้กว่า 50 ปาก ตำรวจไม่หนักใจเพราะทำไปตามระยะเวลาขั้นตอน มีหลักฐานปรากฏอยู่แล้วและต้องสอบตัวแทนกลุ่ม ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษทั้ง 3 กลุ่มให้ครบถ้วนที่โรงแรมโกลเด้นแลนด์รีสอร์ท อ.เมืองนครราชสีมา ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่องประชาชนกับการตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ผู้บริโภค ว่า การขอขมาลาโทษของรายการช่องส่องผีถือว่าถ้าคนกระทำความผิดแล้วมาขอขมาก็เหมือนคนสำนึกผิดแล้ว คิดว่าพี่น้องชาวโคราชส่วนหนึ่งคงจะให้อภัย แต่ส่วนของคดีก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ ต่อไปเหตุการณ์แบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นรายการนี้หรือรายการไหนๆถือเป็นบทเรียนไป เรื่องที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งคือผู้จัดทำรายการ กับอีกส่วนคือภาครัฐที่เป็นผู้ดูแล ไม่ว่าจะเป็น กสทช. ตำรวจ หรือกรมศิลปากรต้องดูแลใกล้ชิด ส่วนการจะออกกฎหมายหรือบทลงโทษรายการที่บิดเบือนประวัติศาสตร์แบบนี้ ต้องไปดูข้อกฎหมายว่าไปถึงหรือเปล่า แต่ในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้แจ้งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกจังหวัดขอความร่วมมือให้สอดส่องว่าจะมีรายการนี้ไปถ่ายที่วัดไหน ต้องให้เจ้าอาวาสวัดนั้นๆ เห็นสมควรจะให้ถ่ายทำหรือไม่