น.ส.เมธาวี เมฆอ่ำ กรรมการฝ่ายบริหาร สมาคมไอเซคผู้นำนักศึกษาระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการสำรวจพฤติกรรมเด็ก และเยาวชนกับการใช้สื่อออนไลน์ช่วง “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” และการเฝ้าระวังเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางการตลาดและการโฆษณาของธุรกิจพนันออนไลน์ จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 15-25 ปี จำนวน 1,089 คน วันที่ 1 มี.ค.-31 พ.ค.63 พบว่าช่วงก่อนโควิด-19 เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ร้อยละ 32.13 ใช้เวลาแต่ละวันกับการออนไลน์เฉลี่ย 6 ชม.ขึ้นไป แต่ช่วงอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 48.20 และระหว่างออนไลน์ได้พบเห็นโฆษณาชวนให้เล่นหรือเสี่ยงโชค มากถึงร้อยละ 70.06 ช่องทางที่พบเห็นผ่านเฟซบุ๊กมากที่สุด ร้อยละ 76.53 รองลงมาคือ เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันดูหนังฟังเพลง เล่นเกม ร้อยละ 70.64 และไลน์ ร้อยละ 32.50 เมื่อเห็นโฆษณาการพนันออนไลน์แล้ว มีเด็กและเยาวชนตามเข้าไปร้อยละ 13.24 โดยการพนัน 5 ประเภทที่เล่นมากที่สุด ได้แก่ ยิงปลา ร้อยละ 31.68 แทงหวย ร้อยละ 19.80 เกมสล็อต ร้อยละ 17.82 บาคารา ร้อยละ 15.84 และทายผลกีฬา ร้อยละ 14.85 ผลการเล่นพนัน ร้อยละ 82.18 คือ เสีย และจำนวนเงินที่เสียสูงสุดมากถึง 100,000 บาท เสียน้อยที่สุด 7,000 บาทด้านนายสุรเชษฐ์ โพธิ์แสง รองเลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มีเว็บพนันออนไลน์เพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่า โดยวันที่ 1 ม.ค.-15 มี.ค.63 ก่อนเกิดโควิดมีเว็บพนัน 240 เว็บไซต์ แต่ช่วงอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ วันที่ 16 มี.ค.-31 พ.ค.เพิ่มขึ้นเป็น 440 เว็บไซต์ และช่วงผ่อนคลายมาตรการวันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นมาเพิ่มเป็น 558 เว็บไซต์ ขณะที่นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการ ยท.กล่าวว่า อยากฝากรัฐบาลจัดการปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และจัดหาหน่วยงานเจ้าภาพรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง.