ในการประชุมของสภาผู้แทนสหรัฐฯ เมื่อ 27 พ.ค. ได้มีการลงมติด้วยเสียงอย่างท่วมท้น 413 ต่อ 1 เสียง เรียกร้องให้คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัฐของจีนที่เป็นฝ่ายต้องรับผิดชอบในกรณีที่บังคับกดขี่ข่มเหงชาวอุยกูร์ หรือชาวมุสลิมที่อยู่ในเขตปกครองตนเองซินเจียง ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน หลังผ่านมติเห็นชอบท่วมท้นเช่นกันจากวุฒิสภา จึงยื่นส่งร่างกฎหมายนี้ให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องตัดสินใจว่าจะโต้แย้งหรือลงนามเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมาย แม้วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันคาดว่าทรัมป์จะลงนาม แต่ทางทำเนียบขาวยังไม่ระบุชี้ชัดท่ามกลางความสัมพันธ์สองประเทศที่เริ่มตึงเครียดมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ทั้งนี้ นายมาร์โก รูบิโอ วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน เผยว่า สภาคองเกรสส่งข้อความชัดเจนว่า รัฐบาลจีนจะได้รับการละเว้นโทษไม่ได้ ซึ่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประเมินว่ามีชาวมุสลิมที่ถูกกักตัวอยู่ในค่ายกว่าล้านคน ขณะที่จีนปฏิเสธเรื่องการดูแลชาวมุสลิมไม่ดี โดยบอกว่าเป็นค่ายพักร้อน อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายนี้ยังเรียกร้องให้บริษัทสหรัฐฯ หรือบุคคลใดที่ประกอบธุรกิจในเขตปกครองตนเองซินเจียงเพิ่มมาตรการที่ต้องสร้างความมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์หรือสินค้าของตนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้แรงงานทาส.