เมื่อ 50 ปีก่อน นักบินอวกาศจากองค์การนาซาที่เดินทางไปดวงจันทร์กับยานอวกาศอพอลโล ได้นำตัวอย่างหินดวงจันทร์กลับมายังโลก จากนั้นมีการตั้งคำถามถึงวิธีการก่อตัวของหินที่เปลือกดวงจันทร์ จนถึงทุกวันนี้คำถามดังกล่าวก็ยังไม่มีคำตอบว่าชั้นนอกและชั้นในของดวงจันทร์ผสมกันอย่างไรหลังจากที่ดวงจันทร์ ก่อตัวล่าสุด มีการวิจัยใหม่จากทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาตินำโดยพิพิธภัณฑ์รอยัล ออนทาริโอ ในแคนาดา เผยว่าการก่อตัวของหินโบราณบนดวงจันทร์อาจเชื่อมโยงโดยตรงกับการตกกระทบของอุกกาบาตยักษ์เมื่อกว่า 4,000 ล้านปีก่อน การปะทะขนาดมหึมานี้น่าจะเป็นแรงผลักดันให้มีการผสมชั้นนอกและชั้นในของดวงจันทร์ ทำให้เกิดความผันแปรของหินที่ซับซ้อนซึ่งมองเห็นบนพื้นผิวดวงจันทร์ หลักฐานทางแร่วิทยาก็คือหินก่อตัวขึ้นที่อุณหภูมิสูงเกิน 2,300 องศาเซลเซียส ที่เกิดจากการละลายของชั้นนอกดาวเคราะห์ ในเหตุการณ์การพุ่งกระทบขนาดใหญ่เท่านั้นนักวิจัยค้นพบการปรากฏครั้งแรกของคิวบิกเซอร์โคเนีย หรือเพชรสังเคราะห์ ขั้นตอนนี้จะเกิดขึ้นในหินที่ร้อนถึง 2,300 องศาเซลเซียสเท่านั้น ขณะที่มองดูโครงสร้างของผลึกนักวิจัยก็วัดอายุของเม็ดแร่ เผยให้เห็นแร่แบดเดเลย์ไอต์ (Baddeleyite) ระบุได้ว่าก่อตัวขึ้นเมื่อ 4,300 ล้านปีก่อน ทำให้สรุปได้ว่าช่วงอุณหภูมิสูงของคิวบิกเซอร์โคเนียต้องก่อตัวขึ้นก่อนหน้านั้น.Credit : NASA/Goddard Space FlightCentre Scientific Visualization Studio