ตำรวจฮ่องกงแถลงเมื่อ 11 พ.ค.ว่าได้จับกุมผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยกว่า 230 คน อายุ 12-65 ปี ในหลายข้อหา เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. วันแม่แห่งชาติของฮ่องกง โดยการจับกุมส่วนใหญ่มีขึ้นที่ย่านมงก๊ก หลังช่วงกลางวันผู้ประท้วงบุกปิดกั้นห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ก่อนยกขบวนไปที่ย่านมงก๊ก ตั้งเครื่องกีดขวางและจุดไฟเผาบนถนน ตำรวจใช้สเปรย์พริกไทยฉีดใส่และขอให้ผู้ประท้วงสลายตัว เพราะเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ฝ่าฝืนมาตรการล็อกดาวน์ยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งห้ามการชุมนุมเกิน 8 คนสื่อฮ่องกงเผยว่า ในผู้ถูกจับมีชายวัย 22 ปีที่มีวัตถุผลิตระเบิดเพลิง และมีนายรอย กว็อง ส.ส.พรรคประชาธิปไตยฝ่ายค้านด้วย มีผู้บาดเจ็บถูกส่งเข้าโรงพยาบาลอย่างน้อย 18 คน รวมทั้งนายกว็อง ส่วนสมาคมนักข่าวฮ่องกง (เอชเคเจเอ) เผยว่า มีกลุ่มนักข่าวตกอยู่ท่ามกลางการปะทะกันหลายคนตำรวจยังห้ามนักข่าวถ่ายภาพและวิดีโอการปะทะกัน ทั้งนี้ การประท้วงรอบใหม่ปะทุขึ้นหลังรัฐบาลฮ่องกงสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้และเริ่มผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม อนุญาตให้ผู้คนชุมนุมกันได้ไม่เกิน 8 คน จากเดิมไม่เกิน 4 คนแกนนำการประท้วงยังเรียกร้องให้ประชาชนออกมาชุมนุมกันให้ถึง 2 ล้านคนในวันครบรอบ 23 ปีที่อังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้จีนใน 1 ก.ค.นี้ คาดว่าการประท้วงจะทวีความรุนแรงขึ้นอีก หลังปีที่แล้วการประท้วงยืดเยื้อกว่า 7 เดือน บางครั้งมีผู้ชุมนุมนับล้านคน หลายครั้งรุนแรงปะทะกับตำรวจ มีผู้ถูกจับแล้วกว่า 8,000 คน โดยราว 17% เป็นนักเรียนมัธยมต้น แต่หลังเกิดวิกฤติโควิด-19 แพร่ระบาด มีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ การประท้วงก็ซาลงด้านนางแคร์รี แลม ผู้นำฮ่องกงที่ฝักใฝ่จีนให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ต้ากุงเป้า ซึ่งฝักใฝ่รัฐบาลจีน ตีพิมพ์เมื่อ 11 พ.ค. โดยประกาศจะ “ยกเครื่อง” ปฏิรูประบบการศึกษาของฮ่องกงใหม่ จะเปิดเผยภายในสิ้นปีนี้ นางแลมระบุว่าหลักสูตรการศึกษาแบบ “เสรีนิยม” ของโรงเรียนมัธยมต้นในปัจจุบันเหมือน “กรงไก่ที่ไม่มีหลังคา” ช่วยโหมกระพือการประท้วงรุนแรงเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อปีที่แล้วคาดว่าท่าทีของนางแลมจะยิ่งทำให้ประชาชนโกรธแค้น ออกมาประท้วงมากยิ่งขึ้น ขณะที่รัฐบาลฮ่องกงกำลังผลักดันร่างกฎหมาย กำหนดให้การดูหมิ่นเพลงชาติจีนเป็นสิ่งผิดกฎหมาย นอกจากนี้ กลุ่มส.ส.ที่ฝักใฝ่รัฐบาลจีนก็ผลักดันร่างกฎหมายต่อต้านการล้มล้างรัฐบาล ทั้งนี้ การประท้วงปีที่แล้วปะทุขึ้นหลังรัฐบาลฮ่องกงพยายามผลักดันร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้จีน แม้ร่างกฎหมายนี้ถูกยกเลิกแล้วแต่การประท้วงยังไม่ยุติ ทั้งยังบานปลายเป็นการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยเต็มใบและให้สอบสวนเอาผิดตำรวจปราบจลาจลด้วย.