อนาคตการบินไทย สายการบินแห่งชาติ จะไปรอดหรือไม่?คงได้เห็นกันในปีนี้ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขีดเส้นตาย ให้โอกาสเสนอแผนฟื้นฟูเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากที่ไม่สามารถเสนอ ครม.ในวันอังคารที่ผ่านมา นายกฯกล่าวว่า “ผมให้เวลาไปแก้ไข 5 ปีแล้วยังไม่สำเร็จ ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นครั้งสุดท้าย” มีแผนฟื้นฟู 10 ข้อที่ต้องทำให้ได้ ไม่ใช่ให้เงินไปแล้วใช้จนหมด ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ครั้งนี้ต้องปรับโครงสร้างทั้งหมด ถ้าทำได้การบินไทย ก็มีหวังกลับมาเป็นสายการบินแห่งชาติที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งคำถามที่อยากได้คำตอบก็คือใคร? จะมาเป็น “ผู้นำ” ในการฟื้นฟูการบินไทยจะสามารถฝ่าด่านหินของ “สหภาพต่างๆ” ในการบินไทยได้หรือไม่วันนี้ธุรกิจการบินทั่วโลกอยู่ในช่วงขาลง ผลจากการแพร่ระบาดของ ไวรัสโควิด-19 ทำให้ทุกประเทศต้องปิดน่านฟ้าป้องกันเชื้อไวรัสนำเข้า การเดินทางข้ามประเทศหยุดชะงักเกือบจะสิ้นเชิง ส่งผลให้ทุกสายการบินขาดทุนกันยับเยิน แม้แต่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐี นักลงทุนอันดับต้นๆ ของโลก ก็ยังต้องตัดสินใจขายทิ้งหุ้น 4 สายการบิน ใหญ่ในสหรัฐฯ เดลต้า แอร์ไลน์, เซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส, อเมริกัน แอร์ไลน์ส, ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส มูลค่า 6,500 ล้านดอลลาร์ กว่า 211,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้ บริษัท เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ ขาดทุนจากการลงทุน กว่า 54,520 ล้านดอลลาร์ 1.77 ล้านล้านบาทในไตรมาสแรกปีนี้ เป็นการขาดทุนครั้งใหญ่ที่สุดของเบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์วอร์เรน บัฟเฟตต์ สารภาพกับผู้ถือหุ้นว่าเขาตัดสินใจผิดพลาดที่ลงทุนในสายการบิน จึงไม่ต้องการให้บริษัทเหล่านี้ละลายเงินอีกในอนาคตมีรายงานข่าวจากไทยรัฐออนไลน์ ว่าแผนฟื้นฟูของการบินไทยไม่มีแผนการสร้างรายได้ ไม่มีแผนการบริหารหนี้ ไม่มีแผนการใช้จ่ายตามกรอบเวลาที่ชัดเจน ขณะเดียวกันทุกแผนมีการระบุว่ามีความเสี่ยง และไม่มีการวิเคราะห์ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือระยะเวลาการระบาดจะจบเดือนไหน ต้องการเงินฟื้นฟูเท่าไหร่ จะสร้างรายได้อย่างไร แผนฟื้นฟูแบบนี้กระทรวงการคลังไม่กล้าใส่เงินใหม่เป็นแสนล้านแน่นอนปัญหาของการบินไทย เหมือนกับปัญหาของ เจแปน แอร์ไลน์ส JAL สายการบินแห่งชาติญี่ปุ่น ก่อนยื่นล้มละลายในปี 2010 ด้วยหนี้กว่า 25,000 ล้านดอลลาร์ 8 แสนกว่าล้านบาท รัฐบาลญี่ปุ่นได้ไปเชิญ คุณคาซูโอ อินาโมริ ผู้ก่อตั้งบริษัทเคียวเซร่า วัย 78 ปี ซึ่งไม่ได้อยู่ในธุรกิจการบินและไม่รู้เรื่องธุรกิจการบิน เข้าไปช่วยฟื้นฟู JAL เขาใช้เวลาสั้นๆ เพียงปีเศษก็สามารถพลิกฟื้น JAL จากบริษัทล้มละลายกลับมามีกำไรกว่า 204,900 ล้านเยน ในเดือนมีนาคม 2012วันแรกที่ คุณคาซูโอ เข้าไปใน JAL เขาพูดกับพนักงาน JAL ว่า เขาเกลียดสายการบิน JAL อย่างมากและไม่ใช้บริการของ JAL เลย พนักงานแต่ละคนหยิ่งยโสไม่สนใจผู้โดยสาร (arrogant and didn’t care about customer) หลังจากที่รับตำแหน่งไม่นาน เขาก็พบว่าในบริษัท JAL ไม่มีผู้นำที่แท้จริงอยู่เลย บริษัทไม่มีพนักงานที่เติบโตจากหน้าที่การงานไต่เต้าขึ้นในระดับสูง มีแต่พวกอีลิตที่จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังด้านการบริหารเต็มไปหมด เจ้าหน้าที่ระดับสูงก็หาทางย้ายตัวเองขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งสูงๆ จนเขารู้สึกแปลกใจที่พบว่า ไม่มีผู้นำที่แท้จริงใน JAL พนักงานกว่า 50,000 คน ก็มีมากเกินความจำเป็นถึง 30%คาซูโอ ใช้วิธีการ ปฏิรูปจิตสำนึกผู้บริหารและพนักงาน ให้รักในบริษัทที่ทำให้ทุกคนมีความสุข เขาสร้างผู้นำกลุ่มย่อยขึ้นในบริษัทถึง 670 กลุ่ม โดยเน้นการเพิ่มยอดขาย และลดค่าใช้จ่ายให้ต่ำสุด เขาใช้เวลาเพียงปีกว่าก็สามารถ ลดค่าใช้จ่ายลงได้ถึง 110,000 ล้านเยน ลดพนักงานจาก 5 หมื่นคนเหลือ 32,000 คนถ้ากระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคมตั้งใจฟื้นฟูการบินไทยจริง ไม่ต้องไปคิดอะไรใหม่ลอกแผนฟื้นฟู JAL นั่นแหละ สอนให้รักองค์กร รักผู้โดยสาร ไม่เลื่อยขากันเองและอย่าเอา “นักบิน” ไปนั่งควบเก้าอี้ “ผู้บริหาร” ก็อาจมีโอกาสฟื้นเหมือน JAL ก็ได้.“ลม เปลี่ยนทิศ”