นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดการศึกษาออนไลน์ เพื่อวางทิศทางการบริหารจัดการให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีความเกี่ยวโยงในเรื่องการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์อะไรบ้าง เช่น ระบบการเก็บข้อมูล เป็นต้น เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน รวมถึงเตรียมความพร้อมช่องทีวีดิจิทัลที่จะใช้เผยแพร่การเรียนการสอนระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาปีที่ 3 และการใช้โทรทัศน์ทางการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (ดีแอลทีวี) ในการออกอากาศร่วมด้วย ซึ่งภาพรวมการใช้งานผ่านระบบดังกล่าวมีความพร้อมเกือบ 90% แล้วรมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า สำหรับเนื้อหาการเรียนการสอนนั้น การดำเนินการใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ซึ่งหากเนื้อหาที่ต้องใช้เผยแพร่ผ่านสมาร์ทโฟนก็ต้องทำให้เกิดความกระชับและเข้าใจง่าย ส่วนระดับชั้น ม.4-6 ที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์การเรียนการสอนหรือการใช้แท็บเล็ตมาเสริมการเรียนแล้วนั้น จะเรียนผ่านทีวีดิจิทัลส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งต้องสำรวจอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนว่าขณะนี้มีอุปกรณ์อยู่เท่าไหร่ ซึ่ง ศธ.จะใช้ช่วงเวลานี้ไปจนถึงก่อนเปิดภาคเรียนเดือน ก.ค.ว่ายังขาดเหลือจำนวนเท่าไหร่ ดังนั้นวันที่ 16 พ.ค.เป็นต้นไป จะเป็นการทดสอบระบบการเรียนออนไลน์ทั้งหมด จากนั้นจะดูภาพรวมในแต่ละพื้นที่ว่าพื้นที่ไหนขาดอุปกรณ์เสริมบ้าง เช่น นักเรียนมีสมาร์ทโฟนแต่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับทีวีได้ เพราะไม่รองรับ เป็นต้น ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้ ศธ.จะตรวจสอบระบบอุปกรณ์เสริมทั้งหมด เพื่อนำมาประมวลผลอุปกรณ์ที่ต้องใช้ทดแทนในงบประมาณที่เหมาะสมต่อไป“หนังสือเรียนที่เด็กจะต้องใช้ประกอบการเรียนไปด้วยนั้นส่วนหนึ่งจัดส่งไปถึงโรงเรียนแล้ว โดยในวันที่ 16 พ.ค.โรงเรียนแต่ละแห่งจะกระจายหนังสือเรียนให้แก่ผู้ปกครอง ทั้งนี้ผมพยายามบริหารจัดการการศึกษาออนไลน์ให้มีความสมบูรณ์มากที่สุดในช่วงวิกฤตินี้ และขอย้ำว่าในช่วงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 เท่านั้น ที่เราต้องใช้การเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์เป็นมาตรการหนึ่งของการสกัดการแพร่ระบาด ซึ่งการเรียนการสอนกับครูผู้สอนในห้องเรียนยังมีความจำเป็นและเชื่อว่าหากสถานการณ์ดีขึ้นโรงเรียนก็จะเปิดตามปกติ” นายณัฏฐพลกล่าว.