เพื่อไทยจับตาเข้มงบ 1.9 ล้านล้านบาทสู้โควิด “อนุดิษฐ์” ย้ำเงินมหาศาลต้องโปร่งใส รายงานทุกขั้นตอนผ่านรัฐสภา จะปล่อยรั่วไหลสุรุ่ยสุร่ายไม่ได้ “อนุสรณ์” ฉะถลุงไปเป็นแสนล้านระบบไอทียังมีปัญหา “คุณากร” ซัดใช้เอไอวิเคราะห์ทำคนไม่เท่าเทียม “พิธา” ชี้มีคนตกสำรวจอีกมาก “ณัฐชา” ขอผู้มีอำนาจใช้หัวใจฟังเสียงประชาชนบ้าง “เสรีฯ” จี้ทบทวนวิธีจ่ายเงินเยียวยาก่อนจะถูกขับไล่ โฆษก พปชร.โต้นัวระบบคัดกรองไม่มั่วองค์กรต้านโกงชงตอกย้ำต้องอุดรูรั่ว 1.9 ลล. เงินเข้า-ออกต้องมีที่มาที่ไป กระทุ้งกลไกตรวจสอบ ป.ป.ช.-ป.ป.ท.-สตง.-ปปง.ทำหน้าที่ให้เข้มแข็ง “ชวน” ท่อน้ำดีอักเสบไม่ได้ติดโควิดจากกรณีที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลบริหารจัดการการใช้วงเงิน กว่า 1.9 ล้านล้านบาท ให้โปร่งใส มีกระบวนการ ตรวจสอบทุกขั้นตอนนั้น ได้รับเสียงตอบรับจากฝ่ายการเมืองที่เห็นว่าเป็นวงเงินงบประมาณจำนวนมหาศาล จะปล่อยให้มีการรั่วไหล หรือใช้แบบสุรุ่ยสุร่ายไม่ได้พท.ย้ำเงินมหาศาลต้องโปร่งใสเมื่อวันที่ 13 เม.ย. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลเตรียมใช้งบประมาณแก้ไขปัญหาโควิด-19 รวมกว่า 1.9 ล้านล้านบาทว่า การใช้งบจำนวนมหาศาลดังกล่าว ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องและเป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไข วิกฤติที่เกิดขึ้นทั้งระบบ ทั้งการแก้ปัญหาเรื่องสาธารณสุข และการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังวิกฤติ รัฐบาลต้องดูแลประชาชนที่ขอรับความช่วยเหลือตามมาตรการเยียวยา 5,000 บาท ให้ครอบคลุมทั่วถึง รวมทั้งการใช้งบประมาณ มหาศาลขนาดนี้ต้องโปร่งใส มีประสิทธิผล และตรวจสอบได้ ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมการจากทุกฝ่าย มาทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้เงิน พร้อมรายงานให้กับ รัฐสภาทราบถึงการใช้จ่าย จะปล่อยให้รั่วไหล หรือ ใช้จ่ายแบบการตีเช็คเปล่าไม่ได้ถลุงไปแสนล้านระบบยังมีปัญหานายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลใช้งบมหาศาลลงทุนด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศไปกว่า 1 แสนล้านบาท แต่วันนี้ ยังสับสนว่าระบบคัดกรองมีปัญหา ใช้ระบบเอไอ หรือ สิ่งใดคัดกรอง บางคนทั้งชีวิตไม่เคยเกี่ยวข้าวกลับถูกระบุว่าเป็นเกษตรกร ยังมีความผิดปกติลักษณะจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อนให้กับชีวิตของผู้ยากไร้ หรือกลุ่มผู้ใช้แรงงานกว่า 40 ล้านคน จากระบบเศรษฐกิจ แทบทุกระดับหยุดชะงัก ผู้คนบางส่วนตัดสินใจฆ่าตัวตายหนีปัญหา วันนี้งบประมาณมีแล้วต้องยิงศร ให้ตรงเป้า เยียวยาให้ถูกคน คนเดือดร้อนต้องได้รับ การช่วยเหลือทันท่วงที คนลงทะเบียน 27 ล้านคน ใครได้ใครไม่ได้ติดเงื่อนไขใดต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ รัฐบาลต้องรับผิดชอบระบบการคัดกรองที่มีปัญหา ควรใช้บิ๊กดาต้าหรือการเชื่อมโยงฐานข้อมูลของรัฐ หาผู้เดือดร้อนจากโควิด-19 ให้พบแล้วเร่งเยียวยาให้ถูกต้องถูกคนใช้เอไอวิเคราะห์ทำคนไม่เท่าเทียมนายคุณากร ปรีชาชนะชัย ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การใช้ระบบเอไอวิเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนถือว่ามีปัญหา ประชาชนที่ลงทะเบียนได้รับ การเยียวยาไม่เท่าเทียมกัน เช่น คนที่มีอาชีพเดียวกัน ลงทะเบียนเหมือนกันและพร้อมกัน แต่กลับได้รับการ เยียวยาที่ต่างกัน คนหนึ่งได้อีกคนยังไม่ได้ ไม่เข้าใจว่า รัฐบาลใช้ฐานข้อมูลอะไรมาพิจารณา สร้างความสับสนให้ประชาชนมาก ทำไมรัฐไม่ให้การช่วยเหลือทั่วถึง หรือไม่เร่งรัดการดำเนินการในส่วนนี้ ถ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลขยายกรอบคุณสมบัติผู้ได้รับการเยียวยา เป็นให้การเยียวยากับประชาชนทุกคนโดยไม่แบ่งแยกอาชีพ เพราะวันนี้ทุกคนต่างได้รับผลกระทบ “เก่ง” ตอกลิ่มศึกภายในรัฐบาลนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายกฯตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นห่วงว่าจะไปซ้ำซ้อนกับการทำงานของหน่วยปกติที่มีอยู่แล้ว หรือไม่ เป็นความสิ้นเปลืองทรัพยากรบุคคลที่มีไม่เพียงพออยู่แล้วหรือไม่ การทำเช่นนี้ส่งผลต่อเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลต่างๆหรือไม่ เพราะถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจในการบริหารเวชภัณฑ์ที่มีปัญหาขาดแคลนมาตลอด ภายใต้การบริหารงาน ของทีมงานนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รวมถึงการตั้งเจ้าของคลินิกโรคผิวหนัง ที่เป็นคณะทำงาน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นเลขาคณะกรรมการชุดนี้ เหมาะสมถูกต้องหรือไม่ เรื่องนี้ จะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไรไม่ทราบ แต่แน่นอนว่า บั่นทอนกำลังใจการทำงานของข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุขมาก ทั้งที่ทำงานหนักและเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาตั้งแต่เกิดการระบาด “พิธา” ชี้มีคนตกสำรวจอีกมากวันเดียวกันเวลา 09.00 น. ที่ชุมชนโรงหมู เขตคลองเตย กทม. โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำทีม ส.ส.และสมาชิกพรรค ลงพื้นที่แจกสิ่งของจำเป็นและรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ชุมชนแออัด นายพิธากล่าวว่า ที่ผ่านมาทีมงานและ ส.ส.ของพรรคพยายามลงพื้นที่พบประชาชนเท่าที่ข้อจำกัดต่างๆจะเอื้ออำนวย นอกจากนำสิ่งของไปแจกแล้วยังถือโอกาสสำรวจสภาพชีวิตความเป็นอยู่ในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด และการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐจากนโยบายเราไม่ทิ้งกันด้วย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีปัญหาเรื่องการลงทะเบียนหรือเปลี่ยนงานบ่อย ทำให้ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เราอยากมาดูว่าการไม่ได้เงิน 5,000 บาทเป็นเพราะอะไร อีกปัญหาคือการตกสำรวจ ชุมชนนี้ตามทะเบียนบอกว่ามีประชากร 200 ครัวเรือน แต่สำรวจจริงมี 550 ครัวเรือน คนที่ตกสำรวจย่อมไม่มีโอกาสได้รับการช่วยเหลือ นี่แค่ตัวอย่างเพียงเขตเดียว เชื่อว่ามีคนตกสำรวจหรือไม่สามารถขอรับสิทธิได้มีอีกจำนวนมาก นี่ไม่ใช่เวลามาคัดกรอง ต้องเปลี่ยนวิธีคิดเป็นการดูแลถ้วนหน้าจะทำอย่างไร มีผู้ลงทะเบียน 25 ล้านคน มีคนที่ได้แค่ 9 ล้านคน ส่วนที่ไม่ได้อีกสิบกว่าล้านคนต้องผิดหวัง ทั้งที่เขาได้รับผลกระทบจริง ตรงนี้เราจะดูแลเขาอย่างไรขอผู้มีอำนาจใช้หัวใจฟัง ปชช.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ได้เปิดศูนย์ประสานงาน เขตบางขุนเทียน เตรียมทีมงานไว้คอยให้ข้อมูลอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เข้าไม่ถึงมาตรการเยียวยาของรัฐบาล หลังมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก ว่าลงทะเบียนด้วยตัวเองไม่สำเร็จ ไม่เข้าใจกระบวนการต่างๆ รวมถึงมีข้อจำกัดเรื่องของเทคโนโลยี จึงต้องไปจ่ายเงินให้แก่ผู้ที่เปิดรับจ้างลงทะเบียน ประชาชนไม่มีกำลังจ่ายในส่วนนี้ มีบางคนไม่รู้สิทธิของตนเอง หรือกังวลการออกมาให้ข่าวของทางภาครัฐจนไม่กล้ารับสิทธิดังกล่าว ในฐานะ ส.ส.ฝ่ายค้านต้องช่วยให้ประชาชนเข้าถึงมาตรการต่างๆให้มากที่สุด และต่อสู้ให้ประชาชนได้รับสิทธิที่พวกเขาควรได้รับ อยากฝากไปยังรัฐบาลว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนละเอียดอ่อน และสำคัญเกินกว่าที่จะเอาระบบเอไอมาคัดกรองตรงนี้ ขอวิงวอนไปยังผู้มีอำนาจโปรดใช้หัวใจฟังเสียงของประชาชนด้วย “เสรีฯ” จี้ทบทวนวิธีจ่ายเงินเยียวยาที่วัดเจ้าอาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวภายหลังเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้มีรายได้น้อย เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชนในสถานการณ์วิกฤติขณะนี้ว่า มาตรการจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาทของรัฐบาล ใช้เกณฑ์เหมารวมเป็นสาขาอาชีพ ทำให้เกิดการตกหล่นจำนวนมาก ขณะที่มาตรการของรัฐบาลสร้างความอดอยากให้ประชาชน มีการสั่งปิดกิจการห้างร้านต่างๆ การประกาศเคอร์ฟิวไม่รู้จะจบสิ้นวันไหน สิ่งที่รัฐบาลต้องรีบทำคือทบทวนวิธีการเยียวยาให้ทั่วถึงรวดเร็ว หากยังใช้วิธีการที่ไม่ชัดเจนและล่าช้าแบบนี้ จะมีคนออกมาขับไล่นายกฯอีก เพราะนายกฯไม่ชอบฟังเสียงคนเดือดร้อน แต่น่าจะชอบฟังเจ้าสัวหรือคนใกล้ชิดมากกว่า และยังรู้สึกเป็นห่วงถึงการใช้เงินกู้จำนวนมาก เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์คือภาษีประชาชนจะต้องไม่มีทุจริต ต้องเปิดกว้างให้ตรวจสอบมากกว่านี้ ไม่ใช่ใครวิจารณ์อะไรก็ใช้กฎหมายปิดปากกล่าวหาเขา หากมีอำนาจล้นฟ้าตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วยังแก้ไม่ได้ ก็ไม่ควรอยู่ให้ถูกขับไล่อีก ควรพิจารณาตัวเององค์กรต้านโกงชงอุดรั่วไหล 1.9 ลล.ด้านนายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากแถลงการณ์ขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ขอให้รัฐบาลกำหนดแนวกำกับดูแลและกระบวนการตรวจสอบการใช้วงเงินมหาศาลกว่า 1.9 ล้านล้านบาท โดยขอให้เปิดเผยข้อมูลเปิดให้ประชาชน สื่อมวลชน เข้าดูตรวจสอบได้ง่ายทางอินเตอร์เน็ต การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างมีรายจ่ายอะไร กรณีเงินกู้พิเศษได้อนุมัติให้ผ่านธนาคารใด แต่ละธนาคารให้ใครกู้ในจำนวนและเงื่อนไขใด กรณีการแจกเงินแก่ประชาชนแจกให้ใครบ้าง มีระบบการยืนยันรับเงินโยงกับทะเบียนราษฎร กรณีเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซื้อตราสาร ต้องเปิดเผยว่าซื้อตราสารของใครเท่าไหร่ อาจมอบให้สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) เป็นผู้อำนวยความสะดวก หรือขอให้รัฐบาลและ ธปท.กำหนดเป็นนโยบายให้ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานปฏิบัติโดยไม่มีข้อจำกัดกระทุ้งกลไกตรวจสอบทำหน้าที่นายมานะกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ขอให้รัฐบาลกำหนดกรอบการใช้เงิน ว่าจะนำไปใช้ด้านไหนบ้าง อย่างไร แค่ไหน โครงการประเภทไหนที่ไม่นำไปใช้แน่นอน เช่น สร้างสนามบิน ส่งคนไปดูงานต่างประเทศ ทำถนน โครงการที่เคยอยู่ในงบประจำปี แต่เพิ่งถูกตัดออกมาเพื่อสมทบกับงบส่วนกลาง เพื่อสร้างความชัดเจน และความสบายใจ ไม่เห็นแก่พวกเส้นใหญ่ ประชาชนจะได้ตรวจสอบง่ายขึ้น ส่วนกลไกการตรวจสอบทั้งรัฐสภา ศาล อัยการ องค์กรอิสระควรติดตามตรวจสอบเสนอแนะตรงไปตรงมา โดยถือเป็นสัญญาประชาคมว่าพฤติกรรมคอร์รัปชันทุกกรณี ต้องถูกลงโทษขั้นสูงสุด ขอให้รัฐบาลเรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและสร้างความร่วมมืออย่างเข้มแข็ง เปิดเผยระหว่าง ป.ป.ช. ป.ป.ท. สตง. ปปง. และหน่วยงานอื่น ร่วมกับภาคประชาชน นักวิชาการเป็นการด่วน“องอาจ” แนะตั้งทีมด้านสังคมนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกฯในฐานะ ผอ.ศบค.แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชนในศบค.เพื่อให้คำปรึกษาข้อเสนอแนะการป้องกันและแก้ปัญหาของภาคธุรกิจเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ว่า นับเป็นเรื่องดี สามารถตอบโจทย์การเยียวยาและดูแลเศรษฐกิจได้ตรงจุดมากขึ้น ถ้ารับฟังข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนอย่างตรงไปตรงมาแล้วเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการใช้เงินให้คุ้มค่า แต่อยากให้นายกฯพิจารณาตั้งคณะที่ปรึกษาด้านสังคมขึ้นอีกชุดดูแลผลกระทบกับประชาชนกลุ่มต่างๆทีี่่อาจรอดหูรอดตาจากมาตรการเยียวยา ถ้าผู้คนยังต้องใช้ชีวิตอยู่กับบ้านทำมาหากินไม่ได้ ผลกระทบนับวันรุนแรงมากขึ้น ทั้งรายได้และด้านจิตใจ และควรมีตัวแทนภาคประชาสังคมร่วมเป็นคณะที่ปรึกษาด้วย “ชวน” ท่อน้ำดีอักเสบไม่ติดโควิดที่โรงพยาบาลรามาธิบดี นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล แถลงถึงอาการป่วยของนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาว่า นายชวนได้เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อวันที่ 12 เม.ย. มีอาการไข้เนื่องจากสัปดาห์ก่อนนายชวนมาบริจาคเงินที่โรงพยาบาลอาจจะเกิดการติดเชื้อโควิด-19 ได้ จึงรับไว้เป็นผู้ป่วยใน ขณะที่ นพ.กำธร มาลาธรรม แพทย์เจ้าของไข้ กล่าวว่า ผลการตรวจนายชวน ไม่พบเชื้อโควิด-19 รวมถึงเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆมีเพียงอาการอักเสบของท่อทางเดินน้ำดีที่นายชวนเคยเข้ารับการผ่าตัดมาก่อนหน้านี้ เมื่อผ่านไปนานๆ อาจเกิดอาการติดเชื้ออีกได้จึงทำให้เป็นไข้ ขณะนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว เช้าวันที่ 13 เม.ย.นายชวนยิ้มแย้ม แจ่มใส ไม่มีไข้ อาการไม่น่าห่วง แต่ดูแล้วคงพักฟื้น 2-3 วันก็กลับบ้านได้ส.ส.จี้ปลดล็อกเงินบริจาคสู้โควิดที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ พร้อมนายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.ขอยกเว้นการบังคับใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 65 ประกอบมาตรา 66 และระเบียบ กกต.ว่าด้วยจำนวน หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขให้ตามประเพณี และการยื่นคัดค้านเกี่ยวกับการบันทึกค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง รวมทั้งขอให้ยกเว้นการบังคับใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 61 นายสฤษฎ์พงษ์ กล่าวว่า ในภาวะวิกฤติเพดานเงินบริจาคของ ส.ส. 300,000 บาท ควรได้รับการยกเว้น จะทำให้นักการเมืองช่วยเหลือประชาชนได้เต็มที่ บางครั้งอาจมีสปอนเซอร์ รวมกลุ่มกับองค์กรต่างๆมาช่วยเหลือประชาชน นักการเมืองจึงไม่สบายใจ คู่แข่งฝ่ายตรงข้ามคอยจับผิด อยากให้ กกต.ทบทวน“สิระ” ควักกระเป๋าช่วยได้ไม่อั้นนายสิระกล่าวว่า อยากให้ยกเว้นบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวในช่วง พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังมีผลใช้บังคับ เมื่อมีวิกฤติควรเปิดกว้าง ส่วนตัวพร้อมช่วยเหลืองบฯแบบไม่อั้น เวลาแบบนี้เราไม่มีเจตนามาหาเสียง อย่าจำกัดสิทธิการทำงานของ ส.ส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกระดับ ส่วนกรณีที่นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ตอบโต้ที่ตนไม่เห็นด้วยกับการขอเพิ่มเงินเดือน ค่าเสี่ยงโควิด-19 ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านนั้น นายยงยศควรดึงสติกลับมา ขณะนี้มีแต่จะเรียกร้องให้มีการเพิ่มสวัสดิการเงินเดือนให้บุคลากรทางการแพทย์ ขอให้ประชาชนและสังคมเป็นผู้ตัดสินว่าควรมีกำนันผู้ใหญ่บ้านหรือไม่ การเรียกร้องขอเงินเพิ่ม 5,000 บาท เป็นขวัญและกำลังใจ มันคนละเรื่อง ประชาชนที่รับข่าวสารจะตัดสินเองว่าถูกต้องหรือไม่“วิสาร” สวนต้องเพิ่มค่าตอบแทนนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การทำงานเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 องค์กรปกครองท้องถิ่น ถือเป็นด่านหน้าที่ต่อสู้กับการแพร่ระบาด ทั้งอาสาสมัครหมู่บ้าน (อสม.) กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ที่ทำงานหนักตามมาตรการของรัฐ และดูแลผู้ป่วยทุกคน ต้องคอยประสานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการนำเวชภัณฑ์ ทั้งหน้ากากอนามัย เจลล้างมือไปแจกจ่ายประชาชน เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อ แต่ค่าตอบแทนน้อยมากเพียงหลัก 1,000 บาทเท่านั้น รัฐบาลไม่เคยให้ความสำคัญ เทียบไม่ได้เลยกับทหารที่อออกไปประจำตามแนวชายแดน ได้รับทั้งเบี้ยเลี้ยง เบี้ยเสี่ยงภัย ข้าวกล่อง ดังนั้นรัฐบาลควรให้ความสำคัญกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ควรเพิ่มค่าตอบแทนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจกับคนที่ทำงานด่านหน้าพร้อมถกทางไกลผู้นำอาเซียนพล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ถึงการประชุมทางไกลการประชุมสุดยอดอาเซียนและผู้นำอาเซียนบวกสาม (จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้) สมัยพิเศษ เพื่อร่วม หารือรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 วันที่ 14 เม.ย.ว่า เตรียมรายละเอียดข้อมูลการประชุมไว้แล้ว ส่วนจะรับข้อเสนอให้มีการตั้งกองทุนสู้โควิด-19 ของประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียนหรือไม่นั้น ต้องดูว่าประเทศอื่นๆมีความเห็น และจะมีมติอย่างไร มีการปรึกษากันเบื้องต้นไปแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การประชุม ครม.เลื่อนไปเป็นวันที่ 15 เม.ย.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากนายกฯจะร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนและผู้นำอาเซียนบวกสาม (จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้) สมัยพิเศษ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ มาตรการรับมือด้านสาธารณสุข และหาแนวทางร่วมบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม แล้วจะมีการรับรองปฏิญญาร่วมกัน 2 ฉบับด้วยพปชร.โต้นัวระบบคัดกรองไม่มั่วนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.คลัง และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขระบบเอไอที่คัดกรองคุณสมบัติคนมั่วว่า ยืนยันว่าระบบคัดกรองไม่มั่ว เพราะใช้ฐานข้อมูลที่ชัดเจนหลายฐาน ยังมีกระบวนการใช้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วย ดังนั้นกระบวนการคัดกรองไม่มีปัญหา ส่วนที่ไม่ผ่านเกณฑ์เพราะเป็นเกษตรกรนั้น เพราะมีการขึ้นทะเบียนไว้ชัดเจน ที่ผ่านมารัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มต่างๆไม่ว่าจะจ่ายเงินค่าปลูก ค่าเกี่ยว หรือประกันรายได้ เกษตรกรจะใช้ฐานข้อมูลนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายช่วยประชาชนทุกกลุ่มจะทำให้รวดเร็วครอบคลุมผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน