รวมพลังเคร่งครัดมาตรการสู้ภัยไวรัสโควิดหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2563“ธนูเทพ” เข้าประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน...สถานการณ์ระบาดของไวรัสมรณะ โควิด-19 ที่ขยายวงกว้างไปทั่วโลก ยังอยู่ในภาวะวิกฤติรุนแรง เมื่อวันที่ 9 เม.ย. มีรายงานพบผู้ติดเชื้อ 200 กว่าประเทศทั่วโลก พุ่งทะลุ 1,500,000 คน มีผู้เสียชีวิตกว่า 80,000 รายสำหรับสถานการณ์ใน ประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารราชการโควิด-19 (ศบค.) ได้ประชุม ศบค. เพื่อประเมินสถานการณ์ภายหลังการประกาศเคอร์ฟิว ห้ามประชาชนออกจากเคหสถาน ตั้งแต่ 4 ทุ่ม ถึงตี 4 ของวันรุ่งขึ้น โดยนายกฯประยุทธ์ ฝากขอบคุณ ทุกหน่วยงานทุกภาคส่วน เจ้าหน้าที่ทุกคนทุกระดับ ที่ทุ่มเทเสียสละ อดทน ร่วมมือกันทำงานอย่างเรียบร้อยในแต่ละด้าน และขอให้กำลังใจ เพราะเข้าใจดีว่าการทำงานเพื่อประชาชนทั้งประเทศ ย่อมมีความยากลำบากและเต็มไปด้วยอุปสรรค อาจมีผู้เจตนาบริสุทธิ์ทั้งดีและไม่ดี ขอให้ทุกคนอดทน สร้างความเข้าใจชี้แจงประชาชนอย่างต่อเนื่องก่อนที่จะมีมาตรการใดๆออกมา พร้อมย้ำว่า มาตรการเคอร์ฟิว ยังไม่มีการปรับเพิ่ม ยังคงเป็นไปตามประกาศเดิม คือ ห้ามออกนอกเคหสถานตั้งแต่ 4 ทุ่ม ถึงตี 4 ของวันรุ่งขึ้น โดย มีข้อยกเว้น ตาม พ.ร.ก.ที่ประกาศ ขอประชาชนทุกคนให้ความร่วมมือ ร่วมใจต้าน วิริยะ จงไพศาล กก.ผจก.บ.แกล็กโซสมิท ไคล์น มอบเงินบริจาคจำนวน 1 ล้านบาท ให้แก่ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา เพื่อสมทบทุนศิริราชมูลนิธิจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ร่วมสู้ภัยโควิด-19 ในการช่วยสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ที่โรงพยาบาลศิริราช วันก่อน.ทางด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อในประเทศไทย ณ วันที่ 9 เม.ย. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 54 คน ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 2,423 คน ใน 67 จังหวัด รักษาหาย 940 คน เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย เป็นชายชาวฝรั่งเศส อายุ 74 ปี และชายไทย อายุ 82 ปี รวมผู้เสียชีวิตสะสม 32 ราย โดย จังหวัด ที่อัตราผู้ป่วยเทียบกับประชากรในจังหวัดนั้นๆ สูงอันดับ 1 คือ ภูเก็ต รองลงมา คือ กรุงเทพมหานคร ยะลา และ นนทบุรี อย่างไรก็ตาม การพบ ผู้ป่วยรายใหม่ ที่ลดลงมาเหลือ 54 คน ทาง ศบค. ยังไม่พึงพอใจ จำเป็นต้องเข้มงวดทุกมาตรการต่อไป...สรุปง่ายๆในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังผันผวนรายวัน ทุกฝ่ายจะประมาทไม่ได้เด็ดขาดนอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์ ยังระบุ ถึงมาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนกลุ่มอาชีพต่างๆที่ประสบความเดือดร้อนจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ประเทศไทย แจกเงินเยียวยาน้อยกว่าประเทศอื่นว่า หากไปดูประเทศอื่นๆ เช่น เยอรมนี ใช้งบฯเยียวยา 21.8% ของจีดีพี มาเลเซีย 16.5% ส่วน ประเทศไทย 12.0% มากกว่า ญี่ปุ่น ที่ใช้งบฯ 10.8% สหรัฐอเมริกา 10.7% ทั้งที่หลายประเทศเก็บภาษีสูงกว่าเรามาก จึงเห็นว่าน้อยประเทศมากที่จะดูแลได้ดีขนาดนี้...แน่นอน การใช้งบฯมากหรือน้อยเป็นการตัดสินใจของรัฐบาล แต่ไม่ สำคัญเท่ากับต้องกระจายการช่วยเหลือให้ทั่วถึงและเป็นธรรมด้วย พระราชทาน พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ อัญเชิญหน้ากากอนามัยพระราชทานชนิดผ้า 10,170 ชิ้นใน โครงการกำลังใจราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้แก่ รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ เพื่อมอบแก่ประชาชนมาบริจาคโลหิต ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ วันก่อน.ที่แน่ๆ อุตตม สาวนายน รมว.คลัง ออกมาระบุชัด การจ่ายเงินเยียวยาผ่านการลงทะเบียน “เราไม่ทิ้งกัน” เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ที่มีข่าวจะขยายเป็น 6 เดือนนั้น เป็นเพียงการตั้งกรอบเวลาไว้ เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์ไวรัสโควิดจะสิ้นสุดเมื่อใด จึงต้องบริหารจัดการให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ แต่ระยะแรกจะเยียวยาในช่วง 3 เดือนก่อน หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ก็สามารถขยายเวลาได้ตามความเหมาะสม หากสถานการณ์จบลงก่อน ก็สามารถยุติการเยียวยาได้เช่นกัน...นอกจากนี้ได้มีการกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ ธนาคารกรุงไทย ให้เร่งดำเนินการในเรื่องการเยียวยาอย่างเร่งด่วน ควบคู่ไปกับการจ่ายเงินให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยมีการโอนเงินให้แก่ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบและจะทยอยจ่ายต่อไปอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายคนที่ได้รับการเยียวยา ได้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนในวัยทำงานเป็นหลัก เพราะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และจะแยกย่อยไปตามกลุ่มอาชีพต่างๆ แต่ที่สำคัญต้องเป็นกลุ่มคนไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐตามมาตรการอื่นๆอยู่ก่อนแล้ว...จบข่าวผ่างๆ...ในห้วงที่กำลังเข้าสู่ช่วง ประเพณีสงกรานต์ ปีใหม่ไทย 13 เม.ย. แต่เนื่องจากสถานการณ์ในช่วงนี้มีปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ถึงขั้นที่ รัฐบาล ต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และประกาศกฎเหล็ก เคอร์ฟิว ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 4 ทุ่ม ถึงตี 4 ของวันรุ่งขึ้น เพื่อสกัดยับยั้งการแพร่ระบาดของ ไวรัสมรณะ พร้อมทั้งขอให้ประชาชนร่วมมือกัน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” และ รักษาระยะห่างทางสังคม รวมทั้ง ครม. ได้มีมติ ให้เลื่อนวันหยุดราชการ ใน เทศกาลสงกรานต์ 13–15 เม.ย. ออกไปก่อน เพื่อลดการเดินทางและการเคลื่อนย้ายประชาชนจำนวนมาก...ล่าสุด กฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้ลงนาม ประกาศกระทรวงวัฒนธรรม กำหนดแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ ดังนี้ คือ1.งดเว้นการจัดงานสงกรานต์ในทุกระดับ2.งดเว้นการเดินทางกลับภูมิ-ลำเนา3.งดเว้นการรดน้ำขอพรญาติผู้ใหญ่ทุกกรณี4.งดการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันของคนหมู่มาก หรือเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโดยเด็ดขาด5.เพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์ให้ปฏิบัติดังนี้ คือ สรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้าน, การแสดงความกตัญญูและขอพรต่อพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ ที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ให้แสดงออกโดยวิธีการกราบไหว้และขอพร โดยเว้นระยะระหว่างบุคคล 1-2 เมตร และปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย, การแสดงความกตัญญูและขอพรต่อพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ไกลกัน ให้แสดงออกผ่านช่องทางโทรศัพท์ หรือสื่อออนไลน์ เพิ่มพลัง สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รับมอบอาหารใน “โครงการ CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” จาก สุภกิต เจียรวนนท์ และ ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ โดยมี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย มาร่วมรับมอบด้วย ที่ สนง.ปลัดกระทรวงสาธารณสุข วันก่อน.ขณะที่ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แม้รัฐบาลได้ยกเลิกกิจกรรมและวันหยุดในช่วงสงกรานต์แล้ว แต่บางครอบครัวอาจมีกิจกรรมเล็กๆในหมู่เครือญาติ เพื่อรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ อาจเป็นสาเหตุในการได้รับ เชื้อโควิด-19 ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนงดกิจกรรมดังกล่าว งดการเดินทางกลับภูมิลำเนา งดการรวมกลุ่มใกล้ชิดในเครือญาติ การกราบขอพรผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ควรเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร ส่วนเครือญาติที่อยู่ไกลควรใช้โทรศัพท์มาขอพร จะทำให้ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้...ทั้งหมดนี้ถือเป็นข้อปฏิบัติและคำเตือน ด้วยความหวังดี เพื่อป้องกันอันตรายจากการแพร่ระบาดของ ไวรัสมรณะ แต่จะได้ผล ในทางปฏิบัติ มากน้อยแค่ไหน ต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือของพี่น้องประชาชน สนับสนุน บรรพต หงษ์ทอง ประธาน กก.ทิพยประกันชีวิต มอบเงินจำนวน 1,200,000 บาท ให้แก่ ศ.สุรพล นิติไกรพจน์ เพื่อสนับสนุนจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจรองรับผู้ป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยมี นพพร บุญลาโภ มาร่วมมอบด้วย ที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ วันก่อน.“ธนูเทพ” เชื่อว่าในภาวะ วิกฤติประเทศ จากภัยโรคระบาดร้ายแรง เสี่ยงต่อความเป็นความตาย ที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัว ประชาชนส่วนใหญ่พร้อมที่จะให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการและข้อแนะนำของทางราชการ แต่ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่า มีคนบางส่วน ที่ยังอาจยึดติดกับพฤติกรรมสนุกสนานรื่นเริงในเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะ กลุ่มวัยรุ่น วัยโจ๋ วัยคะนอง ที่มักรวมตัวรวมกลุ่ม ตั้งวงดื่มสุรา สาดน้ำชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมา พฤติกรรมเหล่านี้ ลำพังแค่การออกประกาศ ขอความร่วมมือ อย่างเดียวคง “เอาไม่อยู่”“ธนูเทพ” มองว่าเมื่อ นายกฯประยุทธ์ ประกาศให้การแก้ไขปัญหา ไวรัสโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ การดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดในช่วง เทศกาลสงกรานต์ เพื่อป้องกันความสุ่มเสี่ยงในการแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสมรณะ ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้น ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ควรต้องเพิ่มมาตรการในการป้องปรามอย่างเข้มข้น เด็ดขาด จริงจัง ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของส่วนรวม ไว้ต่อสู้ ดร.วราทัศน์ วงศ์สุรไกร ประธาน กก.บห.บ.โรงเส้นหมี่ชอเฮง มอบเงินจำนวน 3,000,000 บาท ให้แก่ ศ.นพ.รื่นเริง ลีลานุกรม เพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ใช้รักษาผู้ติดเชื้อ covid-19 โดยมี อดิศักดิ์ พงษ์สุรพิพัฒน์ และ ไกรสินธุ์ วงศ์สุรไกร มาร่วมมอบด้วย ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ วันก่อน.เหมือนอย่างกรณีที่ ผู้ว่าราชการจังหวัด กว่า 10 จังหวัด ได้ประกาศปิดเมืองสกัดการเดินทางเข้าออกจังหวัดอย่างเข้มข้น รวมไปถึงการ ห้ามขายสุรา และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถือว่าเป็นการป้องกันและป้องปรามการรวมกลุ่มสังสรรค์ในพื้นที่ เพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดได้เป็นอย่างดี...ล่าสุด ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษก กทม. ระบุ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ได้ออกประกาศ ปรับเวลาการเปิดและปิดของร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เกต ร้านขายอาหาร เครื่องดื่ม ทั้งที่เป็นคูหา รถเข็นและแผงลอย ในพื้นที่ กทม. โดยให้ปิดร้าน ช่วงตั้งแต่ สี่ทุ่ม ถึง ตี 4 ของวันรุ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการ ประกาศเคอร์ฟิว ของ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ออกประกาศ คำสั่งห้ามขายสุรา ทั้ง ร้านขายสุรา ประเภท 1 และประเภท 2 ตั้งแต่ วันที่ 10-20 เม.ย.2563 เพื่อเป็นการป้องกันการรวมตัวกันของ ประชาชน ที่อาจมีการรวมกลุ่มซื้อสุรามาจัดเลี้ยงฉลอง หรือสังสรรค์กันในช่วงเทศกาลสงกรานต์...วางกฎเข้มเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ ทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือ"ธนูเทพ"