คุมสภาพให้ได้ด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อถือเป็นการสำแดงผลลดหรือเพิ่มการแพร่เชื้อของไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดอยู่ในห้วงเวลานี้ปรากฏว่าประเทศไทยมีตัวเลขแสดงแนวโน้มที่ดีอย่างชัดเจน คือวันที่ 6 เม.ย. พบผู้ติดเชื้อ 51 คน ถัดมาอีกวัน (7 เม.ย.) พบเพียงแค่ 38 คนเท่านั้นอย่างที่ “หมอยง” คอนเฟิร์มว่า “เรามาถูกทางแล้ว”...ก็นั่นแหละคำตอบที่เป็นห่วงว่าเมษายนนี้เราจะฝ่า “เส้นตาย” ไปได้หรือไม่ เมื่อดูจากรูปการณ์แล้วถ้าดัชนีพุ่งหัวลงอย่างนี้ก็พอจะใจชื้นขึ้นมาบ้างอีกด่านสำคัญที่จะต้องข้ามไปให้ได้คือ “สงกรานต์” ในอีกไม่กี่วันนี้รัฐบาลจะบริหารจัดการอย่างไร จะห้ามออกนอกเมืองนอกจังหวัดหรือไม่ต้องยํ้าเอาไว้ก่อนว่าการเคลื่อนย้ายของมวลชนนั้นเพิ่งเจอประสบการณ์มาหมาดๆ หลังประกาศปิดห้างในกรุงเทพฯผู้คนแห่แหนกันเดินทางกลับบ้านเป็นแสนคน ผลที่เกิดขึ้นก็คือเกิดการแพร่เชื้อไปหลายจังหวัดเกือบทั่วประเทศ แม้ตัวเลขออกมาจากกลุ่มคนกลุ่มนี้ไม่มากอย่างที่คาดกันเพราะส่วนใหญ่ยังมาจากแหล่งระบาดเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะ เป็นสนามมวย สถานบันเทิง จากการเดินทางไปร่วมพิธีทางศาสนาที่ต่างประเทศ คนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศต่างๆผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตหลักๆอยู่ในแวดวงนี้ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุซึ่งมีบทเรียนมาแล้วจึงต้องตัดสินใจอย่างเข้าถึงปัญหา ตรงจุดจึงต้องตัดสินใจด้วยการรักษา “ชีวิต” เป็นหลักมากกว่าตามใจ “คน” ทางออกก็น่าจะไม่ยากในด้านการป้องกันเรากำลังจะผ่านหัวเลี้ยวหัวต่อไปได้ แต่เป็นเพียงด่านหนึ่ง ซึ่งยังมีสิ่งที่จะต้องทำต่อไปอีกหลายเรื่องด้านหนึ่งการเยียวยาทุกมิติหนทางที่เห็นก็คือ “เม็ดเงิน” ที่จะนำมาเป็นตัวขับเคลื่อนและกรรมวิธีที่จะมุ่งไปสู่ทุกกลุ่มอาชีพการรักษาผู้ป่วยก็เป็นเรื่องที่จะต้องคิดหาวิธีการด้านวิทยาศาสตร์ ด้วยการศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อจะได้ “ตัวยา” มาสู้กันเพราะถึงวันนี้ยังไม่มียารักษา ไม่มีวัคซีนป้องกันความจริงไม่อยากนำมาเผยแพร่ต่อ แต่ดูแล้วเห็นว่า น่าจะมีประโยชน์มากกว่า แพทย์ท่านหนึ่งระดับผู้เชี่ยวชาญบอกว่าวัฏจักร หรือวงจรไวรัสตัวนี้จะวนไปวนมาไม่หมดสิ้นเริ่มจาก “จีน” แล้วกระจายไปในบริบทประเทศเอเชียอย่างญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ ประเทศไทย เป็นต้นจากนั้นก็ข้ามโลกไปถึงยุโรปที่เจอเข้าไปเต็มๆ จากนั้นก็ข้ามไปอเมริกาจนสะบักสะบอมอยู่ในขณะนี้ยังไม่หยุดจากอเมริกาจะข้ามกลับมาจากจีน และแพร่ระบาดในเอเชียอีกก็ฟังๆเอาไว้เผื่อจะได้เตรียมตัวเตรียมใจสู้กันต่อไป“พลาสม่า” ที่กำลังพูดถึงกันมาก เพราะจะเป็นเซรุ่มนำมาผสมผสานกับสารตัวอื่นๆ สามารถรักษาให้หายได้ พูดให้ตรงใจ...ก็คือเจอ “ยาเทวดา” แล้วจะมีสีเหลือง แต่ไม่ใช่น้ำเหลืองจะมาจากเลือดแดงอัดแน่น พลาสม่าเป็นน้ำสีเหลืองใส ซึ่งเป็นที่รวมของโปรตีนทุกชนิดในร่างกายแล้วนำเลือดเข้าเครื่องปั่นแยกส่วนจากนั้นก็นำไปปรุงให้เป็นเซรุ่มตัวยาออกมาใช้รักษาไวรัสโควิด-19เลือดของผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วอย่างดี เพราะมีภูมิคุ้มกันอย่างดีก็เป็นอีกหวังหนึ่งที่ต้องส่งพลังใจ เพื่อให้ประสบผลสำเร็จ.“สายล่อฟ้า”