หงอยไปเยอะ...ประเดิมวันแรกในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของ 5 พรรคฝ่ายค้านกับ 65 ชีวิตของคณะอนาคตใหม่ที่ยังต้องหาพรรคใหม่สังกัดเพราะถูก “ยุบพรรค” ไปแล้วด้วยมติ 7-2 ของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่อง “เงินกู้” 191.2 ล้านบาทเบื้องต้นกรรมการบริหารอนาคตใหม่ 15 คน ต้องพ้นจากสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.อีก 1 คน คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคนั้นพ้นไปแล้วจากคดี “หุ้นสื่อ” ไปก่อนหน้านี้แต่คราวนี้ยังต้องถูกตัดสิทธิการเมือง 10 ปีไปพร้อมๆกันและห้ามยุ่งเกี่ยวกับการตั้งพรรคใหม่ การเป็นกรรมการบริหารพรรคและการมีส่วนร่วมกับพรรคการเมืองอีก 10 ปี...ยังดีที่ยังมี ส.ส.ทั้ง 2 ระบบ 65 คน ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อย่างน้อย “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ เขาว่าเป็น “ดาวสภา” คนใหม่...ก็คนหนึ่งแหละ...คนนี้ได้รับไม้ต่อจากนายธนาธรให้ขับเคลื่อนการเมืองในสภาเพียงแต่รอว่าจะหาพรรคการเมืองสังกัดได้เมื่อไรฐานะใหม่คงจะเป็นหัวหน้าพรรคมีเนื้อมีหนังกว่าเดิมที่เสียดายกันก็คือ “ปิยบุตร แสงกนกกุล-พรรณิการ์ วานิช” 2 กรรมการบริหารที่พ้นสมาชิกภาพไปแล้วจึงเข้าสภาไม่ได้ในฐานะ ส.ส.ทำให้บรรยากาศการซักฟอกขาดสีสันไปพอสมควรว่าไปแล้วข้อวินิจฉัยคดี “เงินกู้” ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นบรรดานักกฎหมายไม่ว่าสำนักไหนล้วนมองไปตรงกันว่าไม่รอดแน่เนื่องเพราะเป็นความผิดที่เบ็ดเสร็จด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ยากจะปฏิเสธแม้จะอ้างว่าที่ทำอย่างนี้เพื่อเป็นแบบอย่างให้พรรคการเมืองอื่นๆ ที่ไม่เปิดเผยด้านการเงินในการดำเนินกิจกรรมของพรรคแบบ “ซ่อนรูป-ซ่อนเร้น”แต่อนาคตใหม่มาแบบโปร่งใสไร้คำติฉินนินทาทว่าในความโปร่งใสด้วยการให้หัวหน้าพรรคปล่อยเงินกู้ให้พรรคด้วยวงเงินที่สูงถึง 191.2 ล้านบาทนั้นก็ไม่ต่างกันสักเท่าใด...เงื่อนงำที่ชวนให้สงสัยนั้นต้องเอาความจริงมาพูดกัน ดีกว่าไปโทษคนนั้นคนนี้ เพราะมีลักษณะ “ซ่อนรูป” ทำนองเดียวกันมุ่งหมายที่จะครอบงำพรรคเช่นเดียวกันพรรคการเมืองนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆในอนาคตใหม่นั้น แม้จะมีหลายคนที่มีฐานะทางการเงินดีก็ตามแต่จะมีใครสู้ “เศรษฐีหมื่นล้าน” เท่ากับ “ธนาธร” ได้การดำเนินการเพื่อให้ได้เงินเข้าพรรคจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับอนาคตใหม่ก็คือ “เงินธนาธร” นั่นแหละ...เมื่อเลือกแนวทางนี้ก็เลยเกิดปัญหาเพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมายทั้งในเรื่อง “เงินกู้” และการครอบงำพรรคที่สำคัญก็คือ เรื่องนี้คนในพรรคออกมาเปิดเผยเองด้วยซํ้าว่าไปแล้วพรรคการเมืองทุกพรรคนั้นในความเป็นจริงแล้วต้องให้ความสำคัญต่อประชาชน เพื่อจะได้คะแนนเสียงด้วยวิธีการต่างๆนานาคำว่า “โปร่งใส” ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่จะทำให้ได้รับการยอมรับเป็นวิธีการหาเสียงหาคะแนนทางหนึ่งที่ “อนาคตใหม่” นำมาขึ้นป้ายเพื่อเรียกคะแนนเพียงแต่ไปใช้ตำรากฎหมายผิดฉบับผิดประเทศก็เลยลงเอยอย่างนี้!“สายล่อฟ้า”