เมื่อวันที่ 9 ก.พ. เกิดเหตุระทึกในค่ายทหารเขตเชอร์ซาด ใน จ.นันการ์ฮาร์ ทางภาคตะวันออกของอัฟกานิสถาน หลังคนร้ายในชุดเครื่องแบบทหารอัฟกัน ก่อเหตุใช้ปืนกลกราดยิง ส่งผลให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 6 นาย ซึ่งต่อมากองทัพสหรัฐฯระบุว่า เป็นสมาชิกหน่วยรบพิเศษพลร่มที่ 7 ของสหรัฐฯทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของนายชาห์ มาห์มูด เมยากี ผู้ว่าการจังหวัดนันการ์ฮาร์ของอัฟกานิสถาน ระบุว่าทางการอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเหตุการณ์ครั้งนี้ ว่าเป็นฝีมือของทหารอัฟกัน หรือเป็นสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรงที่แฝงตัวเข้ามาในฐานทัพ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การปะทะระหว่างกองกำลัง และมีคอมมานโดอัฟกันบาดเจ็บ 3 นาย ขณะที่นายซาบิฮุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกกองกำลังติดอาวุธตาลีบันในอัฟกานิสถาน ปฏิเสธให้ความเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบุเพียงว่าทางกลุ่มอยู่ระหว่างตรวจสอบสถานการณ์สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานด้วยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างที่รัฐบาลสหรัฐฯอยู่ระหว่างการเจรจาสันติภาพรอบใหม่กับตัวแทนกลุ่มตาลีบันที่กาตาร์ อย่างไรก็ตาม เหตุทหารอัฟกันก่อเหตุหักหลังกราดยิงทหารสหรัฐฯ หรือที่เรียกว่ากรีน ออน บลู ได้เกิดขึ้นเป็นระยะ โดยเมื่อเดือน ก.ค. ปีก่อน มีทหารอเมริกันถูกยิงเสียชีวิตในลักษณะนี้ 2 ศพ ขณะที่เดือน ธ.ค. สมาชิกกลุ่มตาลีบันได้แฝงตัวเข้าไปในฐานทัพ และกราดยิงทหารอัฟกันเสียชีวิต 9 ศพวันเดียวกัน กระทรวงกลาโหมไต้หวัน ออกแถลงการณ์ว่า กองทัพอากาศไต้หวันได้ส่งเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 ขึ้นสกัดกั้นเครื่องบินรบ เจ-11 และเครื่องบินทิ้งระเบิดเอช-6 ของกองทัพอากาศจีน ที่บินเฉียดเข้ามาในพื้นที่พิพาท บริเวณช่องแคบบาชี ทางตอนใต้ของไต้หวัน ซึ่งหลังจากไต้หวันส่งเครื่องบินสกัดกั้น ฝูงเครื่องบินรบจีน ได้เบนเข็มขึ้นเหนือและมุ่งหน้ากลับสู่จีน ผ่านช่องแคบมิยาโกะ ซึ่งอยู่ระหว่างแผ่นดินญี่ปุ่นและเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่น ขณะที่กระทรวงกลาโหมจีน ยังไม่ออกแถลงการณ์ใดๆส่วนที่กรุงแอดดิสอาบาบา เอธิโอเปีย ผู้นำชาติ สมาชิกสหภาพแอฟริกา ได้รวมตัวประชุมความมั่นคง หาทางลดสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคแอฟริกา โดยที่ประชุมยอมรับว่า แม้ความรุนแรงในแอฟริกากลางและซูดานจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น แต่ได้มีวิกฤตการณ์รอบใหม่ในแคเมอรูนและโมซัมบิก พร้อมยอมรับว่าสมาชิกประสบความล้มเหลวในการทำตามแผนที่วางเอาไว้เมื่อปี 2556 ว่าจะทำให้แอฟริกาไร้เสียงปืนภายในปี 2563.