(ภาพจาก : Jerónimo Avilés Olguín)มนุษย์อาศัยอยู่ในคาบสมุทรยูคาทันในเม็กซิโก อย่างน้อยๆก็ตั้งแต่ปลายยุคไพลสโตซีน (Pleistocene) เมื่อ 126,000-11,700 ปีก่อน และสิ่งที่นักวิจัยรู้เกี่ยวกับผู้คนที่มาตั้งถิ่นฐานยุคแรกๆในเม็กซิโกนั้นมาจากโครงกระดูกมนุษย์จำนวน 9 ชิ้นที่ได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในถ้ำใต้น้ำและหลุมยุบใกล้เมืองตูลุม (Tulum) ที่รัฐกินตานาโรของเม็กซิโกล่าสุด โครงกระดูกใหม่ที่ถูกค้นพบในถ้ำใต้น้ำ Chan Hol ใกล้เมืองตูลุมได้ให้ความกระจ่างถึงผู้คนที่ตั้งถิ่นฐานยุคแรกของเม็กซิโก ซึ่งทีมวิจัยนานาชาตินำโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไฮเดิลแบร์กในเยอรมนี ได้อธิบายถึงโครงกระดูกที่พบว่ามีความสมบูรณ์ 30% และตั้งชื่อโครงกระดูกนี้ว่า Chan Hol 3 ทีมได้ใช้วิธีการหาอายุแบบไม่ทำให้โครงกระดูกเสียหาย จากนั้นนำส่วนของกะโหลกไปเปรียบ เทียบกับกะโหลกอีก 452 ชิ้นที่พบในอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ รวมถึงกะโหลกอื่นๆที่พบในถ้ำที่เมืองตูลุมการวิเคราะห์พบว่า Chan Hol 3 น่าจะเป็นหญิงอายุประมาณ 30 ปี และมีชีวิตอยู่อย่างน้อยเมื่อ 9,900 ปีที่แล้ว กะโหลกเป็นแบบ mesocephalic คือไม่กว้างหรือแคบมาก มีโหนกแก้มกว้าง หน้าผากแบน นักวิจัยเผยว่า แม้จะขาดหลักฐานเชิงโบราณคดีของผู้ตั้งถิ่นฐานยุคแรก แต่รูปแบบกะโหลก บ่งบอกว่ามีกลุ่มมนุษย์ที่แตกต่างกันอย่างน้อย 2 กลุ่มอาศัยอยู่ในเม็กซิโกช่วงเปลี่ยนจากยุคไพลสโตซีนไปสู่ยุคโฮโลซีน (Holocene) ดังนั้น ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานในยุคแรกของทวีปอเมริกา จึงดูจะซับซ้อนและยิ่งกว่านั้นน่าจะเกิดขึ้นในเวลาที่เร็วกว่าที่คิดไว้ก่อนหน้านี้.