บุกยิงพันเอก-แม่ยายก่อนปล้นคลังแสงควบฮัมวีหนี สุดสยองถล่มระเนนระนาด ผบ.ทบ.รุดไปบัญชาการเองทหารบกยศจ่าสิบเอกคลั่งสติแตก จ่อยิงพันเอกผู้บังคับบัญชาดับพร้อมแม่ยาย แล้วไปยิงพลทหารเวรตายสยองคาค่าย แถมปล้นคลังอาวุธขนปืนสงครามเอชเค 6 กระบอก-กระสุนหลายร้อยนัด ขึ้นรถฮัมวีออกซิ่งตามถนน ไล่แจกความตายให้ชาวบ้านเกลื่อนเมืองโคราช ผู้บริสุทธิ์ล้มตายเป็นใบไม้ร่วงกว่า 20 ศพ เจ็บกว่า 30 มีทั้งตำรวจ ชาวบ้าน และนักเรียน จากนั้นบุกเข้าห้างเทอร์มินอล 21 ยิงใส่ถังแก๊สระเบิดไฟลุกท่วมห้าง จับเหยื่อไว้เป็นตัวประกัน ตำรวจ-ทหารระดมกำลังปิดล้อม เผยโพสต์เฟซบุ๊กอ้างสางแค้นสุมอกต้องฆ่าให้เกลี้ยงจ.ส.อ.ยิง พ.อ.-แม่ยายคาบ้านเหตุสะเทือนขวัญกลางเมืองโคราชครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 8 ก.พ. พ.ต.ท.มงคล คุปติศิริรัตน์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครราชสีมา รับแจ้งเหตุยิงกันตายในบ้าน 2 ชั้น เลขที่ 187 หมู่ 3 บ้านถนนหัก ต.หนองจะบก อ.เมืองนครราชสีมา ไปตรวจที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 2 ศพ ชื่อ พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ อายุ 48 ปี ผบ.พัน. กระสุน 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 (บชร.2) ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา สภาพศพสวมเสื้อโปโลสีเหลือง นุ่งกางเกงขาสั้นสีเทา รองเท้าแตะ ถูกจ่อยิงด้วยปืน 9 มม. เข้าศีรษะนอนคว่ำหน้าจมเลือดหน้าบันได ใกล้ กันพบศพนางอนงค์ มิตรจันทร์ อายุ 65 ปี แม่ยาย สวมเสื้อโปโลสีม่วง นุ่งกางเกงขายาวสีน้ำตาล ถูกยิงนอนหงายเลือดทะลัก ส่วนผู้ก่อเหตุชื่อ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี สังกัดเดียวกับผู้ตาย ปล้นปืนสงคราม-กระสุนขึ้นฮัมวีจากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.อ.จักรพันธ์สวมเสื้อยืดคอกลมสีเขียวขี้ม้า นุ่งกางเกงลายพรางทหาร สวมรองเท้าบูต ขับรถฮัมวี ทะเบียนกงจักร 2563 เข้ามาหา พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ที่บ้าน เพื่อเจรจาปัญหาคาใจ แต่ตกลงกันไม่ได้ ทำให้เกิดบันดาลโทสะ ใช้ปืนพกจ่อยิงผู้บังคับบัญชาและแม่ยายเสียชีวิต รวมทั้งพลทหารที่เฝ้าบ้านบาดเจ็บอีก 1 ราย จากนั้นขับรถฮัมวีเข้าไปในค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ที่อยู่ห่างออกไปราว 2 กม. ใช้ปืนยิงทหารเวรบาดเจ็บ 2 นาย 1 ในนั้นไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ก่อนปล้นคลังอาวุธได้ปืนสงคราม เอชเค 33 และปืนพกรวม 6 กระบอก พร้อมซองกระสุนขนาด 40 นัด จำนวน 10 ซอง รวมกระสุน 400 นัด และระเบิดสังหารขึ้นรถฮัมวี ขับหลบหนีออกด้านหลังค่าย มุ่งหน้าเข้าไปในวัดป่าศรัทธารวม ถนนเดชอุดม ซอย 22 ต.หัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมาคลั่งไล่ยิงชาวบ้าน-นร.ผู้บริสุทธิ์เวลา 16.00 น. ระหว่างนั้นมีตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ขับรถกระบะตราโล่มาขวางทางและพยายามจะเข้าจับกุม ปรากฏว่าถูก จ.ส.อ.จักรพันธ์ใช้ปืนเอชเค ยิงใส่เสียชีวิตคารถทั้ง 2 นาย และรถพัง 1 คัน หลังยิงตำรวจแล้ว จ.ส.อ.จักรพันธ์ กลับคลุ้มคลั่งหนักขึ้น ขับรถฮัมวีฝ่าเข้าไปในวัดป่าศรัทธารวม ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่มาทำบุญในวันมาฆบูชา แล้วสาดกระสุนปืนสงครามยิงใส่ญาติโยมพระเณร ทุกคนต่างตกใจส่งเสียงหวีดร้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างอลหม่าน เดชะบุญกระสุนไม่ถูกใคร จากนั้นคนร้ายได้เปลี่ยนกางเกงเป็นกางเกงยีนส์ขายาว และสวมหมวกเหล็กทหาร ขับรถฮัมวีออกทางประตูหน้าวัด ผ่านเข้าชุมชนหลัง ร.ร.บุญวัฒนา ยิงใส่นักเรียนสวมชุดนักเรียนขาสั้นสีกากี ขี่รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ทราบทะเบียน ผ่านมา กระสุนถูกศีรษะเสียชีวิตอีก 1 ศพ มุ่งจะไปถล่มโรงพัก-แต่เปลี่ยนใจคนร้ายได้ขับรถฮัมวีไปตามเส้นทางราชสีมา-โชคชัย มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองนครราชสีมา ถนนสรรพสิทธิ์ ผ่านเรือนจำจังหวัดนครราชสีมา ตั้งใจจะไปถล่ม สภ.เมืองนครราชสีมา ระหว่างนั้นตำรวจทราบเหตุได้แจ้งระดมกำลังเตรียมความพร้อมและปิดเส้นทางหน้าโรงพัก เมื่อคนร้ายเห็นว่ากำลังตำรวจตั้งรับเต็มพิกัด ได้เลี้ยวรถฮัมวีขึ้นไปบนถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าไปยังห้างเทอร์มินอล 21 โคราช เป็นระยะทางกว่า 10 กม.ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กช่วงยิงเหยื่อทันทีที่มาถึงหน้าห้าง คนร้ายได้จอดรถใกล้ทางเข้าห้าง และลงจากรถมากราดยิงใส่รถบิ๊กไบค์ รถเก๋งฮอนด้า สีขาว และรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอีกหลายราย ระหว่างนั้นคนร้ายได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กขณะก่อเหตุกราดยิงไปด้วย โดยไม่มีอาการสะทกสะท้าน หรือมีอาการสลดแต่อย่างใด พร้อมพูดผ่านไลฟ์ว่า “โอ๊ย เหนื่อย ยิงจนเมื่อยไปหมดแล้ว”บุกห้างเทอร์มินอลระเบิดถังแก๊สจากนั้นคนร้ายขึ้นรถฮัมวีขับเข้าไปจอดด้านหลังห้างฯ ใช้ปืนยิง รปภ.เสียชีวิต 2 ศพ และยิงใส่ถังแก๊สขนาด 2,500 กิโล จำนวน 2 ถัง ทำให้แก๊สระเบิดไฟลุกท่วมห้างฯ คนร้ายยังไม่หยุดความบ้าระห่ำ เดินเข้าไปในชั้นใต้ดินเปลี่ยนไปสวมชุดทหารครึ่งท่อน แล้วกราดยิงใส่ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มาจับจ่ายใช้สอยในช่วงวันหยุดได้รับบาดเจ็บไปอีก 3-4 ราย ก่อนจะขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 4 จับประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นตัวประกันไว้ไม่ต่ำกว่า 16 คน ฆาตกรโพสต์เฟซฯระบายแค้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะก่อเหตุทมิฬ จ.ส.อ.จักรพันธ์ได้โพสต์เซฟบุ๊กส่วนตัวลักษณะระบายความในใจ เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. เวลา 20.16 น. เซลฟี่ภาพใบหน้าใส่ชุดทหารสวมหมวกไหมพรมสีดำ พร้อมข้อความว่า “หน้าเรียวจุง” จากนั้นเวลา 22.15 น. โพสต์รูปปืนลูกโม่พร้อมพระเครื่องและข้อความว่า “สิ่งศักดิ์สิทธิ์คงช่วยให้วันนี้ผ่านไปได้อีกวัน...” ต่อมาวันที่ 7 ก.พ. โพสต์ข้อความ “พวกมึงอยากลองของใช่มั้ย” และก่อนก่อเหตุยิงระห่ำ ได้โพสต์ข้อความว่า “รํ่ารวยมาจากการโกง การเอาเปรียบคนอื่น มันคิดว่ามันจะเอาเงินไปใช้ในนรกได้รึไง” และหลังก่อเหตุยังโพสต์ข้อความด้วยว่า “ยังไงก็หนีความตายไม่พ้นทุกคน” ตามด้วย “ซวยล่ะเป็นตะคริว ยอมแพ้ดีมั้ยนะ นี่ก็หยุดแล้วนะ มันตายมั้ยไอ้ 3 คนนั่น และเหนื่อยเหลือเกิน”เชี่ยวชาญผ่านหลักสูตรแม่นปืนสำหรับประวัติ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ปัจจุบันอายุ 32 ปี สังกัดกรมสรรพาวุธกระสุนที่ 22 บชร.2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ เป็นนักกีฬาแม่นปืนของกองทัพภาคที่ 2 และยังจบหลักสูตรรบพิเศษ สังกัดกองร้อยรบพิเศษที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ถือเป็นทหารที่มีความชำนาญในการใช้ปืนสั้นและปืนยาว เคยผ่านหลักสูตรพลแม่นปืนและซุ่มโจมตี เชี่ยวชาญทางยุทธวิธีซุ่มโจมตีแบบกองโจรเป็นอย่างดีแม่ทัพภาค 2 สั่งระดมกำลังล่าพล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณี จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา สังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ใช้ปืนสงครามยิง พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ นายทหารค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ผู้บังคับบัญชาและกราดยิงชาวบ้านเสียชีวิตหลายศพว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมกับกำลังตำรวจปฏิบัติการไล่ล่าจับกุมผู้ก่อเหตุที่อยู่ระหว่างหลบหนี ส่วนสาเหตุจะต้องรอให้จับกุมตัวให้ได้ก่อน และนำมาสอบสวนว่าสาเหตุเกิดจากเรื่องใดกันแน่ป.ส่งทีม “หนุมาน” ร่วมปฏิบัติการเวลา 19.00 น. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. เดินทางไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ที่กองบินตำรวจ ท่าแร้ง เพื่อเดินทางไปที่เกิดเหตุทหารคลั่งยิงคนเสียชีวิตใน จ.นครราชสีมา พร้อมเปิดเผยว่า หลังรับรายงานเหตุได้สั่งการให้ พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สนับสนุน บก.ป. จัดกำลังเร่งด่วน นำหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หนุมาน กองปราบ 2 ทีม 20 นาย พร้อมอาวุธหนักเบาครบมือ เร่งลงพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา เพื่อร่วมจับกุมคนร้ายที่คาดว่าจะมีอาวุธสงครามพร้อมกระสุนจำนวนมากอย่างเร่งด่วนแล้ว ส่ง “บิ๊กนัย” ลงพื้นที่บัญชาการเหตุรายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ติดตามเหตุทหารคลุ้มคลั่งกราดยิงประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่โดยด่วน ขณะที่ พล.อ.อภิรัชต์ได้สั่งการให้ พล.ท.สุนัย ประภูชะเนย์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ และนำทหารจากกรมรบพิเศษที่ 3 (รพศ.3) ลงพื้นที่สนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการด่วน พร้อมเร่งตรวจสอบว่ามีตัวประกันทั้งหมดกี่คนสั่ง รพ.รอรับคนเจ็บ-บริจาคเลือดขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า รพ.มหาราชเตรียมพร้อมตั้งแต่รับแจ้งเหตุแล้ว มีหมอที่เข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บโดนยิงบาดเจ็บด้วย สถานการณ์ความสูญเสียมีมากขึ้น ได้สั่งทุกโรงพยาบาลพร้อมให้การสนับสนุน และอาจต้องช่วยกันระดมบริจาคโลหิต ทั้งนี้ รพ.มหาราชนครราชสีมา รพ.บุรีรัมย์ รพ.สุรินทร์ รพ.ชัยภูมิ ขอรับบริจาคโลหิตด่วน และให้ทุกโรงพยาบาลใน จ.นครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียงเตรียมรับผู้บาดเจ็บให้พร้อมนายกฯสั่งเร่งจับทหารคลั่งให้ได้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้รับทราบสถานการณ์คนร้ายกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา สั่งการให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. ติดตามสถานการณ์ สอบสวนหาสาเหตุและดูแลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตให้ดีที่สุด พร้อมกำชับให้รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขดูแลเรื่องการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่สะดวกอย่างดีที่สุด ทั้งนี้ นายกฯยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปิดล้อมจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้ ทั้งนี้ เบื้องต้นอาวุธที่คนร้ายนำมาก่อเหตุนั้น นำมาจากการแย่งชิงและทำร้ายเจ้าหน้าที่คลังเก็บอาวุธ รายละเอียดอื่นๆขอให้รอผลการพิสูจน์ทราบอีกครั้ง ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บทุกราย และจะเร่งหาสาเหตุอาการคลุ้มคลั่ง ที่มาของการก่อเหตุครั้งนี้ สื่อเทศประโคมข่าวไปทั่วโลกสำนักข่าวต่างประเทศยักษ์ใหญ่แทบทุกสำนัก รวมทั้งเอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ บีบีซี และซีเอ็นเอ็น รายงานข่าวด่วนไปทั่วโลกว่าเกิดเหตุพลทหาร ต่อมาถูกระบุว่าคือ จ.ส.อ.จักรพันธุ์ ถมมา ใช้อาวุธสงครามกราดยิงผู้คนอย่างบ้าคลั่งที่ จ.นครราชสีมา หรือโคราช อยู่ห่างกรุงเทพฯกว่า 250 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 12 คน โดยคนร้ายยิงชายหญิงคู่หนึ่ง ซึ่งผู้ชายเป็นทหารตายก่อน 2 ศพ หลังทะเลาะกันเรื่องการซื้อขายที่ดิน จากนั้นบุกเข้าไปปล้นเอาอาวุธสงครามเพิ่มเติมในค่ายทหาร ขับรถฮัมวี่ของทหารกราดยิงไปตามรายทางในหลายพื้นที่ ก่อนเข้าไปในห้างสรรพสินค้าซึ่งมีผู้คนอยู่จำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่สั่งปิดล้อมรอบบริเวณห้างสรรพสินค้า แต่ยังจับกุมหรือสังหารคนร้ายไม่ได้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า เหตุกราดยิงสังหารหมู่เช่นนี้เป็นเรื่องที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย นอกจากใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหาความไม่สงบมายาวนานแม่ทหารโหดรู้ข่าวถึงร่ำไห้ขณะเดียวกันล่าสุดเฟซบุ๊กเพจ “คนล่าข่าวชัยภูมิ” ได้โพสต์คลิปของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ ได้รับตัวแม่ของ จ.ส.อ.จักรพันธ์ทหารคลั่งที่ก่อเหตุยิงระห่ำในครั้งนี้จากบ้านในตัวเมืองชัยภูมิ เดินทางไป จ.นครราชสีมา เพื่อไปช่วยเกลี้ยกล่อม เมื่อแม่รู้ข่าวว่าลูกชายตัวเองเป็นคนก่อเหตุดังกล่าว ถึงกับร้องไห้ปล่อยโฮออกมาทันที ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพาตัวขึ้นรถออกไปชี้เหตุทวงหนี้ค่านายหน้าที่ดินพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดเผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เบื้องต้นรับรายงานเหตุ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ใช้ปืนยิงผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตว่า ได้มี คำสั่งกำชับ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 จัดชุดปฏิบัติการพิเศษของ จ.นครราชสีมา และชุดสายตรวจเข้าเคลียร์พื้นที่ป้องกันบุคคลผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ พยายามนำคนที่อยู่ใกล้เคียงออกมา และมีคำสั่งถอนชุดพลร่มค่ายนเรศวร 261 ที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นเป้าหมายคดียาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือขึ้นเครื่องเข้าร่วมปฏิบัติการกับฝ่ายทหารในพื้นที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเท่าที่รับรายงานเป็นเรื่องการทวงหนี้ค่านายหน้าที่ดิน แต่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงมูลเหตุที่เกิดขึ้นจริง ตอนนี้ต้องเร่งเคลียร์พื้นที่เพื่อนำคนออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ยอดตาย 16 ศพ-บาดเจ็บอื้อผู้สื่อข่าวรายงานว่า สรุปยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สังหารโหดกลางเมืองในครั้งนี้ เบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 16 ศพ โดยในพื้นที่ สภ.โพธิ์กลาง 3 ศพ สภ.เมืองนครราชสีมา อีก 13 ศพ ส่วนยอดผู้บาดเจ็บยังไม่สามารถตรวจสอบได้ ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า เมื่อเวลา 20.30 น. คนร้ายได้จับตัวประกันทั้ง 16 ชีวิตที่อยู่บนชั้น 4 ในห้างเทอร์มินอล 21 โคราชมานั่งล้อมวงแล้วใช้ระเบิดสังหาร 2 ลูกผูกรอบเอว จ.ส.อ.จักรพันธ์ เพื่อป้องกันการเข้าจู่โจมชิงตัวประกันของเจ้าหน้าที่ส่ง “สไนเปอร์” เข้าพื้นที่สังหารผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 21.00 น.ว่า บริเวณหน้าห้างเทอร์มินอล 21 โคราช เจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร พร้อมอาวุธครบมือหลายร้อยนาย ได้ตรึงกำลังปิดล้อมห้างฯไว้ทุกด้าน และสั่งปิดถนนมิตรภาพที่ผ่านหน้าห้างฯ ทั้งขาเข้า-ขาออก รวมทั้งกันพื้นที่ในรัศมี 2 กม. ห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาเด็ดขาด เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนุมาน กองปราบฯ และเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษของทหาร เข้าปฏิบัติการรวมทั้งสำรวจพื้นที่จุดสูงข่ม เตรียมวางจุดให้นักแม่นปืน หรือสไนเปอร์เข้าพื้นที่สังหาร หากจำเป็นต้องใช้วิธีการจับตาย แต่ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากคนร้ายรู้ยุทธวิธีการโจมตีของทหารอย่างดี และยังได้ใช้ปืนสงครามยิงผ่านกระจกไปยังฝั่งห้างบิ๊กซีที่อยู่ตรงข้ามด้วย คนติดค้างไม่กล้าแชร์โลเกชันขณะเดียวกัน มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ รปภ.ของห้างฯได้ช่วยเหลือประชาชนราว 60 คนที่ยังติดค้างอยู่ในห้างฯ พาไปซ่อนตัวในห้องที่ปลอดภัยแล้ว แต่ยังมีประชาชนอีกส่วนหนึ่งหลบซ่อนตัวอยู่ตามร้านค้าต่างๆในห้างฯหลายคนพยายามโทรศัพท์แจ้งเหตุถึงญาติพี่น้อง ขณะที่บางส่วนไม่กล้าบอกจุดซ่อนตัว หรือแชร์โลเกชัน เนื่องจากเกรงคนร้ายจะรู้เพราะติดตามโซเชียลมีเดียตลอดเวลา ขณะที่บนชั้น 4 ที่เป็นโซนร้านอาหาร และเป็นจุดที่คนร้ายจับตัวประกันไว้ 16 คน ยังคงเปิดไฟสว่างและเปิดม่านบางส่วนไว้ด้วย โพสต์กร้าว “ตายดีกว่าที่จะยอม”ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างที่ จ.ส.อ.จักรพันธ์ คนร้ายก่อเหตุยิงผู้บริสุทธิ์พร้อมกับคุมตัว ประกัน 16 คนอยู่ในห้างฯ ได้มีการโพสต์เฟซบุ๊กคุยกับเพื่อนตลอดเวลา มีเพื่อนคอมเมนต์เตือนสติว่า “สติเพื่อน” “เหนื่อยก็หยุดนะเพื่อน” “พี่ยอมเถอะพี่ชาย” “มึงคิดไรของมึงวะ” “ยอมเถอะเพื่อน เป็นห่วงมึงนะ” แต่คนร้ายได้คอมเมนต์ตอบกลับว่า “ตายดีกว่าที่จะยอม”“เฟซบุ๊ก” ยกเลิกบัญชีทหารโหดด้านผู้แทนเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยม “เฟซบุ๊ก” แถลงคืนวันที่ 8 ก.พ. ตามเวลาประเทศไทยว่าเฟซบุ๊กได้ยกเลิกบัญชีผู้ใช้ หรือแอ็กเคานต์ของ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา พลทหารที่ก่อเหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา และไลฟ์สดเหตุการณ์สังหารหมู่ของตนแล้ว เฟซบุ๊กยังเร่งทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อค้นหาและถอดเนื้อหาหรือคอนเทนต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุยิงสังหารหมู่ครั้งนี้ที่เป็นการล่วงละเมิดนโยบายของเฟซบุ๊กทั้งหมดด้วย นอกจากนี้ยังขอแสดงความเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเหยื่อกราดยิง ครอบครัว และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ และยืนยันว่าจะไม่มีที่ให้ผู้ก่อความโหดร้ายรุนแรงเช่นนี้บนเฟซบุ๊กผู้หลบภัยผวา-รอ จนท.ช่วยเหลือน.ส.เพ็ญนภา ทับกลาง พนักงานร้านทรูวิชั่น กล่าวว่า ศูนย์ทรูอยู่ชั้น 3 ของห้างฯมีพนักงานทรู กับพนักงานขายของบริษัทต่างๆรวมแล้ว 10 ชีวิต รวมตัวกันอยู่ ขณะเกิดเหตุกำลังให้บริการลูกค้าราว 20 คิว หลังเกิดเหตุรีบปิดประตูทันที แล้วพากันหมอบหลบใต้โต๊ะล่าสุด ตอน 3 ทุ่มได้ประสานขอความช่วยเหลือ กระทั่ง รปภ.ของห้างฯแจ้งว่าจะพาออกแต่ไม่รู้ว่าจะปลอดภัยแค่ไหน ด้าน น.ส.ปิยวดี สิทธิกรณ์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวผ่านโทรศัพท์มือถือตอน 3 ทุ่มครึ่งว่า ติดอยู่ในลานจอดรถของห้างฯเพียงลำพัง รู้สึกมีความกลัวมากไม่กล้าออกไปข้างนอก บริเวณลานจอดรถที่ตนติดอยู่ไม่มีใคร ประกอบกับแบตเตอรี่โทรศัพท์ใกล้หมด ไม่สะดวกจะให้สัมภาษณ์ เพราะต้องใช้โทร.ติดต่อญาติชั้น 1 มีคนติดค้างอีกกว่าครึ่งร้อยน.ส.อรัญญา โรจน์นิรภัยวงศ์ พนักงานขายกิฟต์ช็อป กล่าวว่า ตนพร้อมเพื่อนพนักงาน และลูกค้าราว 50 คน หลบในที่ปลอดภัยในชั้น 1 แต่ละคนไม่ทราบความเคลื่อนไหวภายนอก เพราะห้างฯปิดทางเข้าออกทุกด้าน ที่สำคัญบริเวณชั้น 1 ที่ตนหลบภัยอยู่ไม่มีใครเดินเพ่นพ่าน เพราะเกรงจะไม่ปลอดภัย แม้จะมีน้ำไฟสว่างตามปกติ ทุกคนรอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ เนื่องจากไม่กล้าออกจากที่หลบซ่อนเกรงจะไม่ปลอดภัยยอดบาดเจ็บ 37 สาหัส 16 รายเวลา 21.00 น. นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต 9 กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเหตุกราดยิงเทอร์มินอล 21 โคราช ว่าขณะนี้สามารถระดมเลือดไว้ได้มากถึง 1,000 ยูนิตจากโรงพยาบาลในจังหวัดนครราชสีมา และใกล้เคียง เพื่อใช้ในการรักษาผู้บาดเจ็บ ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บเบื้องต้น 37 คน อาการสาหัส 16 คน กระจายรักษาใน รพ.มหาราชนครราชสีมา รพ.เซ็นต์แมรี่ รพ.ค่ายสุรนารี และ รพ.กรุงเทพนครราชสีมาให้แม่ช่วยกล่อมลูกชายมอบตัวพล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จ.ชัยภูมิ ได้มอบหมายให้ ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ นำชุดสืบสวนและชุดปราบปราม ไปเชิญตัวนางจรัลศรี แสงชมภู อายุ 63 ปี มารดาของ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 256/1 ซอยโรงน้ำปลา บ้านหนองสังข์ ต.ในเมือง อ.เมืองชัยภูมิ เพื่อขอข้อมูลและขอความร่วมมือให้ช่วยไปเกลี่ยกล่อมลูกชายให้มอบตัว ด้านนายชาญชัย พัฒนจันทร์ อายุ 42 ปี ลูกพี่ลูกน้องของ จ.ส.อ.จักรพันธ์กล่าวว่า เป็นพี่ชายมือยิง โตมาด้วยกันและยังเจอกันในงานศพญาติปีที่แล้ว ปกติน้องชายมีนิสัยดีมาก สุภาพเรียบร้อย พูดจาดี ไม่มีพฤติกรรมนักเลง ไม่เชื่อว่าจะมาก่อเหตุใช้ปืนกราดยิงจนมีผู้เสียชีวิตมากได้ขนาดนี้ ส่วนข้อมูลประวัติ จ.ส.อ.จักรพันธ์ครอบครัวพื้นเพเป็นชาวชัยภูมิ เป็นนักเรียนโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล รุ่นที่ 106 เป็นนักเรียนนายสิบทหารบก รุ่นที่ 10/49กสทช.สั่งห้ามทีวีทุกช่องไลฟ์สดนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ตามที่มีการนำเสนอรายการข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์กราดยิงที่ จ.นครราชสีมา โดยมีการรายงานสด หรือไลฟ์สด รายงานสถานการณ์ และข้อมูลต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การนำเสนอข่าวสารไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของประชาชนในบริเวณโดยรอบ ตลอดจนไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน สำนักงาน กสทช.จึงขอให้ทุกสถานีให้ความร่วมมือ ดังนี้ 1.ไม่ควรรายงานสด หรือแสดงข้อมูล กระบวนการ และรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์นี้ 2.ไม่ควรนำเสนอข้อมูลในสถานที่ที่จะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนโดยรอบ 3.ไม่นำเสนอภาพที่รุนแรง เช่นภาพผู้เสียชีวิต ภาพการยิงอาวุธ เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้ทีวีทุกช่องให้ความร่วมมือและถือปฏิบัติร่วมกันโฆษก กห.ยันตายแล้วกว่า 20 ศพเวลา 21.50 น. พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณี จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา สังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ก่อเหตุยิงนายทหารและประชาชนผู้บริสุทธิ์ว่า ขณะนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิตมีกว่า 20 คนแล้ว ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดของทางเจ้าหน้าที่อีกครั้งเสียงปืนดัง 3 นัดวิ่งหนีตายชุลมุนเวลา 22.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ว่า ระหว่างที่กำลังตำรวจ-ทหาร วางแผนเข้าช่วยเหลือตัวประกันและผู้ที่ติดค้างอยู่ภายในห้างฯ ปรากฏว่าได้มีเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด ทำให้เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนจำนวนมากที่ปักหลักรายงานข่าวอยู่ในพื้นที่ ต่างต้องก้มหลบกระสุนกันจ้าละหวั่น จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าถูกยิงมาจากชั้น 4 ของห้างฯ จุดที่คนร้ายจับตัวประกันไว้ ขณะเดียวกันมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือผู้ติดค้างบางส่วนที่หลบอยู่บริเวณชั้น 1 ออกมาได้แล้ว“บิ๊กแดง” บินด่วนไปบัญชาการต่อมาเวลา 22.50 น. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. นั่งเครื่องบิน ทบ. เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าห้างเทอร์มินอล 21 โคราช เพื่อบัญชาการคลี่คลายสถานการณ์ด้วยตนเอง ขณะเดียวกันมี รายงานว่าทหารหน่วยรบพิเศษ กองทัพภาคที่ 2 ส่งทีมจู่โจมพร้อมทีมพลแม่นปืนหลายนายเข้าประจำจุดต่างๆรอบห้างฯแล้ววางแผนชิงตัวประกัน-ลุยคนร้ายต่อมาเวลา 23.10 น. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เดินทางมาถึงหน้าห้างเทอร์มินอล 21 โคราช จากนั้นเข้าประชุมวางแผนการทำงานร่วมกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา เตรียมแผนเข้าปฏิบัติการจู่โจมชิงตัว ประกัน และจับกุมคนร้ายในช่วงใกล้รุ่ง เนื่องจากต้องการ รอให้คนร้ายอ่อนเพลีย แต่แผนการใช้กำลังต้องรัดกุม เพราะภายในห้างฯมีจุดหลบซ่อนหลายจุด ยากต่อการบุกจู่โจม เบื้องต้นมีรายงานว่ากำลังตำรวจ-ทหารรวมทั้ง รปภ.ของห้างฯ ได้ช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้แล้วกว่า 100 คน ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ได้เดินทางไปถึง รพ.มหาราชนครราชสีมา เพื่อเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บแล้ว