มีโอกาสไปร่วมในโครงการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์พื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก กับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่บ้านคลองควาย หมู่ 8 ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา ให้รู้สึกตื่นเต้นเพราะมีอุโมงค์ป่าโกงกางใบเล็กยาวกว่า 500 เมตรโกงกางใบเล็ก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rhizophora apiculata อยู่ในวงศ์ Rhizophoraceae เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูงประมาณ 20-30 ม. ลำต้นแตกกิ่งก้านมาก มีเปลือก 1.5-3 ซม. เปลือกสีเทาเกือบเรียบ ด้านในของเปลือกจะเป็นสีแสด อมแดงถึงแดงเลือดหมู มีกระพี้สีเหลืองอ่อน แก่นสีน้ำตาลแดงเนื้อไม้เป็นมันวาว เสี้ยนตรง มีรอยแตกตามแนวตั้งมากกว่าแนวนอน เปลือกไม้โกงกางใบเล็กมีแทนนินมากประมาณ 7–27% ของน้ำหนักเปลือกไม้ ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตัวแบบตรงข้ามกัน แต่ละคู่จะออกสลับทิศทางกัน ขนาดกว้าง 3-8 ซม. ยาว 7-18 ซม. หรือเล็กกว่าโกงกางใบใหญ่ 5-10 ซม. ขอบใบเรียบ ใบหนาเป็นมัน รูปใบมน ค่อนไปทางรูปใบหอก ฐานใบสอบเข้าหากันคล้ายรูปลิ่ม ปลายใบแหลม หรือเป็นติ่งสีดำ ก้านใบยาว 1.5-3 ซม. หูใบสีแดงเข้ม ยาว 4-8 ซม.ดอกออกเป็นช่อ ช่อหนึ่งมี 2 ดอกย่อยอยู่ชิดกันแตกออกจากซอกใบตรงปลายกิ่ง เมื่อแห้งจะแข็ง มีกลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลือง ปลายกลีบแยกเป็นแฉกรูปไข่ ปลายแหลม และยังคงติดอยู่จนเป็นผลที่มีลักษณะเป็นทรงกลมคล้ายไข่ ภายใน 1 ผล จะมี 1 เมล็ด ซึ่งเมล็ดจะงอกแทงทะลุออกมาทางปลายผลเจริญยาวออกเรื่อยๆ มีลักษณะปลายแหลมยาว สีเขียว หรือเรียกโดยทั่วไปว่าฝัก ยาวประมาณ 30-40 ซม. ฝักแก่ในเดือน พ.ค.-ก.ค. จะหลุดออกจากเปลือกผลปักลงดินเลน แล้วจะงอกทันที แต่ถ้าหล่นลงขณะน้ำทะเลขึ้น จะลอยไปตามน้ำได้ประมาณ 2 เดือน เมื่อเกยตื้นที่ไหนจะงอกได้ทันที.