นักวิเคราะห์การเมืองส่วนใหญ่ มีความเห็นตรงกันว่า เหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญของปี 2563 ที่อาจกระทบรุนแรงต่อการเมืองของประเทศ นอกจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี และผลการศึกษาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว การยุบหรือไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่ เป็นอีกสาเหตุหนึ่งด้วยเหตุนี้ กลุ่มอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) จึงจัดเสวนา ในหัวข้อ “พรรคการเมืองกับอนาคตประชาธิปไตยไทย” มีนักวิชาการชื่อดังร่วมเสวนา ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พูดถึงอำนาจในการสั่งยุบพรรค ด้วยเหตุการล้มล้าง ระบอบประชาธิปไตยเรื่องหนึ่งที่ ดร.ปริญญากังวล คือการที่กฎหมายพรรคการเมืองระบุว่า ถ้ามีการกระทำอัน “อาจ” จะเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย ก็อาจทำให้ยุบพรรคได้ เป็นเรื่องที่กำกวมมากเกินไป การตัดสินยุบพรรคไม่ต่างจากการประหาร ชีวิตบุคคลธรรมดา การตีความว่าเงินกู้ของพรรคผิดกฎหมาย เป็นเรื่องที่ไปไกลเกินไปดร.ปริญญาชี้ว่าหลักของกฎหมาย มหาชน ชัดเจนว่าถ้าเป็นองค์กรของรัฐ สิ่งใดที่กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้ จะทำไม่ได้ แต่ระหว่างประชาชนด้วยกันต้องใช้กฎหมายแพ่ง มีหลักชัดเจนว่าถ้าสิ่งใดที่กฎหมายไม่ได้ห้าม ย่อมทำได้ พรรคการเมืองเป็นนิติบุคคล เป็นการรวมตัวของพลเมือง เมื่อกฎหมายไม่ได้ห้ามกู้เงิน จึงกู้ได้ส่วน รศ.ดร.โคทม อารียา อาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเคยเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่สังคมยอมรับในความเป็นอิสระ และความตรงไปตรงมา ถามว่าทำไมจึงไม่เปิดพื้นที่ให้พรรคมีนโยบายที่ดีรับฟังได้ให้เขาทำการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ถ้ามีพรรคแบบนี้ประชาธิปไตยจะเข้มแข็ง อย่าพิฆาตเขาเลยพรรคการเมืองเป็นอีกเสาหลักหนึ่ง ของระบอบประชาธิปไตย ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยพัฒนาและเข้มแข็ง ต้องมีพรรคการเมืองเป็นเสาหลักสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อเมริกา หรือเอเชีย ส่วนใหญ่ไม่มีกฎหมายให้ยุบพรรค เพราะถือเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน จึงให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินด้วยการเลือกตั้งในประเทศประชาธิปไตยโดยทั่วไป พรรคการเมืองจะอยู่หรือจะยุบประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน แต่ถ้าพรรคใดมีเจตนาร้ายต่อประเทศชาติ กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พรรคการเมืองนั้นๆสมควรถูกยุบ แต่ต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าล้มล้างประชาธิปไตยจริงๆ.