ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกเรียกให้เก๋ไก๋ “อีอีซี” พื้นที่จังหวัดชลบุรี...ระยอง และฉะเชิงเทรา มีสนามบินนานาชาติอู่ตะเภารองรับ กับกำลังพัฒนาปัจจัยพื้นฐานมากมายเมื่อเป็นเช่นนี้...“คุณชาย 1” ฟันธงความเจริญ จะต้องตามมาที่นี่แน่นอน ไม่เว้นกระทั่งธุรกิจร้านอาหารขนาดเล็กใหญ่ให้น่าจับตามอง จึงเป็นแรงบันดาลใจให้คุณชายขยันเดินทางไปที่นั่นเพื่อดูความเคลื่อนไหว ท่ามกลางกระแสเปลี่ยนแปลงที่มีขึ้นตลอดเวลา นับแต่วันประกาศระเบียงเวทีนี้ขึ้นมาตะลอนชิมเที่ยวนี้...ได้ไปสัมผัสร้านอาหารริมทางที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อเดือนสองเดือนชื่อ “The Peacock นกยูง” ตั้งอยู่ริม ถ.สุขุมวิท เลยแยกเจ 20 เมตร ทางซ้ายมือ ตรง กม.169 จำง่ายๆใกล้ตลาดเซนสิริ ต.สัตหีบ ผ่านสวนนงนุชพัทยาและแยกบางเสร่ ราว 4-5 กิโลเมตร ยำ 3 ไข่ , หมูกรอบจิ้มแจ่ว ,ข้าวผัดสับปะรด.เป็นร้านที่ตั้งอยู่ในรัศมีชุมชนประมงบางเสร่ ที่ ททท.พัทยา ขับเคลื่อนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทวิถีชุมชนคู่เมืองพัทยา รับปีชวดหนูเหมือนชุมชนตะเคียนเตี้ยและซากแง้วร้านนี้ชื่อเฉียดๆอาหารจีนยูนนาน เมืองสิบสองปันนาที่มีนกยูงเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องขาหมูหมั่นโถว ไก่ดำต้มยาจีน แต่คุณชายทราบมาว่า...อันนี้เป็นชื่อเดิมครั้งบริหารโดยคนต่างชาติ เมื่อนักลงทุนไทยแตะมือรับมาทำต่อ จึงสงวนชื่อไว้เพื่อไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขเอกสารเพียงแต่ปรับเปลี่ยนชนิดอาหารเป็นไทยพื้นบ้านภาคตะวันออก...ตรงนี้สิ!...ที่น่าสนใจอยากชี้ชวนให้ดูบรรยากาศการตกแต่งร้าน ช่างเรียบง่ายมีพันธุ์ไม้ใบสีเขียวสดใสประดับเหมือนสวนรุกขชาติ นาทีแรกที่พบ นิราช ทิพย์ศรี หนึ่งในผู้บริหารร้าน ได้รับคำแนะนำให้ลองชิม “ปูไข่ดอง” อาหารตำนานซีฟู้ดยุคโก๋สวนลุมฯ โดยที่นี่คัดเอาปูไข่เมืองจันท์ขนาดเล็กเนื้อไม่เหนียวเกินไปมาใช้เป็นวัตถุดิบดองน้ำปลาให้ปูอุ้มน้ำ 6 ชั่วโมง...จากนั้นถึงเอามาทำความสะอาด ก่อนผ่าเป็นชิ้นๆ ปูไข่ดอง.แช่น้ำปลาเคี่ยวใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทรายผสมจนละลาย ทิ้งไว้ให้เย็นสักพักแล้วเก็บเข้าช่องแช่แข็งตู้เย็น เวลากินเอามาแต่งหน้าด้วยกระเทียมไล่ความคาว ราดน้ำจิ้มซีฟู้ดโรยสะระแหน่ พริกขี้หนูสดให้ดูน่ากินจานนี้...เด็ดสาระตี่อร่อยกระทุ้งลิ้นจากไข่กับเนื้อปูที่ผ่านการแช่แข็ง เหมาะชิมเป็นออเดิร์ฟถัดมาเป็น “ปลาเก๋าทอด 5 รส” อ่านให้ดีนะว่า 5 รส ไม่ใช่ 3 รสอย่างที่เห็นๆกันเคล็ดลับเมนูนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการคัดเอาปลาเก๋าที่ชาวประมงลงเบ็ดตกจากทะเลลึก เนื้อปลาจึงแน่นเด้งและนุ่ม เพราะปลาพวกนี้ต้องหาอาหารกินเองตามธรรมชาติ ทำให้แข็งแรงและได้สารอาหาร ต่างกับปลาเก๋าเลี้ยงในกระชังซึ่งถูกขุนเลี้ยงด้วยอาหารวิทยาศาสตร์ ปลาเก๋า 5 รส.นิราชยืนยันว่า ปลาเก๋าที่นี่ทุกตัวใช้เกณฑ์น้ำหนัก 9 ขีดถึง 1 กก. วิธีทำเริ่มจากเอาปลามาทอดด้วยไฟอ่อนๆประมาณ 15–20 นาที ให้หอมเนื้อกรอบนอกนุ่มใน...จากนั้นปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศ ซอสพริก ปนน้ำจิ้มไก่ เพิ่มผลไม้จำพวกแอปเปิ้ล สับปะรด องุ่น พริก 3 สีหั่นเป็นชิ้นๆ ใส่ตามลงไปพร้อมเม็ดมะม่วงหิมพานต์“คุณชาย 1” ชิมแล้ว...ขอบอกรสชาติสมคำกล่าวอ้าง ตรงเนื้อปลากรอบหวานนุ่มจริงๆ ส่วนความเปรี้ยวได้จากสับปะรดกับองุ่น เค็มเล็กน้อยจากซอสที่ราดผสม จะกินเป็นสตาร์ตเตอร์เรียกน้ำย่อย หรือกินกับข้าวสวยร้อนๆมีแต่จะช่วยเจริญอาหารดีนักแล...เมนูมื้อนี้ยังมียำสามไข่ให้น่าฉงน พอเห็นจานอาหารขึ้นโต๊ะปรากฏเป็นไข่จากสัตว์ทะเล 3 ชนิดรวมกัน ได้แก่ ไข่ปลาเรียวเซียว ที่เรียกอีเซียว ริวกิว หรือลู่ทู ที่คนตะวันออกนิยมใช้ทำแกงส้มไข่ปลากินกับข้าวสวย จานเดียวกันนี้นอกจากมีไข่ปลาเรียวเซียวแล้ว ยังมีไข่แมงดาทะเลกับไข่ปูม้าคลุกเครื่อง ปรุงน้ำมะนาว น้ำตาล น้ำปลา ซอยมะม่วงดิบ หอมแดงปนลงไป ทำให้ได้รสมันจากไข่ปลาและไข่แมงดาทะเล ส่วนไข่ปูม้าเสริมความกลมกล่อมกับเครื่องยำช่วยเพิ่มรสชาติให้เข้มข้นขึ้นอีกจานที่คุณชายเต็มใจกด “Like” ให้แบบรัวๆ คือ “หมูกรอบจิ้มแจ่ว” ลูกผสมจีน-ไทยอีสาน ตามสูตรใช้เนื้อหมูต้มให้สุกก่อน แล้วหมักเกลือกับน้ำส้มสายชู 15 นาที ผึ่งแดด 20 นาที ถึงนำมาทอดไฟปานกลางให้กรอบ เวลากินจิ้มแจ่วใส่ข้าวคั่วให้มีกลิ่นหอมกับกลิ่นควันไฟที่ติดมากับหนังหมู แกงป่าเนื้อ.และอีก...เมนูที่ไม่ควรพลาดก็น่าจะเป็นปลาอินทรีทอดน้ำปลา เรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ ภูมิภาคนี้ กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดใส่มะม่วง หอมแดง แครอท ผักกุยช่าย อุ๊ยยยย...ซี้ดดดดดเมนูอีกอย่างที่ส่วนตัวชื่นชอบเป็นพิเศษก็คือ แกงป่าเนื้อเข้มข้นด้วยเครื่องแกง และกะปิตำจากระยอง จุดเด่นคงต้องยกให้คุณภาพเนื้อที่หอมเครื่องแกงสมุนไพร ได้น้ำแกงแบบขลุกขลิกเผ็ดนำ บวกกับผักที่ผสมมีทั้งถั่วฝักยาว ถั่วพู มะเขือพวง มะเขือเปราะ ใบมะกรูด ขาดแต่หัวกระวาน แกงป่าถ้วยนี้แนะนำให้กินกับ “ลูกหย่อง” เมืองจันท์ หรือกับสะตอ ลูกเนียงสด ยิ่งถ้าได้กินกับขนมจีน เรียกว่าครบสูตรเลยทีเดียว จำชื่อนี้ไว้ “The Peacock นกยูง”.แล้วก็มาถึงเมนูปิดท้ายความอร่อยจานสุดท้ายแล้วในวันนี้ก็คือ “ข้าวผัดสับปะรด” ที่นำข้าวมาผัดกับเนยและผงกะหรี่ได้กลิ่นชวนกิน ใช้ไก่ กุ้ง กับปลาหมึกผัดรวมกัน โดยมีสับปะรด เห็ดหอม เม็ดมะม่วง หิมพานต์ แต่งหน้าด้วยหมูหย็องให้ดูหลากหลาย อีกทั้งเพิ่มรสชาติเมนูที่แนะนำทั้งหมดเป็นอาหารพื้นบ้านตะวันออกขนานแท้ ที่คนถิ่นนี้ทำกินกันมานานด้วยทรัพยากรอันสมบูรณ์จากท้องทะเล จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนบรรดาครัวเรือนมาตราบทุกวันนี้นั่นเอง“เราต้องการอนุรักษ์อาหารทะเลประจำน่านน้ำ กับพืชผักสมุนไพรปลอดสารพิษไว้ให้คนมาเที่ยวชิมอย่างถูกหลักโภชนาการตามตำรับโบราณดั้งเดิม” ลูกค้ารายใดสนใจสามารถรับบริการได้ตั้งแต่ 11.00-24.00 น.ตามเวลาเมืองท่องเที่ยว พัทยา หรือโทร.ติดต่อได้ที่ 06-4781-0863... จำชื่อนี้ไว้ “The Peacock นกยูง” รับรองไม่มีคำว่าผิดหวัง.คุณชาย 1