คดียิงรถ ‘บิ๊กโจ๊ก’ เจ้าตัวจวกแหลก! คลิปคุย 2 นายพลสะพัดคลิปเสียงว่อนโซเชียล ผบ.แป๊ะคุยรองวิระชัยไม่ต้องลงไปแถลงรายวันคดียิงรถ บิ๊กโจ๊ก ส่วน “วิระชัย” ไม่รู้มีคลิปเสียงหลุด อ้อมแอ้มอาจถูกดักฟัง รองโฆษก ตร.ยันบิ๊กตำรวจทั้งคู่คุยกันจริง แต่เป็นการกำชับการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ซัดคนปล่อยคลิปมีเจตนาแอบแฝง บิ๊กโจ๊กได้ทีขย่ม ฟังคลิปยิ่งหดหู่ เพราะคดีพาดพิงผู้ใหญ่ในองค์กร แต่สั่งแบบนี้ยิ่งเห็นชัดถึงเจตนา พร้อมเข้าให้ปากคำ ป.ป.ช. ในฐานะพยานคดีไบโอแมทริกซ์ เช้าวันที่ 10 ม.ค. ย้ำไม่ใช่ระบบไม่ดี แต่ทำงานไม่คุ้มเงินภาษี 2 พันล้านบาท ขณะที่ “บิ๊กอู๊ด” ผบช.สตม. นำทีม ตั้งโต๊ะแถลง ยันไบโอแมทริกซ์เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูง ผบ.ตร.อนุมัติโครงการเพื่อให้ทัดเทียมนานาชาติ โวยอย่านำมาปนกับความขัดแย้งส่วนตัว “เสรีพิศุทธ์” ชี้จัดฉากยิงรถหวังปลด ผบ.ตร.จากเหตุสะเทือนยุทธจักรสีกากี หลังมีคนร้าย 2 คน ขี่รถ จยย.ฮอนด้า คลิก สีดำ ไม่ติดป้ายทะเบียน รัวยิงประตูรถด้านซ้ายรถยนต์เลกซัส อาร์เอ็กซ์ 270 สีขาวของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก ที่ปรึกษาพิเศษนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ที่จอดอยู่ตรงข้ามร้านสาริกา มาสสาจ ซอยสาริกา ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก แล้วขี่รถหลบหนีเมื่อค่ำวันที่ 6 ม.ค. ขณะเกิดเหตุ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เพิ่งเข้าไปนอนนวดในร้านสาริกา มาสสาจได้ไม่นาน ต่อมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน สน.บางรัก และมอบเอกสารโครงการไบโอแมทริกซ์ที่เชื่อว่าเป็นชนวนยิงรถเพราะใกล้ถึงเวลาที่ ป.ป.ช.จะนัดเรียกสอบพยานที่เกี่ยวข้องกับโครงการฉาว ยันไม่ได้สร้างสถานการณ์พร้อมโยงคดีนักข่าวถูกยิงในลักษณะเดียวกันเมื่อ 2 ปีที่แล้วยังจับคนร้ายไม่ได้ ระบุมีข้อมูลบุคคลต้องสงสัยแต่ไม่บอกว่าเป็นใคร ตามที่เสนอข่าวไปนั้นคลิปเสียง “บิ๊กแป๊ะ-วิระชัย” ว่อนความคืบหน้าในการคลี่คลายคดียิงรถอดีตนายพลคนดัง มีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ม.ค.ในโลกโซเชียลมีการแชร์คลิปลับบทสนทนาระหว่างชาย 2 คน เสียงคล้าย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รรท.ผบ.ตร.ความยาวประมาณ 3 นาที บทสนทนาเป็นในลักษณะของการเตือนให้ดำเนินการในคดียิงรถยนต์ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ผู้บังคับบัญชาไว้ใจ อย่าให้เกิดความระแวงสงสัย เพราะมีรอง ผบ.ตร.หลายคนรู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องนี้ คดีนี้ บช.น.ดำเนินการอยู่แล้ว ทางเราสั่งการไปแล้วก็พอแล้ว ให้ บช.น.รายงานขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าวรายวัน อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับคดี ไม่ใช่พลโทมาสั่งการให้พลเอกทำโน่นทำนี่ อย่างไรก็ตาม จากคลิปดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากในกลุ่มสื่อมวลชนว่าใครเป็นผู้นำคลิปมาเผยแพร่ และมีจุดประสงค์อะไรในการเผยแพร่คลิปสนทนานี้รรท.ผบ.ตร.ร่วมตรวจรถบิ๊กโจ๊กต่อมาเวลา 11.15 น. ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รรท.ผบ.ตร.เปิดเผยหลังมาร่วมการตรวจสอบรถยนต์ยี่ห้อเลกซัส สีขาว ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เพื่อหาหัวกระสุนปืนและเก็บเป็นหลักฐานในคดีว่า พบหัวกระสุนปืนอีก 6 หัว ขนาด 0.38 มม. หรือขนาด 9 มม. จะนำไปขยายผลเพิ่มเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลเพื่อหาตัวคนร้าย ยืนยันว่าระหว่างที่ทำหน้าที่รักษาราชการแทน ผบ.ตร. จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด คดีมีความคืบหน้าไปมากเกี่ยวกับเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย ส่วนกรณีที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ระบุว่า การยิงรถในครั้งนี้คล้ายกับการยิงรถนักข่าวเมื่อหลายปีก่อนนั้น แนวทางการสืบสวนจะดำเนินต่อไปตามพยานหลักฐานที่พบเพื่อหาข้อเท็จจริงว่าการก่อเหตุดังกล่าวเป็นการสร้างสถานการณ์ หรือการข่มขู่เพื่อหวังผลบางอย่างหรือไม่ อ้อมแอ้มสงสัยถูกดักฟังรรท.ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีคลิปเสียงสนทนาที่คล้ายเสียง พล.ต.อ.จักรทิพย์พูดคุยกับตน ในลักษณะสั่งเบรกไม่ให้ลงมาทำคดีของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์มากเกินไป เรื่องนี้ยังไม่ทราบต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ก่อนหน้านี้ได้รายงานทางโทรศัพท์กับ ผบ.ตร.เป็นการสนทนาถึงการกำชับเกี่ยวกับการทำงาน เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่การสนทนาดังกล่าวจะถูกดังฟัง พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า อาจเป็นไปได้ เพราะปัจจุบันโทรศัพท์สามารถถูกดักฟังได้ โดยเฉพาะหมายเลขโทรศัพท์ของคนที่มีความสำคัญ ปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายรองโฆษก ตร.อยากรู้ใครปล่อยต่อมา พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ขณะที่มีการสนทนากันตาม คลิปเสียงที่สื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอนั้น ได้นั่งอยู่ด้วยเป็นบทสนทนาระหว่าง ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.วิระชัย จริง เป็นการกำชับการปฏิบัติ หน้าที่ของผู้บังคับบัญชาระดับ ตร.ตามปกติ ในการทำงานให้เป็นพี่เลี้ยง กำกับ ดูแล ให้การสนับสนุน ปล่อยให้หน่วยที่รับผิดชอบได้ดำเนินการตามหน้างานตามปกติไป คดีนี้ บช.น.ได้สืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนตามปกติ และได้รายงานให้ ผบ.ตร.ทราบเป็นระยะ ส่วนเรื่องการอัดคลิปเสียงและปล่อยเสียงสนทนาลงในโลกโซเชียลมีเดีย ไม่ทราบว่าใครอัด อยากรู้เหมือนกันว่าใครทำ เพราะโดยมารยาท แล้ว การสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างบุคคลนั้น ไม่ควรอัดบทสนทนาเอาไว้ ยกเว้นคู่สนทนาจะมีเจตนารมณ์แอบแฝงในทางที่ไม่ดีกับอีกฝ่ายหนึ่ง บิ๊กอู๊ด โต้โจ๊ก ปมไบโอฯอีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 12.00 น. ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. เปิดเผยถึงกรณีที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวหาว่าระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลไบโอแมทริกซ์ที่นำมาติดตั้งนั้นไม่สามารถใช้งานจับคนร้ายได้จริงว่า การคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าออกประเทศนั้นแต่ละประเทศมีเครื่องไม้เครื่องมือ ไม่ทราบว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เอาข้อมูลมาจากไหนว่าไม่สามารถใช้งานได้จริง ทั้งที่เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูง ถือเป็นระบบมาตรฐานสากลที่สนามบินนานาชาติขนาดใหญ่นิยมใช้กัน จากข้อมูลที่ทราบเป็นที่ทั่วโลกนิยมใช้ และดีที่สุด วันนี้จะชี้แจงทุกประเด็นคลายข้อสงสัย และเรียกคณะกรรมการตรวจรับ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ปฏิบัติงานจริงมาชี้แจงให้สื่อมวลชนทราบด้วย ไม่ใช่มาพูดในเรื่องที่ไม่มีข้อเท็จจริงหรือมีนิดเดียวแล้วไปขยายความ การนำระบบนี้มาใช้มีความคุ้มค่า สร้างความเชื่อมั่นได้ว่าประเทศไทยมีระบบคัดกรองที่มีมาตรฐานปลอดภัย มองว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ไม่ควรนำเรื่องไบโอเเมทริกซ์ไปเชื่อมโยงกับความขัดแย้งส่วนตัว ไม่ควรใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือให้ตัวเองเกิดความชอบธรรมรองสุรพงษ์พร้อมแจง ป.ป.ช.ขณะที่ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม. ในฐานะรองประธานกรรมการตรวจรับโครงการไบโอแมทริกซ์ กล่าวว่า ช่วงที่ได้รับมอบหมายให้มาเป็นรองประธานกรรมการตรวจรับโครงการ ไม่ได้มีตำแหน่งใน สตม. เป็นคนกลางที่เข้ามา ยืนยันด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี ไม่เคยทำอะไรนอกลู่นอกรอย ทำตามขั้นตอนกฎหมายทุกอย่าง ส่วนตัวมองว่าเหตุการณ์ยิงรถแล้วมาบอกว่าปมมาจากไบโอแมทริกซ์ ไม่น่าจะเกี่ยวกันเลย เตรียมพร้อมจะไปชี้แจง ป.ป.ช.อยู่แล้ว เพราะทำงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้มีเอกสารพร้อม อยากให้ความเป็นธรรม หากมองว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์เป็นผู้อนุมัติโครงการนี้ ท่านอาจเป็นคู่กรณีที่อาจจะถูกเพ่งเล็งกลัวว่า ป.ป.ช.จะสอบโครงการนี้จนต้องมาสร้างสถานการณ์นี้ ผมว่าไม่เป็นธรรมกับท่าน อันนี้พูดในฐานะคนกลาง ยืนยันว่าโครงการนี้ตรวจมากับมือ ดูทุกชิ้นทุกที่ยืนยันว่าระบบนี้ใช้งานได้จริงบิ๊ก สพร. ร่วมยัน ไบโอฯเจ๋งจริงส่วน ดร.อาศิส อัญญะโพธิ์ ผอ.ฝ่ายพัฒนาดิจิทัลโซลูชันส์ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) กล่าวยืนยันว่า เป็นระบบที่มีมาตรฐานสากลและใช้งานได้จริง แต่อาจจะมีความล่าช้าในการเชื่อมโยงระบบไปบ้าง ต้องใช้เวลาสักระยะ เมื่อทุกอย่างเข้าระบบจะสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถตรวจสอบชิปที่ฝังอยู่ในหนังสือเดินทางได้ บันทึกลายพิมพ์นิ้วมือได้ 10 นิ้ว รวมถึงตรวจสอบใบหน้าผู้ถือหนังสือเดินทางว่าตรงกับชิปข้อมูลรูปภาพเก่าหรือไม่ ที่สำคัญระบบนี้ยังลึกซึ้งถึงขั้นคนที่ทำศัลยกรรมก็สามารถตรวจสอบได้ด้วยผู้ปฏิบัติระบุมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 ในฐานะผู้ปฏิบัติงานควบคุมดูแลท่าอากาศยานนานาชาติในประเทศไทย กล่าวว่า เดิมตรวจสอบคนเข้าเมืองด้วยตาเปล่ากับภาพถ่าย อาศัยทักษะเจ้าหน้าที่ แต่ระบบไบโอเเมทริกซ์ ช่วยทำให้การตรวจสอบบุคคลมีความแม่นยำ เพราะมีฐานข้อมูลบุคคลต้องสงสัยหรือบุคคลต้องห้าม สามารถคัดกรองบุคคลเข้าออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.62 ถึง 7 ม.ค.63 เก็บข้อมูลผู้เดินทางเข้าออกได้ 48,862,051 คน ขึ้นบัญชีเฝ้าระวังแบล็กลิสต์ 4,353 คน อยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่ากฎหมายกำหนด 126,989 คน จับกุมด้วยระบบไบโอฯ 3,166 คน คิดเป็นเงินค่าปรับ 242,808,800 บาทโจ๊กบ่นฟังคลิปแล้วสะท้อนใจส่วนความเคลื่อนไหวของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต ผบช.สตม. เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ สน.บางรัก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวถึงกรณีคลิปเสียงหลังเข้ามาเซ็นเอกสารรับรถยนต์ที่ถูกลอบยิงและนำไปตรวจสอบที่กองพิสูจน์หลักฐานว่า ได้ฟังคลิปเสียงเมื่อเช้าเป็นเรื่องที่สะท้อนใจในฐานะที่ผมเป็นตำรวจเก่า วันนี้การสนทนาระหว่างคนสองคน ถึงแม้คดีนี้จะเป็นคดียิงรถผม ความเสียหายไม่ได้เยอะ แต่เป็นคดีที่สื่อมวลชนสนใจแล้วไปพาดพิงถึงผู้ใหญ่ขององค์กร เพราะฉะนั้นการที่โทรศัพท์มาสั่งการไม่ให้ผู้ที่ทำหน้าที่รักษาการ ผบ.ตร. ซึ่งเขาทำหน้าที่อยู่ให้หยุด ไม่ไปแถลงข่าว ไม่ต้องลงไปยุ่ง มาทำแบบนี้ไม่ได้ ยิ่งเห็นชัดเจนถึงเจตนา หดหู่บิ๊กแป๊ะ อวยวิระชัยผมในฐานะเป็นตำรวจเก่า ต้องบอกตรงๆว่ารู้สึกหดหู่จากการกระทำ พฤติกรรมแบบนี้ของผู้นำองค์กร ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องเมื่อ 2 ปีก่อน ที่มีการยิงรถนักข่าว การใช้อำนาจแบบไม่เป็นธรรม เป็นผู้รักษากฎหมายต้องทำตัวเป็นเยี่ยงอย่าง อย่าลืมว่ารอง ผบ.ตร.อีกท่านหนึ่งเขารักษาการ แล้วเขาทำตามหน้าที่ ในวันเกิดเหตุเท่าที่ผมทราบ รอง ผบ.ตร.ท่านนี้ ท่านลงไปไล่กล้องต่างๆเอง ต้องเข้าใจว่าวันดังกล่าว ผบช.น.ไม่ได้ลงมาด้วยตนเอง มีแต่ผู้บังคับการผู้กำกับ รอง ผบ.ตร. ที่ลงมากำกับดูแลเพราะเป็นเรื่องที่สื่อและประชาชนสนใจรู้ว่าถูกพาดพิงต้องรีบสั่งเร่งรัดพล.ต.ท.สุรเชษฐ์เผยต่อว่า การที่รอง ผบ.ตร.ลงมากำกับดูแล เพื่อให้องค์กรเป็นที่น่าเชื่อถือ ศรัทธา เหตุอย่างนี้แม้จะไม่ได้เกิดกับผม เกิดกับใครก็ได้ ผู้รักษากฎหมายจะต้องทำคดีนี้อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะวันนี้ไปพาดพิงถึงผู้หลักผู้ใหญ่ขององค์กร เมื่อเรารู้ตัวว่าเราถูกพาดพิงเราต้องยิ่งรีบสั่งให้รีบเร่งรัดติดตามจับคนร้ายให้ได้ ลงไปเข้มงวดกวดขันท้องที่ เพื่อจะเคลียร์เรื่องจริงให้ปรากฏ เพื่อจะเคลียร์ตัวเองให้ได้ ไม่ใช่ไปสั่งแบบนี้ เท่าที่ฟัง ไม่ต้องไปแถลงข่าวให้กองบัญชาการเขาทำไป และพูดถึงเรื่องมีการเตี๊ยมกัน มันได้ที่ไหน ถูกไหมครับซัดแหลก ภาวะผู้นำองค์กรอดีต ผบช.สตม. เผยอีกว่า มันเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด มีมูลเหตุทั้งหมด ไม่มีอะไรที่ผมต้องไปเตี๊ยม และยังมีคำพูดอีกว่าตนไปหลอกพลเอกอีก 5 คน สื่อมวลชนเชื่อหรือว่าตนจะไปหลอกใช้เขาได้ ไม่ต้องถามตน ไปถามเจ้าตัวว่าเขาถูกหลอกใช้หรือไม่ คำพูดอย่างนี้ผู้นำองค์กรไม่ควรจะพูด วันนี้เหตุเกิดก็ต้องทำความจริงให้ปรากฏแค่นั้นเอง คำว่าผู้นำองค์กร ต้องบอกว่ามันบ่งบอกถึงเรื่องคุณธรรม จริยธรรม แล้ววันนี้ผู้นำองค์กรเป็นอย่างนี้ แล้วองค์กรจะอยู่ได้อย่างไร ถ้าผมเป็นผู้นำองค์กร ผมไม่ได้เอ่ยถึงท่าน ตนเรียนว่าถ้าตนเป็นผู้นำเองถ้าชาวบ้านรู้แบบนี้ตนต้องลาออกแล้ว อย่างอื่นก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ เพราะผมก็ให้ข้อมูลไปหมดแล้วโดนมาเยอะแล้ว มันต้องพอสักทีถามถึงความสัมพันธ์กับ รรท.ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เผยว่า ในฐานะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาถามว่าเคารพไหม ก็เคารพอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้ก็ต้องว่าไปอีกส่วนหนึ่ง วันนี้ไม่อะไรอย่างอื่น ตนเงียบไปเป็นปีแล้วยิ่งไปบอกว่าตนสร้างสถานการณ์ ยิ่งต้องทำความจริงให้ปรากฏ ใครไม่เป็นตนบ้างก็คงไม่มีวันรู้ ไม่ต้องไปคลางแคลงใจอย่างอื่น ถ้าผมอยากดัง แค่เดินไปหานักข่าวก็ดังแล้ว ที่ผ่านมาเกือบปีหนึ่ง เก็บเนื้อเก็บตัวมาตลอด ถามว่าวันนี้ที่ต้องออกมาขนาดนี้ เพราะว่าไม่ไหวแล้ว มันโดนมานานแล้ว โดนมาเยอะแล้ว มันต้องพอสักที เหมือนนักข่าวเมื่อ 2 ปีก่อน เขาพูดไม่ได้ วันนี้จึงต้องออกมาในคลิปชัดเจน สั่งเพื่ออะไรในคลิปคงจะเห็นชัดเจนให้ไปดูแล้วกันหมายความว่าอะไร สั่งแบบนี้สั่งเพื่ออะไร สั่งเพื่อส่วนรวมหรือไม่ หรือสั่งให้ตัวเอง อย่างนี้คนทำงานเขาจะเสียกำลังใจไหม เขาทำงานอยู่ เขาเร่งรัดพยานหลักฐาน อย่าเพิ่งไปพูดเรื่องอื่นก่อน ต้องเอาคนยิงมาให้ได้ก่อนความจริงจะปรากฏ ผู้นำองค์กรต้องพูดแบบนี้ ตอนนี้หมดศรัทธา เรื่องคนร้ายไม่ต้องไปพูดถึง ไม่เคยคิดเลยว่าจะจับได้ ไม่ได้ เพราะไม่ได้สนใจ เมื่อรับรถเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะกลับบ้านแล้ว ก็พอแล้ว และไม่ได้ติดตามคดีชี้ไบโอฯ ดี แต่ไม่คุ้มเงิน 2 พันล้านเมื่อถามถึงการให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เผยว่า จะไปวันที่ 10 ม.ค. เวลา 09.30 น. ป.ป.ช.เรียกไปหลายคน ในวันนี้ได้เรียกทนายษิทรา พรุ่งนี้ก็เรียกอีก วันที่ 29 ม.ค. ก็เรียกอีก วันนี้ต้องเอาความจริงมาสู้กัน จะไปบอกว่าไบโอแมทริกซ์จับกุมคนร้ายได้ มันก็ถูก จะชี้ให้ฟังว่าไบโอแมทริกซ์เป็นโครงการดี แต่เมื่อเครื่องไม่ดีก็ต้องทำบันทึกยกเลิกสัญญา ไม่ใช่จะไปเลิกโครงการ ตนต้องให้ไปเอาบริษัทที่ดีๆ มา เพราะเราเป็นคนใช้ ทุกวันนี้ไปถามตำรวจได้ ไบโอแมทริกซ์ สมมติว่าทำได้ 30 กว่าอย่าง แต่วันนี้ทำงานได้แค่ 7 อย่าง โอเคที่จับคนร้ายได้ แต่คุณสมบัติอีก 20 กว่าอย่างทำงานไม่ได้ มูลค่า 2 พันกว่าล้าน ทำงานได้แค่ 7 อย่าง อีก 20 กว่าอย่างมันทำงานไม่ได้ แล้วเงินภาษีประชาชนไปอยู่ตรงไหน ความคุ้มค่ามันอยู่ตรงไหน สิ่งที่ตนพูดไม่ได้บิดเบือน ตนทนมานานแล้ว วันนี้ไม่ได้มีอำนาจอะไรเยอะแยะ ที่ออกมาพูดไม่ได้ต้องการอะไร เมื่อตนเป็นผู้ถูกกระทำ ยิ่งไปบอกว่าตนสร้างสถานการณ์ ตนต้องพูดประเด็นให้เห็นว่าประเด็นอยู่ตรงไหนทนายตั้มให้ปากคำ ป.ป.ช.อีกด้านหนึ่ง ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อประชาชนและสังคม เผยภายหลังเข้าให้ปากคำคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.กรณียื่นเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องไบโอแมทริกซ์ว่า ได้เข้าให้ถ้อยคำตามที่ได้ยื่นร้องเรียน และยื่นรายชื่อพยานเพิ่มเติม หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะทยอยเรียกสอบปากคำพยานเริ่มจากเช้าวันที่ 10 ม.ค. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล จะเข้าให้ปากคำเป็นพยานปากแรก จะมาพร้อมอดีตรอง ผบช.สตม.คนที่ไม่ยอมเซ็นรับมอบโครงการจนถูกย้าย ส่วนพยานคนอื่นๆ จะทยอยเรียกมาให้ข้อมูลจนครบทั้ง 13 คน ทราบว่าที่ผ่านมา ป.ป.ช.เรียกเอกสารจากสำนักงานส่งกำลังบำรุงและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องไปมากพอสมควรแล้ว สัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่สุ่มตรวจการใช้งานเครื่องไบโอแมทริกซ์ หากไต่สวนพบว่ามีมูล เชื่อว่า ป.ป.ช.จะเรียกผู้ถูกร้องทั้ง 4 คน รวมถึง ผบ.ตร.มาชี้แจงเสรีพิศุทธ์ฟันธง ยิงจัดฉากปลด ผบ.ตร.ส่วนที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณีมือปืนยิงถล่มรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ว่า ในฐานะที่เป็นอดีตนายตำรวจและเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เชื่อว่า เรื่องนี้เป็นการจัดฉากของผู้ที่ถูกยิงใส่รถ สาเหตุเพราะการที่มือปืนจะลงมือสังหารใคร ต้องติดตามเหยื่อมาอย่างใกล้ชิด เมื่อสบโอกาสจึงลงมือลั่นไกสังหารเหยื่อ แต่เรื่องนี้เอามือปืนมาจัดฉากยิงใส่รถที่จอดอยู่เฉยๆ ไม่มีเป้าหมายอยู่ในรถ เชื่อว่าเป็นการจัดฉากหวังขยายผลเพื่อโจมตีคู่กรณีฝั่งตรงข้ามมากกว่าเพื่อให้มีข้ออ้างจัดการปลด พล.ต.อ. จักรทิพย์ออกจากตำแหน่งก่อนที่จะเกษียณอายุราชการอีก 8 เดือนเหมือนที่ตนเคยถูกเล่นงานมาแล้วเช่นกัน