ปัจจุบันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่ารูปแบบการท่องเที่ยวและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เจ้าของพื้นที่ของแหล่งท่องเที่ยวก็พยายามเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆในชุมชน เพื่อให้พวกเขากลับไปบอกเล่าแก่ครอบครัว เพื่อนฝูง ที่จะส่งผลให้นักท่องเที่ยวอื่นๆ ลองมาเยี่ยมเยือนสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น หรือรักษากลุ่มนักท่องเที่ยวเดิมให้กลับมาอีกครั้งหนึ่งในการพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยวที่เป็นกระแสนิยมแทบจะทั่วโลก และเห็นได้ชัดก็คือการนำศิลปะเข้ามาเป็นตัวช่วยสร้างช่วงเวลาอันประทับใจ และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่ต้องไปดูไกลที่ไหน ในแถบประเทศอาเซียนจะเห็นว่าเพื่อนบ้านของเราตื่นตัวกับการสร้างงานศิลปะที่ผสมผสานกลมกลืนกับเมืองแบบน่าตื่นตาตื่นใจ อย่างในสิงคโปร์ หากเดินไปตามถนนหรือตรอกซอกซอยก็จะพบงานศิลปะบนผนังบนกำแพง “กราฟฟิตี้” (Graffiti) หรือเรียกว่า “ศิลปะแนวสตรีทอาร์ต” ที่นักท่องเที่ยวเดินผ่านพบเจอตรงไหนก็จะถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย บอกเล่าเพื่อนฝูงในโลกออนไลน์ถึงจุดขายใหม่ๆ ของเมืองที่พวกเขาไปเยือน หรือแม้แต่ในยุโรปซากส่วนของกำแพงเบอร์ลินก็มีคนไปวาดลวดลายสีสันฉูดฉาดกลายเป็นจุดขายและจุดเช็กอินของนักท่องเที่ยวผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่อบอกโลกว่าได้มาถึงสถานที่สำคัญแห่งประวัติศาสตร์นี้แล้ว ไม่นับบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายทั่วโลกที่มีศิลปะบนผนังปรากฏอยู่ เมืองไทยก็ไม่ต่างจากที่อื่นๆ เรามีศิลปินกราฟฟิตี้ฝีมือดีอยู่ไม่น้อย และงานที่ปรากฏในหลายแห่งก็ไม่ใช่งานที่สื่อแค่ความตื่นตาตื่นใจของลายเส้นและสีสัน ทว่างานเขียนหรือพ่นสีบนผนังหลายแห่งถูกใช้เพื่อสื่อความหมายบางสิ่งบางอย่างจากมุมมองและความคิดของศิลปินที่ต้องการสื่อสารออกมาให้ผู้คนในสังคมได้รับรู้ล่าสุด บนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานีก็ผุดจุดขายงานศิลปะบนผนัง 6 แห่ง ในโครงการ “สุข–ฟิน อินสมุย” หรือ Samui, The Island of Happiness ตอน Street Art Festival ซึ่งเกิดจากการผลักดันของผู้ประกอบการเอกชนหลายรายบนเกาะสมุย โดยเฉพาะโต้โผใหญ่ของโครงการนี้คือศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย ที่ผสานความร่วมมือกับภาครัฐอย่างการท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทยและหน่วยงานราชการต่างๆบนเกาะสมุย จุดเด่นก็คืองานศิลปะทั้ง 6 แห่งเป็นฝีมือของศิลปิน 6 คน ต่างเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เป็นศิลปินญี่ปุ่น 2 คนคือ บารอน อุเอดะ สร้างผลงานรูปหญิงสาวถือลูกมะพร้าวที่เชื่อมต่อความหมายระหว่างเมืองไทยกับโอซากา ส่วนอีกคนคือ ชินอิจิโร คิไต เจ้าของโมเดล “โทฟุ” รูปทรงเต้าหู้ที่โด่งดัง แถมเจ้าเต้าหู้ก็มาปรากฏบนกำแพงเพื่อสื่อถึงความสุข สนุกสนาน ซึ่งผลงานของศิลปินแดนอาทิตย์อุทัยจะอยู่ในบริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล สมุยอีกคนที่มาไกลจากอาร์เจนตินาก็คือ “โป!” (PO!) หรือปาทริซิโอ โอลิเวอร์ เขาเคยออกแบบคาแรกเตอร์ให้กับการ์ตูนเน็ตเวิร์ค (Cartoon Network) ช่องการ์ตูนชื่อดังของสหรัฐอเมริกา หนุ่มอาร์เจนไตน์คนนี้มีรูปแบบการทำงานเฉพาะตัวและหอบหิ้วเอาภาพวาดที่ผ่านกระบวนการทางเทคนิคส่วนตัวของตนมาจากบ้านเกิด โป! ฝากผลงานให้เป็นจุดเช็กอินที่ถนนสายกลาง ชุมชนหน้าทอน ส่วนอีก 3 คนก็เป็นศิลปินไทย เริ่มจาก พัชรพล แตงรื่น หรือในวงการกราฟฟิตี้ต่างรู้จักกันดีในชื่อ อเล็กซ์ เฟซ (Alex Face) ที่สร้างเด็กน้อย 3 ตาอันโด่งดัง และภาพของเด็ก 3 ตาก็จะปรากฏที่ด้านข้างศาลเจ้ากวนอู เกาะสมุย ศิลปินไทยระดับโลกอีกคนก็คือ เริงศักดิ์ บุณยวาณิชย์กุล ได้พื้นที่ใหญ่บนผนังหอกาญจนาภิเษกตรงหน้าทอน ท่าเรือหลักของสมุยนักท่องเที่ยวจะพบภาพม้าคู่ที่สื่อถึงความสุข ความมีอิสระ ส่วนงานชิ้นสุดท้ายก็เป็นฝีมือของ ธนชัย อุชชิน หรือป็อด โมเดิร์นด็อก วาดรูป “ลิง” บนผนังในโรงแรมโคซี่ (Cosi) ซึ่งสื่อว่า “ลิง” คือสัญลักษณ์ของเกาะสมุย เป็นความสนุกสนานผูกพันระหว่างมนุษย์และสัตว์จริงอยู่ที่ในอดีตนั้นพวกภาพวาดบนผนังมักถูกมองในทางที่ไม่ดีนัก หลายครั้งสร้างความเสียหายเลอะเทอะต่อพื้นที่ทั้งสาธารณะและไม่สาธารณะ แต่เมื่อวันเวลาเปลี่ยนงานลักษณะนี้กลับกลายเป็นศิลปะ อย่างไรก็ตาม ก็อยู่ที่ผู้สร้างงานลักษณะนี้ว่าจะเลือกความสร้างสรรค์สร้างความจรรโลงใจแก่ผู้พบเห็นและมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประโยชน์ต่อสังคมหรือไม่.กันเกรา