ลมหนาวพัดมาเย็นๆ ชวนให้คิดถึงบรรยากาศโรแมนติกบนเขาบนดอย คงจะฟินสุดๆถ้าได้จิบกาแฟอุ่นๆชมคลื่นทะเลหมอกยามเช้า บิลต์อารมณ์กันขนาดนี้ เพราะสัปดาห์นี้ “คุณชายแป๊ะ” จะพาไปชิมตำรับความอร่อยแบบล้านนาแท้ๆ “ดาราดาเล@BKK” ริมถนนพิชัย แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต ไม่ใช่แค่รสชาติถูกปาก ผักทุกชนิดยังปลอดสารพิษอีกด้วยจอดรถปุ๊บเดินเข้าร้านสวัสดี “แม่อุ๊ย-อุทิศ ธรรมธิ” เจ้าของร้านและแม่ครัวฝีมือเยี่ยม วัย 65 ปี กำลังยืนรดน้ำแปลงผักนานาชนิด เป็นทั้งสวนชวนมองและเครื่องเคียงสำรับอาหารชั้นเลิศ“สวัสดีครับแม่อุ๊ย” ผมกล่าวทักทาย “แม่จัดอาหารเหนือให้ผมทานหน่อย ห่างหายมานานครับ”แม่อุ๊ยนำเสนอเมนูใหม่ “ลองเซตเบนโตะอาหารเหนือไหมล่ะ” ผมฟังชื่อทีแรกนึกแปลกใจ แม่อุ๊ยคงเปลี่ยนมาทำอาหารเหนือสไตล์ฟิวชันแล้วกระมัง “เบนโตะอาหารเหนือ” มาเสิร์ฟก็ถึงบางอ้อ เพราะทั้งแคบหมู, ไส้อั่ว, หมูยอ, น้ำพริกหนุ่ม, ผักเคียง และข้าวเหนียวอัญชันห่อใบตอง ถูกจัดวางเรียงอย่างบรรจงลงในกล่องเบนโตะญี่ปุ่น ผมหยิบแคบหมูจ้วงน้ำพริกหนุ่มละมุนลิ้น รสชาติเผ็ดกำลังดี สลับด้วยไส้อั่วกับหมูยอชิ้นใหญ่หั่นพอดีคำ แกล้มกับผักออร์แกนิก ทั้งฟักทองนึ่ง, แครอท และบีทรูท “แม่เคยไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกับครอบครัว เห็นเขามีข้าวกล่องเบนโตะเกิดไอเดียนำเอามาประยุกต์ใช้กับอาหารเหนือทำเป็นชุดอาหารพิเศษ เหมาะสำหรับลูกค้า 2 คน ทานเป็นออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อยได้กินของหลากหลายในชุดเดียว ส่วนผักที่ร้านเป็นผักออร์แกนิกปลอดสารพิษ ที่กล้ายืนยันเพราะแม่ปลูกผักเองส่งตรงมาจาก “ดาราดาเล บ้านดิน ฟาร์ม” อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ขนส่งมาให้ลูกค้าทานฟรี เลือกหยิบผักตามชอบใจ ปลอดภัยมีประโยชน์ต่อร่างกาย” แม่อุ๊ยเผยไอเดียด้วยรอยยิ้ม พื้นเพแม่อุ๊ยเป็นชาวเชียงดาว ชื่อร้าน “ดาราดาเล” มาจากดวงดาวนับล้านดวงบนท้องฟ้าราวกับเกลียวคลื่นทะเล สะท้อนถึงความภูมิใจว่าดาวที่ไหนก็ไม่สวยเท่าเชียงดาว แม่อุ๊ยชอบปลูกผักกินเองมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อลูกๆเรียนจบมีความคิดว่า ในเมื่อเรามีที่ทางเป็นของตัวเอง ควรทำเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร โดยได้ “คุณโจน จันได” เป็นครูสอนการทำบ้านดิน เรายังเปิดเป็นที่พักโฮมสเตย์ “ดาราดาเล บ้านดินฟาร์ม” และทำน้ำหมักอีเอ็ม ปุ๋ยอินทรีย์ ปลูกพืชผักต้นไม้ต้นเตี้ย, กลาง, ใหญ่ นำไปใช้ประโยชน์ทั้งสร้างบ้าน, โรงเรือน, เครื่องจักสาน กระทั่งมาต่อยอดเอาผลผลิตที่ได้จากฟาร์มประกอบอาหารที่ร้านในกรุงเทพฯ โดยแบ่งพื้นที่ปลูกผักสวนครัวทางเหนือหลายชนิด เช่น ดีกระทิง, หูเสือ, พลูคาว, ยอดหม่อน, ยอดเสาวรส และใบเตย จำลองบรรยากาศที่ฟาร์มมาไว้เมืองกรุง ใครที่สนใจก็สามารถมาชมตัวอย่างวิถีเกษตรอินทรีย์ได้ “อาหารเหนือมีรสชาติและความหอมเฉพาะตัว แตกต่างจากอาหารภาคอื่น อย่าง “ลาบหมูคั่ว” จะใช้เครื่องเทศเยอะมาก มี “ลูกมะแขว่น” เป็นตัวชูกลิ่นหอม และไม่ใส่ข้าวคั่วเหมือนลาบหมูแบบอีสาน ส่วน “น้ำพริกอ่อง” ต้องใช้มะเขือเทศ พริกแห้ง, ถั่วเน่า, รากผักชี, หอมแดง, กระเทียม, กะปิ และเนื้อหมูสันในสับ ผัดเครื่องทั้งหมดแล้วเอามาคั่วให้หอม แต่งรสด้วยน้ำปลาและดอกเกลือ อาหารเหนือไม่ใส่น้ำตาล อีกเมนูที่มีเครื่องปรุงเยอะคือ “ข้าวซอย” ใช้ทั้งขมิ้น, ผงกะหรี่, ตะไคร้, หอมแดง, กระเทียม, กะปิ และลูกยี่หร่านำมาตำให้แหลกแล้วเคี่ยวกับหัวกะทิ จากนั้นใส่หมู หรือไก่ แยกหม้อเส้นข้าวซอย จะให้อร่อยตามแบบฉบับอาหารเหนือต้องกินแกล้มกับผักดองและหอมแดงซอย แต่งรสตามชอบด้วยมะนาวและพริกคั่วน้ำมัน ส่วน “น้ำเงี้ยว” มีส่วน ประกอบสำคัญคือ ดอกงิ้ว จับมาตำรวมกันทั้งพริกแดง, หอมแดง, กระเทียม และรากผักชี แล้วต้มกับกระดูกเล้งซี่โครงอ่อนและกระดูกแก้ว เคี่ยวสักพักค่อยใส่มะเขือเทศ 3 อย่าง เคล็ดลับสำคัญคือ ต้องใส่เลือดหมูกับหมูสันในสับด้วยถึงจะกลมกล่อม เชิญไปลิ้มลอง น้ำเงี้ยว 60 บาท, ข้าวซอยไก่-หมู-เห็ด 60 บาท, ลาบหมูคั่ว 100 บาท, แกงฮังเล 100 บาท, หมูทอดใบเตย 100 บาท, น้ำพริกอ่อง 100 บาท และชุดเบนโตะน้ำพริกหนุ่ม หรือน้ำพริกอ่อง 159 บาท เปิดบริการจันทร์-เสาร์ 11.00-20.30 น. (หยุดวันอาทิตย์)โทร. 08-6378-3837.คุณชายแป๊ะ