น้ำในเขื่อนหลายแห่งอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย...ล่าสุดเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 26,477 ล้าน ลบ.ม. หรือ 51%เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา อู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ 4 เขื่อนหลัก ภูมิพล, สิริกิติ์, แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำรวมกันแค่ 48%...แต่มีน้ำใช้การได้แค่ 29% หรือ 5,332 ล้าน ลบ.ม.เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน แถลงถึงแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้ง 2562/63 ตั้งแต่ 1 พ.ย.62 ถึง 30 เม.ย. 63 กรมชลประทานจะจัดสรรน้ำจากเขื่อนต่างๆในเขตชลประทานทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 17,620 ล้าน ลบ.ม. น้อยกว่าปีที่แล้วประมาณ 7,000 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะได้รับการจัดสรรน้ำจาก 4 เขื่อนหลัก รวมทั้งสิ้น 4,000 ล้าน ลบ.ม. น้อยกว่าปีที่แล้ว 3,700 ล้าน ลบ.ม.ส่วนการควบคุมค่าความเค็มทั้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน-แม่กลอง และบางปะกง-ปราจีนบุรี ขณะนี้สามารถควบคุมค่าความเค็มให้อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 0.25, 0.75 และ 1 กรัมต่อลิตรตามลำดับ...การประปาส่วนภูมิภาค กลุ่มเกษตรกร และทุกภาคส่วนยังสามารถใช้น้ำจากแม่น้ำดังกล่าวได้ตามปกติ“ฤดูแล้งปีนี้ กรมชลประทานได้วางแนวทางและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง โดยจะใช้ระบบชลประทานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีการเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำและรถยนต์บรรทุกน้ำ กระจายอยู่ตามสำนักงานชลประทานและพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งทั่วประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที”นอกจากนี้ยังได้สั่งการไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศให้บริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผนอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนรวมถึงหน่วยงานทุกภาคส่วนในพื้นที่ ให้ทราบถึงสถานการณ์น้ำโดยทั่วกันได้แต่หวังว่า “การเมือง” คงไม่ทำให้แผนการบริหารจัดการน้ำพังเหมือนที่แล้วมา.สะ-เล-เต