จากภัยแล้งต้องเผชิญกับภัยน้ำท่วม จากน้ำท่วมย้อนกลับมาเจอภัยแล้งอีกครั้ง นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในภาคอีสาน ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิรายงานต่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตร และสหกรณ์ ว่า ต.หนองไผ่ อ.เมืองชัยภูมิ มีปัญหาน้ำท่วมทุกปี ไม่มีชลประทานใหญ่ ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำจึงมีภัยแล้งตามมาส่วนชาวบ้านจำนวนมากที่ไป ต้อนรับ ร้องเรียนขอความเห็นใจจากรัฐมนตรี ขอให้ช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง เนื่องจากชาวบ้านเดือดร้อนแสนสาหัส ทำการเกษตรไม่ได้ ไม่มีเงินส่งหนี้นอกระบบ บางคนถูกยึดที่ดินทำกิน และมีหนี้ทบต้น ไม่สามารถทำการเกษตร เนื่องจากน้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซากคำรายงานของผู้ว่าราชการจังหวัด และคำเรียกร้องของชาวบ้านตำบลหนองไผ่ ไม่ได้สะท้อนปัญหาแต่ที่ชัยภูมิ แต่เป็นภาพสะท้อนถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนใหญ่ ที่อยู่นอกเขตชลประทาน ชาวบ้าน ส่วนใหญ่ยึดการทำนาเป็นอาชีพหลักและการปลูกข้าวต้องใช้น้ำและต้องพึ่งเทวดาภาคอีสานหรือตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แบ่งเขตการปกครองเป็น 20 จังหวัด มีประชากรมากที่สุด จึงมี ส.ส.มากที่สุด เฉพาะ ส.ส.เขตก็ปาเข้าไปกว่าร้อยคน แต่ที่ดินภาคอีสานขาดความอุดมสมบูรณ์ และส่วนใหญ่อยู่นอกเขตชลประทาน จึงต้องพึ่งความปรานีจากฟากฟ้า และประสบภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากปีนี้ ภาคอีสานโดนถล่มทั้งจากภัยแล้งและอุทกภัย ในเวลาต่อเนื่องกัน ภัยแล้งเริ่มมาเยือนตั้งแต่ต้นปีถึงกลางปี จากนั้นก็โดนพายุโพดุลถล่ม และฝนตกหนัก ก่อให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในหลายจังหวัด รวมทั้งในภาคเหนือ แต่หนักหนาสาหัสที่สุดคืออุบลราชธานี และวันนี้ภัยแล้งกลับมาทดสอบความสามารถรัฐบาลอีกครั้งชาวนาภาคอีสานส่วนใหญ่ทำนา ปีละ 1 ครั้ง เพราะอยู่นอกเขตชลประทาน ถ้าปีไหนโดนภัยแล้ง ฝนไม่ตกต้องตาม ฤดูกาล หรือเกิดน้ำท่วม จะไม่สามารถทำนาได้ทั้งปี จึงต้องช่วยตัวเองด้วยการกู้หนี้นอกระบบ ซึ่งเก็บดอกเบี้ยโหด คนอีสานเป็นอันมากต้องทิ้งไร่ทิ้งนา เพื่อหางานทำในภาคอื่นๆ หรือต่างประเทศเนื่องจากอีสานเป็นภาคที่มี ส.ส.มากที่สุด จึงเป็นที่หมายปองของทุกพรรคการเมือง หลายพรรคใช้ความยากจนเป็นจุดอ่อน พร้อมที่จะมอมเมาประชาชนด้วยการซื้อเสียง ผูกใจชาวบ้านด้วยนโยบาย ลดแลกแจกแถม รัฐบาลปัจจุบันเข้ามาแค่ไม่กี่เดือน ก็แจกไปแล้วหลายรอบ ไม่รู้กี่แสนล้าน นี่คือการแก้ปัญหาความทุกข์ยากหรือ?