อ่านจบแล้ว 2 เที่ยวสำหรับยอดหนังสือการเมืองแห่งยุค “ลงเรือแป๊ะ” โดยวิษณุ เครืองาม กะลาสีคนสำคัญในเรือลำนั้น ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีสิ่งที่อยากบอกกล่าวก่อนอื่นก็คือคนในวงการการเมืองและวงการสื่อสารมวลชนตลอดจนผู้สนใจในกิจการบ้านเมือง รวมตลอดถึงข้าราชการทั้งหลาย ไม่อ่านไม่ได้อาจารย์วิษณุ ออกตัวตั้งแต่คำนำแล้วว่า “เพราะอาจมาเขียนเมื่อแก่ตัว อายุมากขึ้นจะตลกโปกฮา แทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอย่างคราวก่อนก็ยากอยู่...แต่จุดมุ่งหมายก็ยังหวังให้อ่านเล่นอยู่ดี”ก็รู้สึกเป็นจริงตามนั้น แต่ก็มิได้ทำให้คุณค่าของเรื่องราวที่บันทึกไว้ด้อยค่าลงเมื่อ เข้าใจตรงกัน (ขออ้างอิงสำนวนยอดนิยมในเล่มนี้) เรื่องที่ จะยกมาเป็นตัวอย่างสำหรับข้าราชการทั้งหลายที่ยังไม่ได้อ่านเพื่อชักชวน ให้ไปหามาอ่านเสียโดยเร็วก็น่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับวงราชการนั่นแหละการเป็น 4.0 ทำได้กับทุกเรื่อง อาทิ ระบบราชการ 4.0 ซึ่งดูได้จากการที่ระบบราชการเล็กลง มีการกระจายอำนาจ มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เจ้าหน้าที่ไม่ทุจริต โอภาปราศรัยดี ให้บริการประชาชนอย่างดี อำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน ลดภาระประชาชน ผมเคยใช้คำว่าทุกอย่างต้อง 3 เอ้อ! คือ Easier ง่ายลงกว่าเดิม Faster เร็วขึ้นกว่าเดิม และ Cheaper ราคาหรือทุนต่ำลงกว่าเดิมหัวใจของระบบราชการ 4.0 อยู่ที่ 1.เป็น Digital Government คือ นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ จีนเขาไปไกลกว่าเรามากจนใช้หุ่นยนต์ หรือปัญญาประดิษฐ์ (AI) กันแล้ว 2.เป็น Open Government คือ โปร่งใส เปิดกว้าง คนเข้าถึงง่ายและกระจายอำนาจ 3.เป็น Connected Government คือ ระบบทุกอย่างเชื่อมโยงกัน ข้อมูลถึงกัน ถ้ามีข้อมูลรวม (Big Data) ยิ่งดี ข้อมูลอะไรที่ทางการมีอยู่แล้วก็ไม่ต้องไปเรียกเอาจากประชาชนถ้าเป็นกฎหมาย 4.0 ดูได้จากการที่กฎหมายมีน้อยแต่การบังคับใช้มีประสิทธิภาพ ผู้คนยำเกรงกฎหมาย ก่อนจะออกกฎหมายต้องรับฟังความคิดเห็นประชาชน ไม่กำหนดโทษเกินความจำเป็น โทษไม่หนักเกินเหตุไม่กำหนดขั้นตอนพะรุงพะรัง ลดอำนาจเจ้าหน้าที่ วางกรอบการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ไม่วางมาตรการเพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่แต่สร้างภาระแก่ประชาชน นายกฯพูดเสมอว่า การมีกฎหมายมากและกฎหมายไม่เป็นธรรม ตลอดจนการใช้บังคับกฎหมายอย่างหละหลวม 2 มาตรฐาน เป็นเงื่อนไขความขัดแย้งที่สำคัญที่สุดในสังคม ถ้าจะให้ปรองดองกันได้จริงต้องแก้ไขสิ่งเหล่านี้กฎหมายอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการขออนุญาตจากทางราชการ พ.ศ.2558 เป็นตัวอย่างหนึ่งของกฎหมาย 4.0 ที่ประชาชนได้ประโยชน์ โดยกำหนดให้ทุกหน่วยงานต้องทำคู่มือเปิดเผยแก่ประชาชนว่า ถ้าจะติดต่อขออนุญาตเรื่องอะไรจากทางราชการ ไม่ว่า อบต. อบจ. เขต (อำเภอ) เทศบาล จังหวัด กอง กรม กระทรวง ต้องใช้เวลาเท่าไร ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง และกำหนดให้รัฐอาจตั้งศูนย์บริการร่วม (One Stop Service) ตลอดจนศูนย์รับคำร้อง ขออนุญาต แล้วส่งต่อไปยังที่อื่นๆได้ โดยไม่ต้องให้ชาวบ้านไปวิ่งเต้น 6-7 กรมคนที่ยังไม่สะใจย่อมบ่นได้ว่าดีแต่คุย ทุกวันนี้ยังไม่เห็นเป็น 4.0 เลย เรื่องโน้นเรื่องนี้ก็ยังช้า ยังแพง ยังเรียกเงินนอกระบบ ยังพูดจาไม่น่าฟัง ยังผัดผ่อน รวมแล้วยัง 1.0 2.0 อยู่เลย ซึ่งก็เป็นความจริง แต่อย่าลืมว่า 4.0 เป็นเป้าหมายและเราเพิ่งเปลี่ยนผ่านมาไม่นาน ช่วยกันอดทน ช่วยกันตรวจสอบ ช่วยกันแนะนำ ช่วยกันชี้เบาะแส “โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่ เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน”หนักนิดนึงนะ แต่ยังมีอะไรดีๆอีกมากอย่าง เช่นการวิเคราะห์ถึงบุคลิกภาพและภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรีทั้ง 29 คน ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันเป็นทัศนะที่ตรงไปตรงมาและชัดเจนเอาไปอ้างอิงวิจารณ์ต่อได้เลย.“ซี.12”