คนแก่ที่หูตาฝ้าฟาง ผ่านร้อนผ่านหนาวกับวิกฤติการเมืองมาพอสมควร กับบทเรียน 14 ตุลา หรือ 6 ตุลา ในอดีตที่ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยว่า เป็นวันมหาวิปโยค เพราะคนไทยลุกขึ้นมาใช้อาวุธฆ่ากันเอง ฆ่ากันในเมืองไม่พอตามไปฆ่ากันในป่า นักศึกษาที่หนีตายเข้าป่าถูกยัดเยียดข้อหา คอมมิวนิสต์ จนกระทั่งถูกลัทธิการเมืองจากต่างประเทศเข้าแทรกแซง เกิด พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ขึ้นมาจนได้ในอดีต ลัทธิคอมมิวนิสต์ แบ่งเป็นสองสาย จีน กับ โซเวียต-รัสเซีย มีคนไทยที่ถูกกล่าวหาว่าศรัทธาในลัทธินี้ ไปทำหน้าที่เป็นโฆษกสถานีวิทยุคอมมิวนิสต์ภาคภาษาไทยที่กรุงปักกิ่ง ร่ำลือกันว่าหนึ่งในจำนวนนั้นเป็นทายาทของนักธุรกิจและนักการเมืองดังในต่างจังหวัดด้วยซ้ำไปคนที่เกิดทันเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศ คือน่าจะประมาณปี 2500 หรือกว่านั้น คงจะโตพอรู้เรื่องถึงบรรยากาศการต่อสู้กับลัทธิคอมมิวนิสต์ สกัดไม่ให้ลุกลามจากป่าเข้ามาในเมือง หรือที่เรียกว่า ป่าล้อมเมือง ที่กองทัพตั้งหน่วยประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ปลุกระดมไปทุกตำบลหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่สีแดงและสีชมพู ผ่านหนังกลางแปลงบ้าง หนังสือการ์ตูน บ้างปลุกให้คนไทยรักชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ต่อต้านพวกหนักแผ่นดินส่วนใหญ่คนที่ไปร่วมขบวนการกับลัทธิคอมมิวนิสต์ นอกจาก นิสิตนักศึกษา ที่หนีเข้าป่าแล้ว ยังมี ชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่ตามตะเข็บชายแดน ที่เรียกว่า แม้วแดง เป็นต้นรวมทั้งชาวบ้านที่อยู่ไกลปืนเที่ยง ไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาลและฝ่ายปกครองอย่างทั่วถึง และยังถูกกดดันยัดเยียด ความไม่เป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่รัฐ ถูกยึดที่ดินทำกิน ถูกดำเนินคดี กดขี่ข่มเหงสารพัดคนเหล่านี้จึงต้องการที่จะปลดแอกมีศิลปินเพื่อชีวิตหลายคนเป็นที่รู้จักในนามของนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย อาทิ จิตร ภูมิศักดิ์ คนรู้จักและฮิตฮอตมากในยุคนั้น ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะเห็นด้วยกับลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่ซาบซึ้งในบทเพลงที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตของคนในชนบทที่ห่างไกลความเจริญได้เป็นอย่างดีเพลง คนกับควาย ร้องกันจนติดปาก ผลิตเป็นเทปคาสเซต ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่ต้องหาซื้อตลาดมืด หรือตลาดใต้ดินเท่านั้น ไม่มีวางจำหน่ายในร้านเทปทั่วไปการสู้รบทั้งอาวุธและจิตวิทยายาวนานแต่บัดนั้นจนกระทั่งปี 2526 สมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ์ เป็นฝ่ายเสธ.คนสำคัญขณะนั้นใช้นโยบายพูดคุยมากกว่าการสู้รบ เกลี้ยกล่อมให้คนในป่ากลับเข้าเมือง เกิด ผู้กลับใจ เข้ามา ร่วมพัฒนาชาติไทย แต่ก็มีนักศึกษาบางคนได้รับการสนับสนุนไปเรียนต่อต่างประเทศลัทธิคอมมิวนิสต์หายไปจากประเทศไทยตั้งแต่บัดนั้นทุกวันนี้นักศึกษากลับใจ มีทั้งที่เปลี่ยนใจและยังยึดอุดมการณ์ มีทั้งนักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจและนักวิชาการ ใช้ประสบการณ์ทางการเมืองในอดีตที่เต็มไปด้วยอคติ ตั้งป้อมสู้รบในสภาและนอกสภา อีกระลอกเป็นเหตุผลว่า ทำไมคนไทยถึงฆ่ากันไม่เลิก.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th