เมื่อเร็วๆนี้ เจ้าหน้าที่จากสำนักโบราณคดีของอิสราเอลรายงานว่า ทีมนักโบราณคดีได้ค้นพบซากเมืองโบราณขนาดใหญ่อายุ 5,000 ปี ระหว่างที่เตรียมการเปลี่ยนทางหลวงสายใหม่ใกล้กับเมืองอาริช ห่างจากตอนเหนือของกรุงเทลอาวีฟประมาณ 50 กิโลเมตร ซึ่งเชื่อว่าจะให้ความกระจ่างใหม่ๆ เกี่ยวกับชีวิตของผู้คนในยุคนั้น นักโบราณคดีให้คำจำกัดความกับเมืองโบราณดังกล่าวว่า เป็นเมืองที่มีความเป็นสากลและมีการวางแผน หลังวิเคราะห์ลักษณะการตั้งถิ่นฐานในต้นยุคสัมฤทธิ์ ที่มีทั้งถนน ตรอก ซอก ซอย ช่องสี่เหลี่ยม การวางระบบระบายน้ำ การวางพื้นที่จัดเก็บ ครอบคลุมพื้นที่ 648,000 ตารางเมตร รองรับการอาศัยอยู่ของประชากรสมัยนั้นราวๆ 6,000 คน นอกจากนี้ ในบรรดาสิ่งที่ค้นพบก็มีอารามสำหรับทำพิธีกรรมแปลกประหลาด กระดูกสัตว์ที่ถูกเผาไหม้ หลักฐานของเครื่องสังเวย รูปปั้นศีรษะมนุษย์ เศษเครื่องปั้นดินเผาหลายล้านชิ้น เครื่องมือทำจากหินเหล็กไฟ และภาชนะหิน นักโบราณคดีเผยว่า ซากอาคารบ้านเรือน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลาย รวมถึงอาคารสาธารณะ อาจเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงสังคมที่มีการจัดการและมีลำดับชั้นทางสังคมในช่วงเวลานั้น ที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นคือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานโบราณคดีอ้างว่าได้พบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานก่อนหน้านี้ใต้บ้านเรือนในเมืองโบราณ โดยย้อนหลังไปถึง 7,000 ปี.