“อนุทิน” รับประกันสารทด แทน 3 สารพิษ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ตัวใหม่ต้องไม่ใช่สารพิษ อย.จะตัดตอนตั้งแต่ต้น ไม่ให้นำมาใช้ ลั่นพรรคภูมิใจไทยไม่มีอิทธิพลนายทุนครอบงำ ขณะที่ กมธ.สารพิษ สรุปผลตรวจด่านเชียงของ จ.เชียงราย อึ้งไม่มีเครื่องมือสแกนสารพิษพืชผักนำเข้า กัดไม่ปล่อยเกาะติดมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายแบน 3 สารพิษจนถึงที่สุดหลังจากที่ประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาความเห็นของส่วน 4 ฝ่าย ได้แก่ รัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค มีมติแบน 3 สารพิษ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.แต่ยังลุ้นมติที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายอย่างเป็นทางการอีกครั้งในปลายเดือน ต.ค.นี้เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายทางการเกษตร 3 ชนิดว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ พูดชัดเจนในเรื่องนี้หมดแล้ว แต่ตนพูดก่อน และที่นายเฉลิมชัย อยากให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวร่วมกันนั้นเป็นเรื่องดี แต่ตอนนี้ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขขึ้นป้ายหมดแล้วทั่วประเทศทุกโรงพยาบาล ส่วนเรื่องสารทดแทนที่จะมาใช้แทนสารเคมี 3 ชนิดนั้น กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่ดูแลสุขภาพประชาชน เรื่องสารทดแทนต้องไปถามกระทรวงเกษตรฯ แต่กระทรวงสาธารณสุขจะให้คนป่วยจากสารพิษไม่ได้ หากมีสารอะไรที่ให้ประชาชนป่วยเข้ามาอีกเราให้มีไม่ได้ สารพวกนี้ต้องผ่านองค์การอาหารและยา (อย.) และตนจะตัดตั้งแต่ต้นตอไม่ให้เกิดเมื่อถามว่า สารทดแทนต้องไม่ใช่สารเคมีใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เป็นอะไรที่ไม่มีผลเสียต่อร่างกายและที่ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯบอกว่า มีสารทดแทนนั้นเขาไม่ได้บอก รายละเอียด แต่ไม่ต้องห่วงข้าราชการไทยทุกคนเขามีวิธีการช่วยชาวไร่ชาวนา ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีนายทุนได้ประโยชน์จากสารตัวใหม่นี้ ตนไม่รู้ พอดีพรรคภูมิใจไทยไม่ต้องใช้นายทุน ไม่มีนายทุน คนไหนมีอิทธิพล ที่รัฐสภา นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบ คุมการใช้สารเคมีในภาคอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า จากที่ กมธ.ได้เดินทางไป อ.เชียงของ จ.เชียงราย เพื่อตรวจสอบต้นทางการขนส่งพืช ผัก ผลไม้จากประเทศจีนเข้าสู่ตลาดสี่มุมเมือง พบว่าด่านแห่งนี้ไม่มีห้องแล็บตรวจสอบสารพิษปนเปื้อน เมื่อสินค้าเข้ามายังตลาดสี่มุมเมืองจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคทั้งคน กทม.และปริมณฑล โดยรัฐไม่มีมาตรการเพียงพอในการตรวจสอบ เรื่องนี้ ทางกรรมาธิการฯได้มีการเชิญเจ้าหน้าที่จากกระทรวง สาธารณสุขมาให้ข้อมูล ซึ่งได้รับความร่วมมือโดยส่งระดับอธิบดีและเลขาธิการองค์การอาหารและยา (อย.) มา ที่ประชุมได้ให้การบ้านไปพิจารณาเรื่องโครงสร้าง อุปกรณ์เครื่องมือต่าง ซึ่งตนได้เสนอว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ. 2563 ที่จะเข้าสภาในเร็วๆนี้ หากมีการปรับลดงบในส่วนของกระทรวง ทบวง กรม ที่ยังไม่ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน งานหลักที่ต้องดูแลคือประชาชนในเรื่องคุณภาพชีวิตที่ต้องได้รับการพิจารณาในลำดับแรกนายชวลิตกล่าวว่า แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าคือกระทรวงเกษตรฯจะมีบทบาทอย่างไรที่จะส่งเสริมการใช้สารทดแทน และการปลูกพืชปลอดสารพิษ การที่ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯที่ออกมาระบุถึงผลประชุมคณะกรรมการ 4 ฝ่ายที่มีมติ 9 ต่อ 0 แบน 3 สารพิษ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.กระแสสังคมทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ดังนั้นควรที่จะมีการตรวจสอบสินค้าเกษตรนำเข้าเพราะจากข้อมูลของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข พบว่ามีสารพาราควอตอยู่ในพืช ผัก ถึง 26.6 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นข้อมูลหนึ่งที่คณะ กรรมการวัตถุอันตราย จะต้องนำไปพิจารณาก่อนที่จะมีมติแบน 3 สารพิษในปลายเดือน ต.ค.นี้ ดังนั้นขอยืนยันว่า กมธ.จะไม่ปล่อยเรื่องนี้อย่างแน่นอน ขณะที่นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สารทดแทน 3 สารพิษ ขณะนี้ยังไม่มี แต่มีเป็นสารตัวเดิมที่มีใช้และจำหน่ายในเมืองไทยอยู่แล้ว ซึ่งค่าความเป็นพิษและอันตรายน้อยกว่า และมีหลายแนวทางที่เป็นทางเลือก ทั้งใช้แนวทางเก่าๆโดยการใช้สารดั้งเดิม ที่ไม่อันตรายเท่า 3 สาร หรือใช้แนวทางเกษตรปลอดภัยหรือเกษตรอินทรีย์ อย่างไรก็ตาม เรื่องแบนสารพิษไม่มีเบื้องหลัง ไม่มีนักการเมือง หรือไม่เป็นมาตรการเปลี่ยนผู้ค้า รายใหม่แน่นอน การนำเข้าสารแต่ละครั้งต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบหลายขั้นตอนกว่าจะผ่านเข้ามาด้านนายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ ประธานคณะที่ปรึกษา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า พาราควอตมีงานวิจัยยืนยันว่าเป็นพิษต่อร่างกาย หากมีการสัมผัสหรือร่างกายเป็นแผลอาจทำให้ผู้ใช้หรือเกษตรกรเสียชีวิตได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าสารทดแทนหรือสารตัวใหม่ที่จะมาใช้แทนพาราควอต สัมผัสผิวจะไม่เป็นอันตรายใช่หรือไม่ ทำไมไม่แบนสารเคมีเกษตรทุกตัวที่มีค่าเป็นพิษ นายฉกรรจ์ตอบว่า เราไม่สามารถแบนสารเคมีทั้งหมดได้เพราะปัจจุบันมีการนำเข้ากว่า 300 ตัว ต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป สมัยตนเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้แบนสารเมทามิโดฟอส เพราะมันตกค้างในลำไย คนก็เห็นด้วยจำนวนมาก เมื่อถามว่า สมัยท่านเป็นอธิบดีฯ มีอำนาจในการเซ็นอนุมัติการหยุดหรือเลิกใช้ หรือแบนสารเคมีต่างๆทำไม 14 ปีก่อนไม่ดำเนินการ นายฉกรรจ์ตอบว่า “ในสมัยนั้นผมยังโง่อยู่”