“ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งเดียวจะแบ่งแยกมิได้”โดยถ้อยคำตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 ที่แสดงถึงความเข้มขลังและพลังแห่งความเป็น “ราชอาณาจักร” อย่างที่สัมผัสได้ในอารมณ์ความรู้สึกของความเป็น “คนไทย”ในยามปกติจะไม่มีการ “ล่วงล้ำ” แม้แต่ ส.ส.ปากกล้าในสภายังไม่มีการอภิปรายแตะต้องเลยนั่นย่อมสะท้อนถึง “เหตุการณ์ไม่ปกติ”กับปรากฏการณ์ “มาตรา 1 รัฐธรรมนูญ” กลายเป็น “ปมร้อน” ชนวนไฟการเมือง ผลสืบเนื่องจากการที่หัวขบวน 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นำทีมเดินสายจัดเวทีเสวนา “พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่” แห่กระแส “รื้อรัฐธรรมนูญ”ในอารมณ์ “กลอนพาไป” บวก “ใจสั่งมา” บนเวทีพูดไหลลามถึงชนวนปัญหาไฟใต้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 กระตุกขบวนการ “แบ่งแยกดินแดน” หูผึ่งแต่ที่ไวกว่าก็คือหน่วยฝ่ายความมั่นคงที่ประกบติดความเคลื่อนไหวทุกฝีก้าว เฝ้าระวังแบบ “คำต่อคำ” นำมาซึ่งการที่ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผอ.สำนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รับมอบอำนาจจาก พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4ดำเนินคดีกับแกนนำพรรคฝ่ายค้าน พร้อมพวกรวม 12 คน ฐานยุยงปลุกปั่น เข้าข่ายคดีอาญามาตรา 116จากที่เป็นฝ่ายรุกไล่ 7 พรรคฝ่ายค้านตกเป็น “จำเลยร่วม” ข้อหาหนักฉกาจฉกรรจ์ ตั้งหลักเปิดตำรารับมือกันแทบไม่ทัน ต้องแจ้งความกลับ “ตั้งการ์ด” ป้องปลายคางไว้ก่อนและก็เหมือน “ขอนไม้” ลอยมาให้เกาะพอดิบพอดี ตามจังหวะที่พรรคอนาคตใหม่และเพื่อไทยรีบโหนกระแส “คืนคำตัดสินให้ผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้ประชาชน”ทีมนักรบไซเบอร์ค่ายสีส้มระดมปั่นข้อมูลโลกมโนโซเชียลโยงเหตุ “ท่านเปา” ยิงตัวเองกลางศาลยะลา“โคตรเซียนการตลาด” สามารถดึงจังหวะที่ฝ่ายค้าน “เพลี่ยงพล้ำ” กลับมาสู่จุด “เดิมพันอันตราย” เข้าล็อกเกมวัดใจ ปั่นอารมณ์ “มวลชน” ปะทะทหารโดยเงื่อนไขสถานการณ์ “เหลี่ยมเขี้ยว” การเมืองชิงกระแสมโนโซเชียล เทียบกันกับ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ยังห่างกันหลายช่วงตัวนักต่อให้ผู้นำเลิกอ่านหนังสือพิมพ์ไปขลุกอยู่ในออนไลน์ ก็ยากจะตาม “เกรียนคีย์บอร์ด” ทันมันจึงเป็นการฉลาดกว่า ถ้าสงครามนี้จะปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการกฎหมาย ตามเหลี่ยมที่ฝ่ายความมั่นคงล็อกทีมฝ่ายค้าน “ติดเงี่ยง” อาญามาตรา 116 ขยับตัวลำบากและก็ถือว่า “ถูกทาง” แล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ปรับยุทธศาสตร์ หันมากู้แต้มกู้เครดิตที่หายไปจากสไตล์ผู้นำหัวร้อน จุดเดือดต่ำ ตัดคะแนนภาวะผู้นำ ทำให้ “เรือเหล็ก” เป๋ล่าสุดกับบท “เสี่ยสั่งลุย” ที่ “นายกฯลุงตู่” กดปุ่มปล่อยโปรโมชัน “ชิมช้อปใช้” เฟส 2 หลังเฟสแรกทำเรตติ้งทะลุเป้า โกยแต้มให้รัฐบาลพรรคพลังประชารัฐเป็นกอบเป็นกำประชาชนพอใจ “กดไลค์” ทีมรองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ “ขุนคลัง” นายอุตตม สาวนายน แม้แต่พวกที่ต่อต้าน บรรดา “เกรียนคีย์บอร์ด” เองก็เถอะ ด่าไปก็แอบโหลดแอปฯรับสิทธิ 1,000 บาท กันทั้งนั้นมาตรการกระตุ้นปากท้องเศรษฐกิจฐานรากที่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม แบบที่กระทรวงการคลังส่งทีมลงสำรวจพื้นที่จริง ทั้งร้านค้าและนักท่องเที่ยว ร่วมใช้จ่าย “ชิมช้อปใช้” กันคึกคักสวนทางโพลแบบ “ไทยแลนด์โอนลี่” ที่ทำกันถี่ยิบแบบรายวัน รายสัปดาห์เอาเป็นว่าแค่ “ชิมช้อปใช้” ยังกระตุกเรตติ้งขนาดนี้ ไม่นับคิวรอ “ปล่อยของ” ที่ทีมนายสมคิดยังมีอยู่ในมือ ทั้งโครงการ “บ้านล้านหลัง” โปรเจกต์ “พลังงานชุมชน” ฯลฯ“ลุงตู่” กับยี่ห้อ “พลังประชารัฐ” ยังตีกินแต้มได้อีกหลายช็อตและที่รอตัดริบบิ้นก็คือเมกะโปรเจกต์ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) ที่ปั้นให้เป็นผลงานโบแดงโดยมีการตั้งนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เป็นคณะกรรมการฯขับเคลื่อนหลักแม้จะติดเหลี่ยมยึกๆยักๆ “เกมกวนน้ำ” เมกะโปรเจกต์รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน บีบเอกชนเร่งลงนาม แต่อีกทางก็เตะเจาะยางเขี่ยลูกเข้าเหลี่ยมยักษ์ก่อสร้างที่จ่อเสียบแทนเทียบมาตรฐานความโปร่งใสยุครัฐบาล “ประยุทธ์ภาค 1” เป็นเครื่องหมายคำถามไปถึง “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กำกับกระทรวงคมนาคมกระแสสื่อกระตุกสังคมจับตาตัวถ่วงอีอีซีต่างจากบทพระเอกที่ “หมอหนู” ขี่กระแสสื่อ นักวิชาการ เอ็นจีโอ ตามขย่ม “มหาภัยพาราควอต” ต้อนทีมประชาธิปัตย์เข้ามุมอับ กดดัน “เสี่ยต่อ” นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ออกอาการอึกๆอักๆ ตอบไม่ได้ ไปไม่เป็น สถานการณ์แบบที่สื่อเอ็นจีโอพาดหัว“พาราควอต” ฆ่าแมลงสาบตายยกรัง.ทีมข่าวการเมือง