เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 62 รัฐบาลฮ่องกงประกาศใช้กฎหมายฉุกเฉิน (อีอาร์โอ) ซึ่งจะอนุญาตให้นางแคร์รี แลม ผู้นำเกาะฮ่องกงเขตปกครองพิเศษของจีนใช้กฎระเบียบข้อบังคับใดที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภา ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบสื่อ ควบคุมระบบขนส่งสาธารณะ และห้ามใส่หน้ากากชุมนุมประท้วง เพื่อควบคุมสถานการณ์การชุมนุมที่ต่อเนื่องมานานเกือบ 4 เดือน จนนำไปสู่ความรุนแรง ส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยกฎหมายมีผลบังคับใช้ในเวลาเที่ยงคืน จากที่เคยใช้ครั้งสุดท้ายเมื่อ 52 ปีก่อน ช่วงยุคอาณานิคมอังกฤษที่ใช้ปราบปรามกลุ่มฝ่ายซ้าย จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 50 คนวันเดียวกัน กลุ่มผู้ประท้วงเตรียมแผนนัดชุมนุมตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อต่อต้านกฎหมายห้ามสวมหน้ากาก และประณามการกระทำเกินเหตุของเจ้าหน้าที่ หลังเกิดเหตุใช้กระสุนจริงยิงใส่นักศึกษาชายอายุ 18 ปี เมื่อ 1 ต.ค. ซึ่งตรงกับจีนเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีวันชาติ จนได้รับบาดเจ็บ อยู่ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาลอาการทรงตัว ถือเป็นการใช้กระสุนจริงนัดแรกยิงผู้ชุมนุมนับแต่เริ่มการประท้วง ขณะที่ตำรวจยืนกรานว่าเป็นการป้องกันตัวเองเพราะชีวิตของตำรวจนายดังกล่าวตกอยู่ในอันตรายจากกลุ่มผู้ประท้วง.