งานเทศกาลพลุไฟนานาชาติมาเก๊า หรืองาน Macao International Fireworks Display Contest ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 30 ไม่นับรวมปีที่เกิดพายุใหญ่อยู่หนึ่งครั้ง เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย เชิญสื่อมวลชนกลุ่มเล็กๆไปร่วมงาน เป็นอีกครั้งที่ได้กลับไปมาเก๊า หลังจากที่ไม่ได้ไปเยือนคาบสมุทรเล็กๆติดกับจีนและฮ่องกงแห่งนี้มานานกว่า 5 ปีความเปลี่ยนแปลงแรกที่เจอคือ คำสะกดชื่อ Macao ที่รัฐบาลมาเก๊า ให้ใช้เป็นภาษาสากล คือ ภาษาอังกฤษ แทนภาษาโปรตุเกสที่ใช้มานานกว่าร้อยปี การสะกดชื่อ Macao วันนี้จึงใช้ตัว O แทน ตัว U ที่เขียนว่า Macau แบบเดิมๆเราไปถึงมาเก๊าในช่วงบ่ายๆ และแน่นอนจุดเช็กอินแรกต้องเป็น ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล สัญลักษณ์ประจำเมืองมาเก๊าและมรดกโลกทางประวัติศาสตร์ ที่ใครมาถึงมาเก๊าแล้วไม่ได้ไปที่นี่ถือว่ามาไม่ถึง คราวนี้เราโชคดีได้ น้องไอซ์ เจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย แนะนำจุดถ่ายรูปที่ทำให้เห็นซากประตูโบสถ์ทั้งบานแบบสวยงาม ประมาณ 3 D เลยทีเดียวสำหรับซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล สร้างเมื่อปี ค.ศ.1602-1640 ออกแบบโดยนักบวชเยซูอิตชาวอิตาเลียน โดยความช่วยเหลือของคริสต์ศาสนิกชนชาวญี่ปุ่น กระทั่งเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ.1835 ตัวโบสถ์ได้รับความเสียหายจนหมด เหลือเพียงประตูด้านหน้า ไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยได้เข้าไปเที่ยวชมคือ หลุมฝังศพบาทหลวงวาลิคนาโน ผู้ก่อตั้งโบสถ์ และโครงกระดูกของชาวคริสต์ญี่ปุ่น รวมทั้งเวียดนามที่เสียชีวิต ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังของซากประตูเซนต์ปอลออกจากประตูโบสถ์เดินตรงลงมาด้านล่าง เข้าซอย Patio de Chon Sau ซอยเล็กๆติดกับถนนโปรตุเกส Calçada Do Amparo การท่องเที่ยวมาเก๊า นำเสนอ ร้าน CAFE SAB8 ร้านอาหารท้องถิ่นสไตล์แมกานีส ที่มีเมนูอาหารผสมผสานวัฒนธรรมระหว่างโปรตุเกสกับมาเก๊า โดยเชฟชื่อดัง Sandra Niza Barros ซึ่งหลงใหลในการปรุงอาหารสไตล์แมกานีส โดยออกแบบอาหารให้เข้ากับยุคสมัย มีทั้งอาหารแนวฟิวชัน และอาหารดั้งเดิมอย่างทาร์ตที่ใช้ปลาซาดีนและ ปลาเทราต์ ผสมใส่ไส้ของทาร์ตตามสไตล์คนโปรตุเกสที่ชอบกินปลา และ Minchi ข้าวผัดหมูสับผสมมันฝรั่ง ท็อปปิ้งหน้าด้วยไข่ดาวยางมะตูม กินกับข้าวสวยร้อนๆ รสชาติกลางๆแต่ได้อารมณ์ฟินไปอีกแบบ ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มม็อกเทลหลากชนิดที่มีส่วนผสมของชาผลไม้กลิ่นหอม เป็นการรีเฟรช...ก่อนไปเดินเล่นแถวจัตุรัสเซนาโด หรือเซนาโดสแควร์ จัตุรัสใจกลางเมืองมาเก๊าที่อยู่ไม่ไกล จัตุรัสเซนาโด ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (UNESCO’s World Heritage) เมื่อปี ค.ศ.2005 ที่นอกจากอาคารบ้านเรือนและโบสถ์สไตล์ยุโรปที่ได้รับอิทธิพลมาจากโปรตุเกสแล้ว ที่น่าสนใจคือพื้นและทางเดินรอบๆจัตุรัสที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องและหินโมเสกหลากสีเป็นลายคล้ายคลื่นทะเล ซึ่งออกแบบโดยชาวโปรตุเกสรอบๆจัตุรัสรายล้อมด้วยร้านขายของทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอาง ขนมของฝาก ร้านอาหาร และยังมีโบสถ์เซนต์ดอมินิก สีเหลืองตั้งตระหง่าน เสียดายที่ช่วงนี้ตึกกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงทำให้เราไม่สามารถเข้าไปชมความสวยงามในโบสถ์ได้ รวมทั้ง ตึกลีอัล เซนาโด ซึ่งเดิมเป็นอาคารสำนักงานเทศบาลของมาเก๊าที่มีการจัดงานในวันนั้นด้วยอีกถนนที่แนะนำให้ไปเดินเล่นคือ ถนนสายความสุข หรือ Happiness Street ที่ภาษาโปรตุเกส เรียกว่า Rua da Felicidade เป็นถนนสายเล็กๆที่มีประวัติศาสตร์เคยเป็นย่านโคมแดงของมาเก๊า คล้ายๆกับถนนรมณีย์ ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต ปัจจุบันสำนักโคมแดง ถูกเปลี่ยนเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟเก๋ๆสำหรับถ่ายรูปลงไอจี ที่ทำให้มีความสุขในอีกแบบหนึ่งอรุณสวัสดิ์มาเก๊า ในเช้าวันที่สอง ที่ หมู่บ้านวัฒนธรรม (A Ma Cultural Village) เป็นส่วนต่อขยายจากวัดอาม่า ด้านหลังของที่นี่ เป็นเนินเขาโคโลอาน (Coloane Hill) ที่มีรูปปั้นแกะสลักของเจ้าแม่ทับทิม หรือ A-Ma ที่สูงที่สุดในมาเก๊า และยังเป็นจุดชมวิวรอบๆมาเก๊าที่สวยงามมากด้วย ต่อด้วยการค้นหาจุดพลังของเลข 8 สามตัว ที่อนุสาวรีย์เจ้าแม่กวนอิมริมทะเล หรือที่รู้จักกันในชื่อของเจ้าแม่กวนอิมปรางค์ทอง หนึ่งในแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวของมาเก๊า ซึ่งตั้งอยู่กลางทะเลบริเวณ Outer Harbour ทางใต้ของฝั่งมาเก๊า เป็นรูปปั้นทำด้วยทองสำริดมีรูปแบบที่ผสมกันระหว่างจีนและยุโรป ว่ากันว่าเป็นองค์เจ้าแม่กวนอิมที่มีพระพักตร์ละม้ายคล้ายพระแม่มารี หนึ่งในอนุสรณ์ที่โปรตุเกสสร้างให้มาเก๊าก่อนคืนแผ่นดินคาบสมุทรนี้ให้กับจีน ใต้ฐานองค์เจ้าแม่ สร้างเป็นรูปดอกบัว ภายในจัดเป็นนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับเจ้าแม่กวนอิม เทพแห่งความเมตตาในศาสนาพุทธและศาสนาเต๋า...การสักการะเจ้าแม่กวนอิมกลางทะเล อย่าลืมไปอธิษฐานที่จุดพลังหน้าสัญลักษณ์ เลข 8 จำนวน 3 ตัว...ที่คนจีนเชื่อว่าจะช่วยเสริมดวงให้ประสบความสำเร็จและร่ำรวยนี่แค่ย่านเมืองเก่าของมาเก๊า...แผ่นดินคาบสมุทรเล็กๆก็เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ด้วยมรดกโลกถึง 30 แห่ง...สัปดาห์หน้าเราจะพาท่านข้ามสะพานไปสัมผัสอีกด้านของมาเก๊า...ที่ได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ ไม่ใช่แค่ของนักพนันเท่านั้น แต่ยังเป็นสวรรค์ของนักเดินทางจากทั่วโลกด้วย.