พบซากดึกดำบรรพ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ 4 สายพันธุ์ “ไฮยีนาลายจุด-แรดชวา-กวางป่า-เม่นใหญ่แผงคอยาว” ในถ้ำที่กระบี่ อายุ 80,000-200,000 ปี เผยกระบี่เคยมีสภาพเป็นทุ่งหญ้าสะวันนา สลับป่าทึบและเป็นเส้นทางสำหรับการย้ายถิ่นหรืออพยพของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมไปยังหมู่เกาะต่างๆของมนุษย์ยุคโบราณจากแอฟริกาสู่ออสเตรเลียเมื่อวันที่ 19 ก.ย. นายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายกันตภณ สุระประสิทธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันแถลงข่าวการค้นพบซากดึกดำบรรพ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ 4 สายพันธุ์ ประกอบด้วย ไฮยีนาลายจุด (Crocuta crocuta ultima) แรดชวา (Rhinoceros sondaicus) กวางป่า (Rusa unicolor) และเม่นใหญ่แผงคอยาว (Hystrix brachyura) ภายในถ้ำยายรวก บ้านถ้ำเพชร ต.อ่าวลึกเหนือ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ อันเป็นหลักฐานสำคัญของการกระจายตัวของไฮยีนาลายจุด ทางตอนใต้สุดเท่าที่เคยพบมานายสมหมายกล่าวว่า กรมทรัพยากรธรณี ได้รับแจ้งการค้นพบโครงกระดูกหินขนาดใหญ่ในตะกอนดินโบราณ จากองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวลึกเหนือ จ.กระบี่ จึงเข้าตรวจสอบ พบว่ามีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นซากดึกดำบรรพ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านซากดึกดำบรรพ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม นายกันตภณ สุระประสิทธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมตรวจสอบ พบว่ามีซากดึกดำบรรพ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ 4 สายพันธุ์ที่สำคัญ ได้แก่ ไฮยีนาลายจุด แรดชวา กวางป่า และเม่นใหญ่แผงคอยาว จากการคาดคะเนอายุเบื้องต้น น่าจะอยู่ในช่วงตั้งแต่ช่วงปลายสมัยไพลสโตซีนตอนล่าง ไปจนถึงช่วงต้นของสมัยไพลสโตซีนตอนปลาย (Middle to Late Pleistocene) หรือประมาณ 200,000-80,000 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกรมทรัพยากรธรณีจะพัฒนาแหล่งซากดึกดำบรรพ์ถ้ำยายรวก ให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียน นักศึกษา ประชาชนและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต่อไปด้านนายกันตภณกล่าวว่า ทีมวิจัยได้ศึกษาไอโซโทปเสถียรของธาตุคาร์บอนและศึกษาไอโซโทปของออกซิเจนจากเคลือบฟันของซากดึกดำบรรพ์ที่พบในถ้ำยายรวก ผลการวิเคราะห์ไอโซโทปยืนยันว่า พื้นที่กระบี่ในสมัยไพลสโตซีน หรือเมื่อประมาณ 200,000 ปีก่อนนั้น มีสภาพแวดล้อมเป็นทุ่งหญ้าสะวันนาสลับป่าทึบเป็นหย่อมๆ เป็นเส้นทางที่เหมาะสมสำหรับการย้ายถิ่นหรืออพยพของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไปยังหมู่เกาะต่างๆ และเส้นทางอพยพของมนุษย์ยุคโบราณจากแอฟริกาสู่ออสเตรเลียนอกจากนั้นยังมีข้อสันนิษฐานว่าการกระจายตัวของไฮยีนาลงมาใต้สุดที่กระบี่ เป็นผลมาจากความไม่ต่อเนื่องของเส้นทางสะวันนา ที่ถูกคั่นด้วยป่าฝนในบริเวณซุนดาแลนคาดว่าเกิดขึ้นอยู่ทั่วไประหว่างคาบสมุทรไทย-มาเลเซีย ในช่วงยุคน้ำแข็งในสมัยไพลสโตซีน ขณะที่ถิ่นฐานของไฮยีนาอาศัยอยู่บริเวณทุ่งหญ้าสะวันนา ปัจจุบันจึงพบไฮยีนาแค่ในทวีปแอฟริกาเท่านั้นนายกันตภณกล่าวต่อว่า ซากดึกดำบรรพ์ไฮยีนาลายจุดที่เก่าแก่ที่สุด อายุประมาณ 400,000ปี ถูกพบที่สาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับประเทศไทย พบไฮยีนาลายจุดกระจายตัวอยู่ 6 พื้นที่ ประกอบด้วย 1.ผาบ่อง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 2-1.6 แสนปี 2. บ่อทรายบ้านโคกสูง จ.นครราชสีมา 2-1.6 แสนปี 3.ถ้ำวิมานคินทร์ จ.ชัยภูมิ 2- 1.6 แสนปี 4.ถ้ำเพดาน จ.นครศรีธรรมราช 2-1.6 แสนปี 5.ถ้ำประกายเพชร จ.ชัยภูมิ และ 6.ถ้ำยายรวก จ.กระบี่ 200,000-80,000 ปี ปัจจุบันไฮยีนาสายพันธุ์ย่อยนี้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยแล้ว การค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของไฮยีนาลายจุดที่ถ้ำยายรวก จ.กระบี่ ถือเป็นหลักฐานสำคัญของการกระจายตัวของไฮยีนาลายจุดลงมาทางตอนใต้สุดเท่าที่เคยพบมาในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้