กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญกำลังเดินหน้าอย่างคึกคัก ทั้งในวงการเมือง นักวิชาการและเครือข่ายภาคประชาชน พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ฝ่ายนักวิชาการเตรียมจัดตั้ง “เครือข่ายภาคีเพื่อการรณรงค์และเคลื่อนไหวการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปประชาธิปไตยและประชาชน”มีการจัดเสวนาเรื่อง “จินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่” ในภาคต่างๆ โดยมีคนดังๆเข้าร่วมเสวนา เช่น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล นายกษิต ภิรมย์ และนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ มีการอภิปรายหัวข้อ “รัฐธรรมนูญและจินตนาการใหม่” ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี 7 ตัวแทนพรรคและนักวิชาการเข้าร่วมต้องยอมรับว่า พรรคฝ่ายค้าน และนักวิชาการที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญก้าวหน้าไปมากกว่าฝ่ายรัฐบาลหลายก้าว ฝ่ายรัฐบาลแค่ประกาศการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วน ตามนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นแค่ตัวอักษรบนแผ่นกระดาษ ระบุว่าให้ศึกษาและรับฟังการแก้ไขรัฐธรรมนูญแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์เจ้าของนโยบายก็ยังไม่เคลื่อนไหวใดๆ อาจเพราะตกอยู่ในภาวะปลื้มใจที่รัฐบาลยอมให้เดินหน้านโยบายประกันยางพารา ข้าว และพืชผลอื่นๆ เป็นที่ฮือฮาในหมู่เกษตรกร ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆที่มีอยู่ 18 พรรค ไม่มีใครสนใจ รวมทั้งพรรคพลังประชารัฐ แกนนำรัฐบาลเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ตอกย้ำคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี ยังไม่มีนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ อาจหมายความว่าต้อง “ศึกษา” และ “รับฟังความเห็น” ต่อไปจนกว่าจะครบวาระ 4 ปี แต่กลุ่มผู้สนับสนุนการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือนักวิชาการ ต่างยอมรับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องมหาหินอย่างยิ่งจึงต้องมีเครือข่ายรณรงค์ทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนเห็นดีเห็นงามด้วย ต้องเปิดเวทีรณรงค์อย่างกว้างขวาง และโดยอิสรเสรี ทุกคนทุกฝ่ายมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยหรือฝ่ายที่คัดค้าน ต้องเป็นกระบวนการที่ประชาชนมีส่วนร่วม ตั้งแต่เลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และการแสดงความคิดเห็นถ้าเปิดการแสดงความเห็นโดยเสรี จะมีประชาชนมากน้อยแค่ไหนที่เห็นด้วยกับการให้หัวหน้า คสช.แต่งตั้ง 250 ส.ว.เพื่อเลือกหัวหน้า คสช.เป็นนายกรัฐมนตรี หลายฝ่ายมองว่า หัวหน้า คสช.คนเดียวเท่านั้นที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ได้ เพราะรัฐธรรมนูญนี้ปิดตาย ออกแบบมาเพื่ออะไร เป็นรัฐธรรมนูญของคนเฉพาะกลุ่ม จึงต้องได้รับการแก้ไข.