เป็นไปตามการคาดการณ์ของ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. ที่ได้พยากรณ์ไว้ก่อนวันเข้าสู่ฤดูฝน ประจำปี 2562...ปีนี้จะเกิดภาวะแล้งกลางฤดูฝน และก็เป็นเช่นนั้นจริง“ตั้งแต่ต้นปีมา ปริมาณน้ำฝนทั้งประเทศต่ำกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 22 เนื่องจากร่องฝนไม่อยู่ในประเทศ ทั้งที่เดือนนี้ควรจะอยู่บริเวณภาคเหนือของไทย แต่กลับยังอยู่แถบตอนใต้ของจีน ส่วนหนึ่งเกิดจากอิทธิพลของเอลนีโญอ่อนๆ แม้จะไม่ถึงขั้นรุนแรง แต่ยาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ อย่างไรก็ตามภาวะนี้จะค่อยๆลดลงตั้งแต่เดือนสิงหาคม แต่ก็ยังคงอยู่ในภาวะเอลนีโญอยู่ไปจนถึงต้นปีหน้า แต่น้อยกว่าปัจจุบัน ส่วนสถานการณ์ปีหน้าคงยากจะคาดเดา เพราะในภาวะโลกร้อนเช่นนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้” ดร.สุทัศน์ วีสกุล ผู้อำนวยการ สสน. อธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ฝนทิ้งช่วง จนเกิดภัยแล้งอย่างหนัก...สาเหตุมาจากร่องฝนขึ้นไปอยู่ในจีนนานกว่าที่ควรเป็น เนื่องจากอุณหภูมิ ลม ความกดอากาศความชื้น เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ส่วนหนึ่งมาจากอิทธิพลของภาวะโลกร้อน ส่งผลให้เกิดภาวะเอลนีโญบ่อยขึ้น ขณะที่ภาวะลานีญาก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันทำให้อนาคตรอบของการเกิดภัยแล้งสลับน้ำท่วมจะเกิดถี่ขึ้นภาวะเช่นนี้ ไม่ใช่เกิดแต่กับประเทศไทย เกิดขึ้นทั้งภูมิภาค พม่าหนักที่สุด ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม รองลงมา เพราะภูมิประเทศตั้งอยู่ในแนวดิ่ง ต้องรอร่องฝนพาดผ่านมาจากจีนหรือพายุเพื่อมาเติมน้ำในเขื่อนเท่านั้นถึงจะมีน้ำใช้...ส่วนประเทศอื่น ในเอเชีย ส่วนใหญ่ภูมิประเทศเป็นแนวนอน อยู่กลางทะเลได้รับอิทธิพลในระดับปานกลางไม่หนักมากนัก อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ ถือว่าเริ่มมีสัญญาณที่ดีเข้ามา เพราะเริ่มมีพายุดานัส เกิดที่ฟิลิปปินส์พัดเข้าสู่เกาหลี แม้ไม่ส่งผลกระทบกับไทย แต่แสดงให้เห็นว่า มีแนวโน้มสภาพภูมิอากาศเริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางเป็นปกติ ประกอบกับเริ่มมีร่องฝนพาดผ่านเข้ามามากขึ้น เริ่มจากชายฝั่งเวียดนาม พม่า และมาเลเซีย ส่วนไทยร่องฝนน่าจะมาถึงในปลายเดือนกันยายนนี้“ช่วงปลายเดือนนี้ ไทยจะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้เริ่มมีฝนตกมาบ้าง แต่ไม่ทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสานที่แล้งมานาน แต่ส่วนใหญ่ฝนจะตกนอกพื้นที่ รับน้ำ ของเขื่อนสำคัญ ส่วนภาคใต้ฝนจะตกน้อยลง พอมา ส.ค.ฝนจะเริ่มน้อยลงอีกกระทั่ง ก.ย.ร่องฝนจริงๆ ถึงจะเริ่มเข้าปกคลุมประเทศทำให้ฝนเริ่มตกมากขึ้น แต่ก็ยังน้อยกว่าค่าปกติ พอช่วงเข้า ต.ค.จะมีฝนตกชุกมากกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน อีสาน และภาคใต้ฝั่งตะวันออก” ส่วนที่คาดหวังกับพายุพัดเข้ามาช่วยเติมน้ำในเขื่อนคงต้องผิดหวัง เพราะปีนี้จะมีพายุพัดเข้าไทยแค่ 1 ลูก ทิศทางมุ่งสู่ภาคอีสานตอนบน โดยเฉพาะ จ.หนองคาย ทำให้น้ำจะไหลลงลำน้ำโขงเพิ่มขึ้น จากนั้นจะเข้าสู่ภาคเหนือตอนล่าง เข้าเติมน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ได้บ้างแม้ไม่มากนัก อย่างไรก็ดีเรายังได้รับ อิทธิพลจากพายุที่มุ่งหน้าเข้าประเทศอื่น รวมถึงดีเปรสชันอีก 7 ลูก พอจะช่วยบรรเทาเรื่องภัยแล้ง รวมถึงน้ำในเขื่อน ได้ในระดับหนึ่งสำหรับปีหน้าคงคาดการณ์ได้ยากจะเกิดอะไรขึ้น...แต่ที่แน่ๆ ปีหน้าน้ำจะน้อย บริหารจัดการน้ำยากมาก อาจจะวิกฤติ พอๆกับปี 2558 ฉะนั้นเกษตรกรควรเลี่ยงหรือลดการปลูกข้าวลง หันมาปลูกพืชอื่นโดยเฉพาะผักสวนครัวที่รอบการผลิตเร็ว ใช้เวลาสั้น ไม่ต้องใช้น้ำมากนักหรือปรับเปลี่ยนไปทำวนเกษตร เกษตรทฤษฎีใหม่ ปลูกพืชผสมผสานลดความเสี่ยงที่สำคัญเกษตรกรควรมีแหล่งน้ำชุมชน แล้วบริหารจัดการกันเอง จะมารอแต่พึ่งฟ้าพึ่งฝน หวังแต่เงินช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐแบบเดิม คงมีแต่ทรงกับทรุด เพราะปรากฏการณ์แล้งกลางฤดูฝนอย่างปีนี้ จะมีให้เห็นบ่อยขึ้น เกษตรกรต้องรู้จักวางแผนรับอนาคตให้ดี เพื่อปากท้องของตัวเอง.กรวัฒน์ วีนิล