“ธรรมนัส พรหมเผ่า” ฟิตลุยแก้ปัญหาภัยแล้ง เช้าลงพื้นที่นั่งเรือตรวจสถานการณ์นํ้าเขื่อนลำตะคอง ตกเย็นประชุมที่กระทรวงเกษตรฯ เผยนายกฯห่วงใย สั่งด่วนให้กองทัพสนับสนุนอากาศยาน 6 ลำ ช่วยทำฝนหลวงครอบคลุมทุกพื้นที่ ส่วนวิกฤติแม่น้ำโขงลดลงต่อเนื่อง ล่าสุดที่ จ.นครพนม ต่ำสุดในรอบ 50 ปีจนเห็นหาดทรายโผล่หลายร้อยไร่มากกว่าหน้าแล้งปีที่ผ่านมา ด้านชาวนาเมืองหมอแคน เจอฝนทิ้งช่วง 2 เดือนต้องลงชื่อขอน้ำจากทางการ แถมยอมจ่ายเงินค่าน้ำมัน ชม.ละ 60 บาทแลกกับการสูบน้ำใส่นาข้าวที่ใกล้ยืนต้นตายนายกฯห่วงภัยแล้ง โดยเมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 21 ก.ค. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงเรือตรวจสภาพน้ำลำตะคองที่วัดท่าตะโก อ.เมืองนครราชสีมา พร้อมรับฟังรายงานสถานการณ์น้ำที่ปีนี้มีฝนตกน้อยกว่าปีที่ผ่านมาถึง 55% และ ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน โดย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวกับประชาชนที่มาต้อนรับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ห่วงใยชาวโคราชและสั่งให้ตนมารับฟังปัญหาความเดือดร้อน ตอนนี้ ภัยแล้งถือเป็นวาระแห่งชาติ จึงขอฝากผู้ว่าราชการจังหวัดและข้าราชการว่าประชาชนคาดหวังว่าจะได้รับการดูแลจากภาครัฐอย่างจริงจัง และวันที่ 25-26 ก.ค.นี้ จะแถลงนโยบายเพื่อนำไปปฏิบัติแก้ปัญหาของประชาชนรมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันได้สั่งการไปที่อธิบดีกรมฝนหลวงให้ทำฝนหลวงให้ประชาชน และสั่งให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลให้เจาะน้ำบาดาลลงคลอง ส่วนระยะยาวเห็นว่าการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนลำตะคองเป็นตัวอย่างที่ดีและจะนำไปเสนอให้เป็นแบบอย่างในแหล่งน้ำภาคอีสาน ส่วนภาคเหนือหลังจากทำฝนหลวงฝนตกไปแล้ว 11 จังหวัด แสดงให้เห็นว่าปัญหาต่างๆ หากภาครัฐเอาจริงเอาจังก็สามารถแก้ไขได้ นายกฯ กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะสามารถพัฒนาลำตะคองเป็นเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่เหมือนกับคลองในกรุงเทพฯ ตนรับปากว่าหน่วยงานไหนที่สามารถประสานงานได้จะติดต่อของบประมาณมาพัฒนาลำคลองตามนโยบายที่วางไว้ที่ จ.นครพนม นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 และ ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะติดตามปัญหาความเดือดร้อน ของเกษตรกรในพื้นที่ ต.ท่าเรือ ต.บ้านเสียว อ.นาหว้า หลังประสบภัยแล้งหนักสุดในรอบ 50 ปี แม่น้ำโขงลดต่ำสุดช่วงฤดูฝนส่งผลให้ลำน้ำอูนและลำน้ำสงครามเหลือ 20-30 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด เกิดปัญหาฝนทิ้งช่วงติดต่อกันนับเดือน นาข้าวกว่า 1.1 แสนไร่ ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 40,000 ไร่ เสียหายไปแล้วกว่า 10,000 ไร่ หากยังไม่มีฝนตกอีก 1 สัปดาห์ ข้าวจะเสียหายกว่า 40,000 ไร่ ส่วนการแก้ปัญหาได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบริหารจัดการน้ำโครงการประตูระบายน้ำหนองบัว โครงการพัฒนาลุ่มน้ำอูน รวมถึงเดินเครื่องจากสถานีสูบน้ำตามลำน้ำอูนมาช่วย ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงแห้งลงทุกวัน โดยเฉพาะบริเวณช่วงท้ายเมือง เขตเทศบาลเมืองนครพนม พบหาดทรายโผล่หลายร้อยไร่ทอดยาวกว่า 1 กม. นับเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ชาวบ้านไม่เคยพบเห็นมาก่อน เนื่องจากปกติหาดทรายบริเวณท้ายเมือง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าหาดทรายทองศรีโคตรบูรณ์จะเกิดในช่วงหน้าแล้งเดือน มี.ค.-เม.ย.เท่านั้น และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด แต่ปีนี้หาดทรายเกิดขึ้นฤดูฝนและมากกว่าหน้าแล้งปีที่ผ่านมา ลักษณะหาดทรายเป็นลูกคลื่นสีทองคล้ายเกล็ดพญานาค ชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงความผิดเพี้ยนของธรรมชาติในปีนี้นายอาทิตย์ พนาศูนย์ อายุ 65 ปี ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จ.นครพนม เปิดเผยว่า ปีนี้แม่น้ำโขงเกิดผันผวนมากสุดในรอบเกือบ 100 ปี จากการศึกษาข้อมูลพบว่าปัจจัยสำคัญมาจากโครงการก่อสร้างเขื่อนน้ำโขงในจีน รวมถึงใน สปป.ลาว ทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติ เป็นสัญญาณอันตรายในอนาคต ปัญหาขาดน้ำจะกระทบรุนแรงมากขึ้นและยากที่จะแก้ไข เนื่องจากประเทศต้นน้ำมีการควบคุมระบบน้ำโขงจากเขื่อนไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ที่น่าห่วงมากที่สุดคือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ชาวลุ่มน้ำโขงจะเปลี่ยนไป ปลาน้ำโขงจะหายากมากขึ้น เนื่องจากช่วงฤดูฝนเป็นฤดูกาลวางไข่ ธรรมชาติปลาน้ำโขงจะขึ้นไปวางไข่ต้นน้ำลำน้ำสงคราม เมื่อน้ำโขงแห้งปลาก็ลดลงส่วนกลุ่มผู้เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำโขงบ้านนาโปใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร กว่า 50 ราย รวมกว่า 1,000 กระชัง ต้องผลัดเปลี่ยนเวรยามเฝ้ากระชัง เพื่อคอยปรับกระชังให้เหมาะสมกับระดับน้ำที่ลดลงอย่างรวดเร็วป้องกันกระชังลอยเกยตื้นทำให้ปลาตาย หลังฤดูฝนปีนี้แม่น้ำโขงแห้งกว่าทุกปี ผิดจากปีที่ผ่านมาที่ในห้วงเดียวกันแม่น้ำโขงจะเพิ่มขึ้นจนเอ่อท่วมเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร แต่ปีนี้น้ำแห้งจนเห็นเกาะแก่งหินโผล่กลางลำน้ำโขง กระทบกลุ่มผู้เลี้ยงปลากระชังอย่างมาก เกษตรกรหลายรายยกกระชังขึ้นและหยุดเลี้ยงปลาไปก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์น้ำอีกครั้งที่บ้านหนองสองห้อง ต.หนองบัวแก้ว อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม พื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิในทุ่งกุลาร้องไห้เนื้อที่กว่า 10,000 ไร่ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงมานานกว่า 2 เดือนแล้ว แล้งสุดในรอบ 20 ปี ทำให้ข้าวเหี่ยวเฉายืนต้นตายเกือบหมด นายสำลี อภิรักษ์ ชาวนาบ้านหนองสองห้อง เผยว่า ลงทุนปลูกข้าว 10 ไร่ ตอนนี้ต้นข้าวแห้งตาย เลยถอนไปให้วัวชาวบ้านกินแทนหญ้า ส่วนต้นข้าวที่ยังเหลืออยู่บ้างก็รอลุ้นฟ้าฝน อยากให้ทางการช่วยทำฝนหลวงเพราะถ้าไม่มีฝนตกลงมาปีนี้คงไม่มีข้าวกินแน่นอนที่โรงสีข้าวสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จํากัด สาขาบ้านนกเหาะ ต.ดงครั่งใหญ่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด นายทวี จงประเสริฐ รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด เข้าเยี่ยมให้กำลังใจสมาชิกสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัยและเกษตรกรพื้นที่เขตทุ่งกุลาร้องไห้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง นางบุญเกิด ภานนท์ ประธานสหกรณ์ฯกล่าวว่า ภัยแล้งปีนี้กระทบโดยตรงกับสมาชิกจำนวน 9,000 ครอบครัว รวมพื้นที่ 179,000 ไร่ สร้างความเสียหายรุนแรงให้นาข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของทุ่งกุลาร้องไห้ หากยังขาดน้ำอีกไม่เกิน 30 วันจะได้รับความเสียหายทั้งหมด เช่นเดียวกับชาวนาใน อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เดือดร้อนหนัก หลังลงมือหว่านและปักดำข้าวไปแล้ว แต่ฝนไม่ตกร่วม 2 เดือน ทำให้ไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวจนเริ่มเหี่ยวแห้งตาย นายแดง ทองอาสา อายุ 43 ปี ชาวบ้านโคกน้ำเกลี้ยง ต.เขื่อน อ.อุบลรัตน์ กล่าวว่า ช่วงเข้าหน้าฝนชาวบ้านรีบไถหว่านดำตาม ปกติ จากนั้นไม่นานทางการประกาศให้ชะลอการทำนา แต่ชาวบ้านหว่านข้าวไปหมดแล้ว แต่ไม่มีน้ำจึงไปลงชื่อในกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อขอความช่วยเหลือทางราชการเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมาแลกกับยอมจ่ายเงินค่านํ้ามันเครื่องสูบน้ำชั่วโมงละ 60 บาท ล่าสุดเพิ่งได้น้ำโดยจ่ายไปร่วม 3 ชม.ขณะที่นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 ลงพื้นที่ตรวจโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย และเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำพบเขื่อนอุบลรัตน์มีน้ำ 568 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย ปัจจุบันต้องนำน้ำก้นอ่างมาใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคประมาณ 13 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงเน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานในพื้นที่ติดตามและเฝ้าระวังการบริหารจัดการน้ำเป็นพิเศษ โดยเฉพาะน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและผลิตน้ำประปา ส่วนการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรกว่า 160,000 ไร่จะเริ่มส่งน้ำแบบรอบเวรในวันที่ 24 ก.ค. โดยใช้น้ำหน้าฝายหนองหวายที่มีอยู่ประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรที่ จ.นครสวรรค์ ชาวบ้าน 3 ตำบลใน อ.บรรพตพิสัย ประกอบด้วย ต.หูกวาง ต.ท่างิ้ว และต.อ่างทอง ลงขันจ้างรถแบ็กโฮทำคันดินยาวกว่า 50 เมตรบริเวณปากคลองตั้วเกา หมู่ 2 ต.ท่างิ้ว อ.บรรพตพิสัย เพื่อนำน้ำจากแม่น้ำปิงเข้าคลองตั้วเกา นายประคอง ดิษสละ ชาวบ้านในพื้นที่เผยว่า คลองตั้วเกาเป็นคลองสาขาของแม่น้ำปิงไหลผ่านในพื้นที่ 3 ตำบล ล่าสุดน้ำในคลองลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แม่น้ำปิงแทบไม่ไหลเข้าคลองเลย ชาวบ้านเลยร่วมมือร่วมใจลงขันจ้างทำคันดินบริเวณปากคลอง เพื่อผันแม่น้ำปิงมาเป็นแหล่งน้ำผลิตน้ำประปาอุปโภคบริโภคในช่วงภัยแล้งนี้ส่วนที่ จ.สุโขทัย ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ทำให้น้ำในแม่น้ำยมบริเวณประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ หมู่ 9 ต.ในเมือง อ.สวรรคโลก จุดแรกที่รับน้ำเหนือจาก จ.แพร่ ขณะนี้ระดับน้ำด้านหน้าประตู 57.06 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ส่วนด้านท้าย 52.00 ม.รทก. เปิดประตูระบายน้ำ 1 บาน จากทั้งหมด 5 บาน สูง 0.10 ม. เพื่อระบายน้ำไปยัง อ.สวรรคโลก อ.ศรีสำโรง อ.เมืองสุโขทัย และ อ.กงไกรลาศ ทำให้บริเวณแม่น้ำยมด้านล่างเริ่มเห็นเกาะแก่งเป็นช่วงๆ นอกจากนี้ประตูระบายน้ำฝั่งขวา (คลองน้ำโจน) น้ำต่ำกว่าประตูจนถึงพื้นดิน ทำให้ไม่สามารถผันน้ำไปยังประตูระบายน้ำได้ที่ จ.เชียงราย นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน สำรวจพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะข้าวโพดที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ขณะที่นายคำมี ทาทิพย์ ผู้ใหญ่บ้านสันธาตุ หมู่ 4 ต.โยนก อ.เชียงแสน กล่าวว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำการ เกษตร แต่ปีนี้ไม่มีน้ำทำนาบางรายหว่านข้าวเพื่อรอฝน แต่ฝนไม่ตก ข้าวที่หว่านยืนต้นตาย ส่วนข้าวโพดยิ่งประสบปัญหารุนแรง นอกจากแล้งแล้วยังมีหนอนกระทู้ระบาดกัดกินต้นข้าวโพดเสียหายอย่างหนัก ทั้งที่ปีก่อนๆไม่เคยพบการระบาด ทำให้ต้องไถข้าวโพดทิ้งปลูกใหม่เป็นครั้งที่ 3 แต่ก็ไม่มีฝน ทำให้ข้าวโพดเริ่มเหี่ยวแห้ง ด้านนายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 จ.ชัยนาท ประชุมร่วมกับผู้อำนวยการโครงการชลประทานในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ถึงการบริหารจัดการน้ำ นายสุรชาติเผยว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงฝนทิ้งช่วง หลายพื้นที่มีฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยกว่าปกติ 20 เปอร์เซ็นต์ สำหรับพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 12 มีฝนค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่อาศัยน้ำจากเขื่อนหลัก 4 แห่งคือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีน้ำรวมกันประมาณ 8,000 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 33 ของความจุอ่าง มีน้ำใช้การได้ 1,500 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 9 ของความจุอ่าง ขณะนี้ใช้น้ำระบบชลประทานทั้งหมดเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้บางพื้นที่อาจเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำบ้างด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำว่า ได้พิจารณามาตรการรับมือภัยแล้งในช่วงฤดูฝน เพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีโดยเร่งด่วน ทั้งมาตรการเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะยาวให้เข้มข้นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการปลูกข้าวจำนวน 53 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เป้าหมาย 58.9 ล้านไร่ หรือประมาณ 33 ล้านไร่ แบ่งเป็นเขตชลประทาน 5.7 ล้านไร่ นอกเขตชลประทาน 27 ล้านไร่ ดังนั้น เมื่อการใช้น้ำในแต่ละลุ่มน้ำช่วงที่ผ่านมาเกินแผนการบริหารจัดการน้ำ จึงต้องทบทวนแผนการบริหารจัดการน้ำใหม่หมด เพื่อให้มีน้ำเพียงพอกับความต้องการใช้ หลังกรมอุตุนิยม วิทยาคาดการณ์ว่าฝนจะตกมาในช่วง ก.ค.-ส.ค.62 จะมีไม่มาก และน้ำส่วนใหญ่จะไม่ลงเขื่อน“เพื่อให้มีน้ำเพื่อการบริโภคเพียงพอจนถึงแล้งหน้า ต้องลดปริมาณการปล่อยน้ำทุกลุ่มน้ำ ขณะนี้ 4 เขื่อนลุ่มเจ้าพระยาน้ำเหลือประมาณ 1,500 ล้าน ลบ.ม. มีการระบายน้ำปริมาณ 45 ล้าน ลบ.ม./วัน ต้องลดการระบายให้เหลือ 20 ล้าน ลบ.ม./วัน ส่วนน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ขณะนี้เหลือประมาณ 42 ล้าน ลบ.ม. สัดส่วน 58 เปอร์เซ็นต์ น้อยกว่าปี 58 ที่แล้งหนักมากๆ หวั่นว่าจะซ้ำรอย ไม่สามารถส่งน้ำ เพื่อทำประปาในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ แต่เบื้องต้นหากปรับแผนบริหารจัดการน้ำใหม่และมีฝนมาเติมก็จะไม่เกิดปัญหาอีก” นายสมเกียรติกล่าวที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เย็นวันเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังประชุมกำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบและความเสียหายจากภัยแล้งว่า นายกฯสั่งการด่วนให้เหล่าทัพสนับสนุนอากาศยานและกำลังพลมาช่วย รวมทั้งเร่งทำฝนหลวง เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ง จากปัจจุบันที่กรมฝนหลวงมีเครื่องบิน 23 ลำ จะได้รับการสนับสนุนเพิ่มอีก 6 ลำจากกองทัพบก 1 ลำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1 ลำ และกองทัพอากาศ 4 ลำ รวม 29 ลำ พร้อมขึ้นบินได้ทันทีวันเดียวกัน นายอานุภาพ วงศ์ละคร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด กล่าวว่า การที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ส่งหนังสือด่วนถึง สปป.ลาว ขอให้ชะลอทดสอบระบบไฟฟ้าเขื่อนไซยะบุรี เพื่อรอให้จีนเพิ่มการปล่อยน้ำจากเขื่อนจิ่งหง หลังปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงลดลง โดยคาดว่าใช้เวลา 3 วันระดับน้ำโขงจะเข้าสู่ภาวะปกตินั้น บริษัทฯอยากชี้แจง การทดสอบระบบไฟฟ้าโรงไฟฟ้าไซยะบุรี ไม่ได้สร้างผลกระทบให้กับปริมาณน้ำในลำน้ำโขงตั้งแต่ช่วง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จนถึงเมืองหลวงพระบาง สสป.ลาว มีปริมาณน้ำลดลง ถ้าไปดูสถิติน้ำฝนและปริมาณน้ำตลอดลำน้ำโขง ตั้งแต่ล้านช้าง เชียงของ เชียงแสน หลวงพระบาง ไปถึงเวียงจันทน์ รอบ 100 ปี จะเห็นว่าปีนี้ปริมาณน้ำฝนและน้ำในลำน้ำโขงต่ำสุด เขื่อนไซยะบุรีก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญเช่นเดียวกับพื้นที่ล้านช้าง และเชียงแสน รวมถึงพื้นที่อื่นๆในประเทศไทย