“รายงานวันจันทร์”-ปัญหาอุปสรรค 1 ปีปรับหนัก จยย.ทางเท้าครบ 1 ปีไปแล้ว กับมาตรการจับจริง ปรับจริง รถจักรยานยนต์จอดหรือขับขี่บนทางเท้า ซึ่ง กทม.เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 มีทั้งการเพิ่มโทษ เพิ่มค่าปรับขั้นต่ำจาก 500 เป็น 1,000 บาท และเพิ่มจุดกวดขันจาก 115 จุด เป็น 233 จุด แต่ก็พบว่ายังมีผู้ฝ่าฝืนอยู่จำนวนมาก“รายงานวันจันทร์” ได้ไปพูดคุยกับรองผู้ว่าฯ กทม. สกลธี ภัททิยกุล ถึงการดำเนินมาตรการตลอด 1 ปีที่ผ่านมา รวมถึงในอนาคตจะมีการเพิ่มมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาผู้ฝ่าฝืนอย่างไร-------------------ถาม-พอใจไหมกับผลการดำเนินการของมาตรการในรอบ 1 ปีสกลธี-ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ฝ่าฝืนได้ 20,642 ราย ในส่วนนี้ได้ว่ากล่าวตักเตือน 4,299 ราย ปรับ 16,343 ราย ได้เงินค่าปรับรวมประมาณ 11 ล้านบาท โดยเขตที่ฝ่าฝืนมากที่สุด ได้แก่ เขตวังทองหลาง จตุจักร สาทร วัฒนา บางกอกน้อย ขณะที่ โครงการให้รางวัลนำจับแก่ผู้แจ้งเบาะแสผู้กระทำความผิด ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ได้รับแจ้ง 17,438 คดี ผู้แจ้งรับส่วนแบ่งรางวัล 978 คดี เป็นเงิน 397,460 บาท ยังไม่ติดต่อรับส่วนแบ่ง 174 คดี เป็นเงิน 56,750 บาท ไม่ประสงค์รับเงิน 79 คดี รวมเป็นเงิน 25,350 บาทอย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินการถือว่ายังไม่น่าพอใจ ทุกวันนี้เวลาที่ขับรถผ่านตามทางต่างๆยังเห็นคนฝ่าฝืนขับรถบนทางเท้าอยู่ ดังนั้น เมื่อยังมีการฝ่าฝืนอยู่ จะพิจารณาเพิ่มอัตราค่าปรับขั้นต่ำ จาก 1,000 บาทเป็น 2,000 บาท เพราะตามกฎหมายปรับสูงสุดได้ไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ ส่วนตัวเชื่อว่า ถ้าเราเข้มงวดปรับจริงจัง ปรับหนักๆ เพราะคงไม่มีใครอยากเสียค่าปรับเป็นหลายพันบาทถาม-ปัญหาของการดำเนินโครงการที่ผ่านมาสกลธี-คนฝ่าฝืนไม่ยอมจ่ายเงิน และบางครั้งขัดขืนเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนได้แก้ปัญหาโดยให้นโยบาย ในการทำงาน ให้ใช้การพูดคุยเจรจา เพื่อลดการปะทะอารมณ์กับผู้ที่กระทำผิด และหากผู้กระทำผิดไม่มีเงินชำระค่าปรับให้ยึดรถไว้ที่เขต โดยให้นำเงินไปชำระค่าปรับที่เขต แล้วจึงนำรถกลับได้ถาม-นอกจากการเพิ่มอัตราค่าปรับขั้นต่ำแล้ว กทม.มีมาตรการอย่างอื่นอีกหรือไม่สกลธี–กทม.มีโครงการติดตั้งกล้องซีซีทีวีเพื่อจับภาพผู้กระทำความผิดขับรถบนทางเท้าโดยเฉพาะช่วยสอดส่องผู้กระทำความผิด ทั้งนี้ จะนำร่องติดตั้งในพื้นที่ที่มีการฝ่าฝืนเป็นจำนวนมาก เช่น ถนนลาดพร้าว พหลโยธิน เพชรบุรี จรัญสนิทวงศ์ ตั้งเป้าดำเนินการภายในปีงบประมาณ 2563นอกจากนี้ ภายหลังที่ กทม.ลงนาม MOU กับกรมขนส่งทางบก เพื่อขอสืบค้นทะเบียนประวัติผู้ครอบครองรถ นำไปสู่การติดตามผู้กระทำความผิดจากการแจ้งเบาะแส มาชำระค่าปรับ คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ แต่ละเขตจะสามารถคีย์ข้อมูลทะเบียนผู้ครอบครองรถได้เองแล้ว ดังนั้น เวลาคนแจ้งเบาะแส ส่งภาพ ส่งข้อมูลมา เราสามารถคีย์ข้อมูลได้เองเลย ไม่ต้องรอประสานเรื่องไปที่กรมขนส่งทางบก เป็นการลดขั้นตอนการทำงานได้เร็วขึ้น.