ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อ 18 ก.ค.ว่า เรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบก “ยูเอสเอส บ็อกเซอร์” ของสหรัฐฯ ยิงทำลาย “โดรน” อากาศยานไร้คนขับของอิหร่าน ตกในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อป้องกันตนเอง เพราะโดรนลำดังกล่าวบินเข้าใกล้เรือยูเอสเอส บ็อกเซอร์ แค่ 1,000 หลา (ราว 914 เมตร) ซึ่งเป็นภัยคุกคามเรือและลูกเรือ อีกทั้งไม่สนใจการส่งสัญญาณเตือนหลายครั้งทรัมป์ชี้ว่านี่คือการกระทำที่ยั่วยุและเป็นปฏิปักษ์ครั้งล่าสุดในหลายครั้งของอิหร่านต่อเรือในน่านน้ำสากล สหรัฐฯขอสงวนสิทธิ์ในการปกป้องบุคลากร ทรัพย์สินและผลประโยชน์ของตน ด้านหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ว่า โดรนของอิหร่านถูกทำลายโดยอุปกรณ์รบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม นายอับบาส อารัคชี รมช.ต่างประเทศอิหร่าน ทวีตตอบโต้เมื่อ 19 ก.ค.ว่า อิหร่านไม่ได้สูญเสียโดรนใดๆในช่องแคบฮอร์มุซ เรือยูเอสเอส บ็อกเซอร์ของสหรัฐฯ อาจยิงโดรนของตนเองตกเพราะความผิดพลาด ขณะที่กองทัพอิหร่านก็แถลงว่าโดรนทุกลำของตนบินกลับโดยปลอดภัย ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านแถลงผ่านเว็บไซต์เซปาห์ นิวส์ ว่า ได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันของต่างชาติซึ่งมีลูกเรือ 12 คนใกล้เกาะลารัคในอ่าวเปอร์เซียตั้งแต่ 14 ก.ค. ระบุว่าเรือลำนี้ลักลอบขนน้ำมันถึง 1 ล้านลิตร ส่วนสื่อของทางการอิหร่านเผยแพร่ภาพฝูงเรือเร็วของอิหร่านโอบล้อมเรือบรรทุกน้ำมัน “ริอาห์” ปักธงปานามาที่ถูกยึดใกล้เกาะลารัค แต่ไม่แน่ชัดว่าเป็นเรือลำเดียวกับที่อิหร่านเผยก่อนหน้านี้ว่าถูกช่วยเหลือหลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือหรือไม่ ส่วนอังกฤษเผยว่า เรือลำนี้ไม่ใช่เรือของตน ขณะที่สหรัฐฯเรียกร้องให้อิหร่านปล่อยเรือที่ถูกยึดทันทีความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับมหาอำนาจตะวันตกปะทุขึ้นรอบใหม่ หลังปีที่แล้วประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ที่มหาอำนาจ 6 ชาติทำไว้กับอิหร่านในปี 2558 จากนั้นคว่ำบาตรอิหร่านหนักขึ้น และในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. เกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมัน 6 ลำถูกโจมตีในอ่าวโอมานใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ โดยสหรัฐฯชี้ว่าเป็นฝีมืออิหร่าน อิหร่านยังยิง “โดรน” อากาศยานไร้คนขับของสหรัฐฯตกในช่องแคบฮอร์มุซ และพยายามบุกยึดเรือบรรทุกน้ำมันของอังกฤษแต่ไม่สำเร็จ ขณะที่สหรัฐฯประกาศรวบรวมกองกำลังพันธมิตร